“อัพเดทให้หายคิดถึง” 4 ประเด็นน่าสนใจของสโมสรลิเวอร์พูล สัปดาห์แรกหลังพรีเมียร์ลีกเลื่อน

ลิเวอร์พูลลงแข่งครั้งสุดท้ายคือวันที่ 11 มีนาคม ในรายการ UCL กับแอตแลนติโก มาดริด นับตั้งแต่นั้นมาจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่า 10 วันแล้วที่ไม่มีการแข่งขันใด ๆ อันสืบเนื่องมาจากที่พรีเมียร์ลีกประกาศเลื่อนการแข่งขัน จากเดิมที่จะเลื่อนถึง แค่ 3 เมษายน ตอนนี้เลื่อนไปถึง 30 เมษายนแล้ว

พอไม่มีบอลเตะก็กลัวแฟนบอลจะคิดถึงทีม ผมเลยรวบรวมข่าวและความเคลื่อนไหวของทีมที่เกิดขึ้นในรอบ 10 วันที่ผ่านมาให้ได้อ่านกันว่านักเตะคนไหนทำอะไรกันบ้าง สโมสรเรามีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง

ด้านสัญญานักเตะและตลาดการซื้อขาย

เริ่มที่ข่าวความคืบหน้าสัญญาของไวนัลดุม ที่ยังคารังคาซังมาระยะหนึ่ง เพราะสัญญาของเขาเหลืออีกแค่ 1 ปีเศษ โดยจะหมดสัญญากับลิเวอร์พูลในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 เรื่องนี้ เจมส์ เพี๊ยส ออกมาอัพเดทความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมาผ่านทางเว็บไซด์ The Athletic ว่าตอนนี้ทางเอเยนต์ของนักเตะกับสโมสรกำลังพูดคุยกันอย่างจริงจังแล้วและน่าจะมีบทสรุปออกมาไม่นานนี้ เพี๊ยสยังยืนยันอีกว่า แม้จะอายุ 30 ปีแล้วแต่ไวนาดุมคือนักเตะคนสำคัญของคล็อปป์ทั้งในและนอกสนาม

ส่วนการซื้อขายนั้นต้องยอมรับว่าช่วงหลังข่าวคราวของเราเงียบเพราะนโยบายสโมสรชัดเจนว่าต้องการดำเนินการแบบเงียบ ๆ ฉะนั้นข่าวซื้อขายนักเตะที่ออกมาช่วงนี้ส่วนใหญ่จึงไม่ได้มาจากสื่อของสโมสร มีแต่การคาดการณ์ การวิเคราะห์ความเป็นไปได้จากสื่อต่าง ๆ

ขาออก Echo สื่อท้องถิ่นของเมืองลิเวอร์พูลออกบทวิเคราะห์ถึงนักเตะ 4 คนที่คาดว่าจะออกจากสโมสรในซัมเมอร์นี้คือ ลัลลานา ชากรี่ ลอฟเรน ไคลน์ สาเหตุหลักคืออายุ สไตล์การเล่นที่ไม่เข้ากับทีม สัญญาที่กำลังจะหมด และโอกาสในการเล่นที่น้อยลง ที่มีข่าวก่อนหน้าก็ลัลลานาที่มีข่าวกับเลสเตอร์

ที่สื่อเล่นข่าวหนักหน่อยช่วงนี้ก็คือลอฟเรน ที่ถูกเชื่อมโยงทั้งทีมจากสเปน อิตาลี หรือแม้แต่อังกฤษอย่างอาร์เซนอลกับสเปอร์ส โดยล่าสุด echo มีรายงานว่ามีการปักราคาของลอฟเรนไว้ที่ 18 ล้านปอนด์ อีกข่าวก็เป็นข่าวเก่า ๆ ระหว่างมาดริดกับมาเน่ที่ผมมองว่ายังถือเป็นข่าวที่ค่อนข้างไม่น่าเชื่อถือและไม่น่ามีมูลอะไรเลย

ขาออกนี่ยังพอเดาได้ แต่ข่าวขาเข้านี่ต้องบอกว่าฟังหูไว้สามหูเลยครับ พักหลังไม่มีใครรู้เลยว่าลิเวอร์พูลจะซื้อใคร ส่วนมากรู้พร้อมกันวันเปิดตัว แต่เท่าที่ผมรวบรวมข่าวประเภทเชื่อมโยงเก่ง ก็เช่น การเชื่อมโยงว่าคล็อปป์จะซื้อทั้งติโม แวร์เนอร์และจอดอน ชานโช่พร้อมกันเลย มีข่าวกับผู้รักษาประตูของแทร็บ ซอนสปอร์ ทีมในตุรกี

มีข่าวกับโอบเมยอง ของอาร์เซน่อล มีข่าวกับดีเอโก้ คาร์ลอสกองหลังของเซบีย่า และล่าสุดก็มีข่าวกับ เดนิส ซาคาเรียมิดฟิลด์ของมึนเช่นกลัดบัด  แต่ผมบอกไว้ก่อนเลยว่าข่าวพวกนี้อาจพอเป็นกระสัยได้ อย่าไปจริงจังมากนัก และก็อย่าไปด่าคนที่เอามานำเสนอเลยครับ เพราะยังไงมันก็แค่ข่าว ตราบใดที่เขาไม่ได้กุเรื่องขึ้นมาเอง เราก็อ่านเพลิน ๆ ไปครับ 555

ด้านกิจกรรมของนักเตะ

ก็เพราะเกมการแข่งขันต้องเลื่อนยาวไปเป็นเดือนเราก็เลยไม่ค่อยได้เห็นนักเตะ พอไม่เห็นมันก็คิดถถึงเป็นธรรมดา นักเตะหลายคนของลิเวอร์พูลไม่เป็นข่าวเลยครับ แต่หลายคนแม้จะเก็บตัวอยู่บ้านแต่ก็ยังมีกิจกรรมทั้งจริงจังทั้งเฮฮามาฝากแฟนบอลกัน

เริ่มที่ฟานไดจ์ค ที่แกออกมาเคลื่อนไหวแค่ 2 ครั้ง คือวันที่ 16 มีนาคม ออกมาให้ความเห็นถึงกรณีที่หากลิเวอร์พูลต้องรับแชมป์ในสนามที่ไม่มีฟุตบอลว่าเขาคงเสียใจมากหากปีนี้ต้องฉลองแชมป์ในสนามที่แฟนบอลเข้าไปมีส่วนร่วมไม่ได้ และเคลื่อนไหวอีกครั้งวันก็คือวันที่ 20 มีนาคม ที่เจ้าตัวไปตอบทวิตฯ ของร็อบโบ้

เรื่องนี้เริ่มที่ร็อบโบ้นึกอยากทำอะไรสนุก ๆ ในวันที่ไม่มีแข่งบอล โดยการเปิดให้แฟนบอลทักมาถามอะไรเขาก็ได้ในทวิตเตอร์ จากนั้นมีแฟนบอลคนหนึ่งทักมาถามเขาว่า “จำภาพที่ถ่ายเมื่อ 6 ปีก่อนได้ไหม จำได้ไหมว่าใครชนะ” มันเป็นที่มีเขากับฟาน ไดจ์ค ต้องปะทะกัน ตอนนั้นฟานไดจ์คเล่นให้กับเซลติก ส่วนโรเบิร์ตสัน เป็นผู้เล่นดันดี ยูไนเต็ด จากนั้นฟานไดจ์คก็เข้ามาตอบทวิตฯ นี้ว่า “ผมเลี้ยงบอลลอดขาเขา” ส่วนร็อบโบ้ก็มาตอบว่า  “ผมเอาชนะในบอลนั้นนะ เก็บเขาไว้ในกระเป๋าหลังทั้งเกมเลย” ก็เป็นอะไรที่ฮา ๆ กันไป

ความฮายังไม่หมด นักเตะอย่าง แชมเบอร์เลน ก็อัดคลิปเต้นกับแฟนสาวอย่างเ พอร์รี่ เอ็ดเวิร์ดส์ลงโลกออนไลน์ แต่ที่ฮาที่สุดน่าจะเป็นน้าเจมส์ของเราที่อัดคลิปฮา ๆ ลงต่อเนื่องกัน 2 วันเลย วันแรกเขาอัดคลิปกำลังนั่งแยกถุงชา ส่วนวันที่สองที่ฮากันท้องแข็ง ด้วยการลงคลิปเอากรรไกรเล็ก ๆ สีสันสวยงามกับไม้บรรทัดลายการ์ตูนมาตัดหญ้าสร้างรอยยิ้มกันไป

ออกจากโหมดสายฮาก็มาสายจริงจังกันบ้าง คือรายของอลีสซงเบกเกอร์ กับคุณหมอนาตาลี ภรรยาสุดสวยที่ออกมาทำแคมเปญรณรงค์ล้างมือ เพื่อป้องกันให้ประชาชนหันมาตระหนักและดูแลตัวเองมากขึ้น กิจกรรมนี้ชื่อว่า Safehand Challenge โดยจะทำการอัดคลิปแข่งกันล้างมือแล้วท้าต่อ ๆ กันไป มีนักฟุตบอลหลายคนที่ร่วมกิจกรรมนี้ เช่น แทร สแตเก้น, กาก้า เป็นต้น

อีกคนที่โผล่มาทีก็เป็นพ่อพระเลยก็คือมาเน่ ที่ได้บริจาคเงิน 41,000 ปอนด์ เพื่อช่วยเหลือคนในประเทศเซเนกัลในด้านการแพทย์เพื่อป้องกันช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยจากไข้หวัด นอกจากบริจาคเงินแล้ว มาเน่ ยังได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย เตือนคนในประเทศให้ดูแลตัวเอง ให้ล้างมือนาน 30 วินาทีเป็นอย่างน้อย ไม่ไปรวมในที่ชุมชนแออัด พ่อพระจริง ๆ

ด้านความเคลื่อนไหวของคล็อปป์

คล็อปป์น่าจะมีความเคลื่อนไหวเยอะสุด ในช่วงแรกคล็อปป์ออกแถลงการณ์ถึงแฟนบอลทั่วโลกให้ดูแลตัวเองและคนรอบข้างในสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งเป็นแถงการณ์ที่คนชื่นชมมาก ๆ ล่าสุดก็ออกมาเปิดเผยความรู้สึกตอนนี้ว่าคิดถึงนักเตะมาก ๆ โดย คล็อปป์กล่าวสื่ออย่าง สกาย สปอร์ตว่า “นอกจากเวลาหลับแล้ว ผมคิดว่าตลอดทั้งวัน อันที่จริงก็รวมถึงตอนนอนด้วยนะแหละ ผมคิดถึงแต่เรื่องของลูกทีม ผมไม่ได้ต้องการแบบนี้นะ แต่เพราะมันมีข้อมูลมากมายให้คิดถึง”

“สำหรับผม สิ่งสำคัญสุดสำหรับนักเตะคือการอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเมื่อถึงเวลา และเราได้พยายามทำทั้งเรื่องของโภชนาการ การฝึกซ้อม และแท็กติก แต่เมื่อเวลาที่พวกเขากลับบ้าน มันก็มีเวลาและมีสถานการณ์ นั่นคือชีวิตปกติ ทว่าก็มีผลต่อฟอร์มการเล่น ผมไม่แสร้งว่าผมสนใจ ผมสนใจจริงๆ ผมสนใจ มันสำคัญที่จะรู้ว่าพวกเขาทำงานกันอย่างไรและสำคัญที่จะรู้ว่าทำไมบางคนมีความมุ่งมั่นและมีแรงกระตุ้น”

ด้านความเคลื่อนไหวของสโมสร

ทางด้านความเคลื่อนไหวของสโมสร หลังจากต้องเลื่อนการแข่งขัน ก็ทำให้กิจกรรมหลายอย่างต้องหยุดพักลง แต่มีอยู่สองกิจกรรมที่ทางสโมสรยังยืนยันไม่หยุดพัก กิจกรรมแรกคือเรื่องของ ธนาคารอาหาร สำหรับคนยากไร้ในเมือง ที่ลิเวอร์พูลทำมาต่อเนื่อง และจะยังทำต่อเพื่อบรรเทาทุกข์ให้ผู้คน

อีกเรื่องที่สโมสรเราประกาศออกมาก็คือการประกาศว่าจะจ่ายเงินค่าจ้างให้กับพนักงานของสโมสรทุกคนตามปกติไม่ว่าจะชั่วคราวหรือประจำ จนถึงวันที่ 30 เมษายน ประการการณ์ว่าลิเวอร์พูลต้องใช้จ่ายในส่วนนี้ถึง 10 ล้านบาทต่อเกมการแข่งขันในแต่ละสัปดาห์ที่แอนฟิลด์

ส่วนใหญ่เป็นพนักงานชั่วคราวกว่าพันคน ที่มาประจำการที่สนามคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าชม ไล่ตั้งแต่พนักงานดูแลความเรียบร้อยทั้งในและนอกสนาม, คนขายเครื่องดื่ม, พนักงานต้อนรับสาว, คนทำอาหาร, บริกร, แพทย์ และรถพยาบาลประจำสนาม ฯลฯ (อ้างอิงจากเพจพี่ต้น ต้นทางฟุตบอล)

สามารถติดตามข่าวสารอัพเดท บทความสาระ วิเคราะห์ดี ๆ ของผมได้ที่เพจ we are Liverpool นะครับ