5 หมัดเด็ดพิชิตแชมป์ เจาะแนวทางการเล่นที่คล๊อปป์ใช้เผด็จศึกคู่แข่งในฟรีเมียร์ลีกปีนี้

บทความนี้ผมพยายามวิเคราะห์กันอย่างจริงจังว่าเหตุใดในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลจึงเอาชนะคู่แข่งได้แม้ในเกมที่ยากหรือตกเป็นรองคู่แข่ง และคำตอบที่ผมได้แบบง่าย ๆ คือ ลิเวอร์พูลมีวิธีเอาชนะคู่แข่งได้หลากหลาย หากพูดตามคำของเป๊บที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อครั้งหนึ่ง เขาบอกว่าสาเหตุที่ลิเวอร์พูลชนะคู่แข่งเสมอ แม่ในเกมที่ยาก เพราะลิเวอร์พูลมีแนวทางในการเอาชนะคู่แข่งในแต่ละเกมได้

และสาเหตุที่ลิเวอร์พูลมีแนวทางในการชนะได้หลากหลาย เพราะลิเวอร์พูลมีอาวุธเด็ดเยอะมาก และสามารถนำเอามาใช้ได้แบบถูกที่ถูกเวลาเสมอ อาวุธเด็ดที่ว่ามีอะไรบ้าง และนำมาใช้แบบถูกที่ถูกทางได้อย่างไร บทความนี้มีคำตอบและตัวอย่าง

1 สวนกลับเร็ว

เป็นวิธีเอาชนะคู่แข่งมาตรฐานของหงส์แดงอยู่แล้วที่มาพร้อมกับสไตล์ gegrnpressing หรือ counter pressing ของคล๊อปป์ ที่เปลี่ยนจากรับเป็นรุกแบบเร็ว ๆ หรือมาจากการบีบไล่แย่งบอลตั้งแต่แดนบนแล้วฉวยจังหวะเป็นการโต้กลับเร็วทันที ฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลทำประตูจากการสวนกลับเร็วได้ถึง 11 ประตู ขณะที่แมนซิตี้ทำได้ 4 ครั้ง

ตัวอย่างเช่นประตูที่สองที่หงส์แดงทำได้ในเกมชนะเซฟฟิลด์ 2-0 ผมถือว่าเป็นรูปแบบของการสวนกลับที่เราทำได้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ และมาจากความเข้าใจเกมทั้งของอลีสซงและโรเบิร์ตสัน โดยเฉพาะโรเบิร์ตสันลูกนี้ผมยกความดีความชอบให้เขาไปเลยเต็ม ๆ หากไม่มีไหวพริบและการอ่านเกมของเขาในจังหวะนี้ผมคิดว่าประตูที่สองอาจไม่เกิดด้วยซ้ำ

จากภาพด้านบนจะเห็นว่าจังหวะที่อลีสซงล้มตัวรับบอลจากการโยนเข้ามาของผู้เล่นเซฟฟิลด์ นักเตะลิเวอร์พูลส่วนใหญ่ยังอยู่ในจุดที่ไม่ได้เปรียบมากนัก แต่โรเบิร์ตสันอ่านเกมไว้แล้วว่าเมื่ออลีสซงลุกขึ้นมาควรจะทำอะไรต่อ เขาเหลียวมองบอลจนแน่ใจแล้วว่าอลีสซงรับอยู่มือแน่ จากนั้นก็รีบหันหน้าวิ่งไปที่ว่างทางซ้ายของตัวเองทันที ผลก็คือเมื่ออลีสซงลุกขึ้นเขาก็ไม่ต้องคิดอะไรเลย เพราะร็อบโบ้เปิดทางให้แล้ว

2 การเล่นลูกตั้งเตะ+ลูกทุ่ม

นี่คืออาวุธเด็ดที่ทำให้ลิเวอร์พูลเอาตัวรอดมานักต่อนักในสองซัซั่นหลังสุด ในพรีเมียร์ลีกลิเวอร์พูลยังไม่ได้ประตูจากฟรีคิกจังหวะเดียวโดยตรง แต่ลูกยิงของอาร์โนล์ดที่เล่นฟรีคิกสองจังหวะใส่เชลซีก็พอจะนับได้ว่ามาจากลูกฟรีคิกเช่นกัน เช่นเดียวกับลูกที่ฟรีมิโน่โหม่งได้จากลูกฟรีคิก 2 จังหวะของอาร์โนล์ดกับโรเบิร์ตสันในเกมเดียวกัน และอีก 1 ประตูมาจากฟานไดค์จที่โหม่งลูกเปิดพรีคิกของอาร์โนล์ด

จากฟรีคิกมาดูลูกเตะมุมที่เป็นจุดเด่นของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้เลย ลิเวอร์พูลได้ประตูจากลูกเตะมุมเยอะมาก มีช่วงหนึ่งที่โหม่งได้ติด ๆ กัน ไล่ตั้งแต่เกมชนะนอริช 4-1 ฟานไดจ์ค โหม่ง ซาลาห์เปิด ชนะอาร์เซน่อล 3-1 มาติป โหม่ง อาร์โนล์ดเปิด ชนะวิลล่า 2-1 โรเบิร์ตสันโหม่ง อาร์โนล์ดเปิด เกมชนะ พาเลส 2-1 ฟรีมิโน่ ตามซ้ำลูกเปิดมุมของอาร์โนล์ด (ไม่ได้แอสสิสต์) ที่ฟานไดจ์คจิ้มไปติดแนวรับ เกมชนะไบทร์ตัน 2-1 ฟานไดจ์ค โหม่ง อารโนล์ดเปิด เกมชนะแมนยู 2-0 ฟานไดจ์คโหม่ง อาร์โนล์ดเปิด และเกมกับวูฟกัปตันเฮนโด้โหม่ง อาร์โนล์ดเปิด

เฮนโด้มีส่วนสำคัญกับลูกตั้งเตะเสมอ

ซึ่งการแตะมุมและลูกฟรีคิกของลิเวอร์พูลนั้นมีการออกแบบการเข้าทำที่หลากหลาย มีการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ของคู่แข่งและฝึกซ้อมวิธีเข้าทำอย่างเข้มข้น มีนักเตะที่เข้าโฉบไปทำประตูได้หลายทำให้ถูกจับทางได้ยาก เช่นเกมกับแมนยูลิเวอร์พูลปิดการเคลื่อนที่ของแมกไกว เกมกับวูฟใช้ฟานไดจ์คเป็นตัวหลอกให้เฮนเดอร์สันโหม่ง

3 บอลยาวพิฆาต

นี่คืออาวุธเด็ดที่คล๊อปป์เตรียมมาเพื่อเป็นอีก 1 ทางเลือกอาวุธเด็ดของหงส์แดง ซึ่งมันนำมาปรับเข้ากันได้ดีกับสไตล์การสวนกลับเร็ว ในหลายเกมคล๊อปป์มักจะใช้การวงบอลยาวเป็นการโจมตีหลัก เช่นเกมที่ชนะเลสเตอร์ทั้งสองเกม

อีกหนึ่งเกมที่คล๊อปป์ใช้บอลยาวเป็นอาวุธหลักคือเกมที่ลิเวอร์พูลชนะเอฟเวอร์ตัน 5-2 จากสถิติหลังเกมชี้ให้เห็นว่าเฉพาะผู้เล่นตำแหน่ง out field ไม่นับผู้รักษาประตู ลิเวอร์พูลวางบอลยาวไปทั้งหมดถึง 59 ครั้ง หากนับรวมอาเดรียนด้วยก็จะเป็น 70 ครั้ง และการวางบอลยาวของนัดนี้ไม่ใช่มาจากแบ๊กทั้งสองข้างเป็นหลัก แต่มาจากเซ็นเตอร์ทั้งสองคน

เฉพาะครึ่งแรกเซ็นเตอร์ของเราวางบอลยาวไปให้กองหน้ารวมกันถึง 8 ครั้ง โดยแค่ 10 นาทีแรกของเกมฟานไดจ์ควางบอลยาวให้เพื่อนไปแล้วถึง 3 ครั้ง คือวางให้โรเบิร์ตสัน 2 และนาเน่ 1 และตลอดทั้งเกมเขาวางบอลยาวไปถึง 11 ครั้ง เช่นเดียวกันกับลอฟเรน ครึ่งแรกเขาวางบอลยาวไปถึง 3 ครั้งและหนึ่งในนั้นกลายเป็นประตูสุดสวยที่เขาวางบอลให้โอริกีทำประตู เกมนี้เขาเองก็วางบอลยาวไป 11 ครั้งเหมือนกัน

4 บอลทำชิ่ง-วิ่งตัดช่อง

นี่ก็เป็นอีก 1 อาวุธเด็ดที่หงส์แดงมักจะทำได้เสมอ มันมาจากการเล่นเข้าขารู้ใจของนักเตะหงส์แดงที่เล่นด้วยกันมานาน ผมขอยกตัวอย่างนะครับ เกมที่คล๊อปป์วางแท๊กติกเล่นบอลตามช่องมาเป็นอาวุธหลักก็เห็นได้จากเกมที่พบกับบอร์นมัธ เนื่องจากบอร์นมัธยืนคุมโซนสองชั้นและรับลึกการจะโยนยาวหรือเปิดด้านข้างอาจจะลำบาก ลิเวอร์พูลจึงใช้การเล่นบอลเร็ว จ่ายบอลตามช่อง เน้นการเคาะบอลหาช่องเป็นหลัก นี่คือเหตุผลที่คล๊อปป์เลือกเกอิตาลงเกมนี้ เขาเป็นนักเตะที่จ่ายบอลตามช่องได้ดีมาก

จ่ายบอลตามช่องแปลกตรงไหน ไม่แปลกหรอกครับ มันเป็นพื้นฐาน แต่เมื่อมันถูกเน้น แสดงว่ามันมีความหมายพิเศษ นัดนี้ลิเวอร์พูลสัมผัสบอลรวมกันทั้งทีม 1,012 ครั้ง ขณะที่นัดอื่น ๆ จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 7-8 ร้อยครั้ง เช่นเกมเจอแมนซิ 609 ครั้ง พาเลส 703 ครั้ง ไบร์ทตัน 654 ครั้ง

และในแต่ละเกมหากจะใช้การทำชิ่งเข้าเจาะ เรามักจะเห็นความสำคัญของซาลาห์กับฟีร์มิโน่มากขึ้น ฤดูกาลแรกที่ซาลาห์มาเขามีสถิติในการแอสซิสต์กับฟีร์มิโน่ที่ดีมาก อย่างในปีนี้เราก็จะเห็นได้ตั้งแต่เกมแรกที่ชนะนอริช เราก็เห็นการทำชิ่ง 1-2 ที่สวยงามของทั้งสองคน

ปีนี้อีกหนึ่งคนที่มีทักษะด้านการทำชิ่งวิ่งตัดชองได้ดีและประสานงานกับซาลาห์ได้ลงตัว ก็คือเกอิต ยกตัวอย่างในเกมบอร์นมัธนั่นแหละครับ สองประตูที่ได้คือประตูที่ 2 และ 3 มาจากการประสานงานของสองคนนี้ ก่อนหน้านั้นความพยายามในการประสานงานกันสองครั้งถูกอาเกดักบอลไว้ได้ และช่วงต้นเกมก็ยังเกตเห็นวิธีการวิ่งหาช่องของทั้งสองคนยามคนใดคนหนึ่งได้บอล เช่นจังหวะนี้

จังหวะนี้ให้สังเกตการวิ่งของเกอิตา ขณะที่มิลเนอร์กำลังจะส่งบอลให้ซาลาห์ เกอิตาแทนที่จะหันหน้าเข้าหาบอลเพื่อเชื่อมบอลกับซาลาห์ แต่เขากลับวิ่งหันหลังไปทางกองหลัง เพื่อทำทางและหาช่องให้ซาลาห์จ่ายนั่นเอง แต่จังหวะนี้เราจะเห็นว่าอาเกที่ยืนปักหลักตรงกลางหน้าประตูกำลังอ่านเกมอยู่ จังหวะนี้จบที่ซาลาห์ไม่ได้ส่งให้เกอิตา

5 มีส่วนร่วมกับประตูได้จากทุกตำแหน่ง

นี่คืออีกหนึ่งความพิเศษของลิเวอร์พูลในปีนี้คือนักเตะเกือบทุกตำแหน่งมีส่วนร่วมกับการได้ประตู ในแต่ละเกมคล๊อปป์จะมีการแก้เกมเล็กน้อย แล้วจะมีนักเตะพิเศษลงมาในช่วงเวลาพิเศษแล้วทำประตูสำคัญ ๆ ให้ลิเวอร์พูลได้ ประตูของไวนาดุมเกมเฉือนชนะ เชฟฟิลด์ 1-0  ประตูของลัลลานาเกมเสมอแมนยูและประตูชัยในนัดเจอวูฟนัดแรก เฮนเดอร์สันกับการทำประตูนัดเจอสเปอร์สรอบแรก ประตูตีเสมอนาที 87 ของร็อบโบ้เกมเจอวิลลา ลูกยิงไกลของฟาบินโญ่นัดเจอแมนซิตี้ เป็นต้น ทั้งหมดล้วนเป็นประตูพิเศษที่มาจากนักเตะพิเศษในช่วงเวลาพิเศษทั้งนั้น

นักเตะลิเวอร์พูลที่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 24 คน คนที่ไม่มีส่วนร่วมกับประตูมีเพียง อาเดรียน โกเมส ทาคุมิ  เอเลียต และวิลเลียมส์เท่านั้น  นอกนั้นนักเตะลิเวอร์พูลอีก 19 คนมีส่วนร่วมกับการได้ประตูหมดไม่ว่าจะมาจากทำประตูเองหรือแอสซิสต์ กระทั่งอลิสซงเองยังแอสซิตส์ได้ 1 ลูก

บทสรุป

แม้แนวทางในการได้ประตูจะดูเหมือนน้อย มีแค่ 5 แนวทาง แต่นี่เป็นแค่แนวทางที่เป็นภาพกว้าง เมื่อคูณกับวิธีและแท๊กติกย่อย ๆ ในแต่ละเกมที่ไม่เหมือนกัน เช่น การเตะมุมและฟริคิกที่อาจจะมีลูกเล่นได้อีก 20 แบบ ไม่ว่าจะบอลสั้น บอลยาว เสาแรก เสาสอง บอลสองจังหวะ การสวนกลับที่มีทั้งจากบอลยาวที่มาจากนักเตะที่สามารถวางบอลยาวได้เกือบทุกคนในแดนหลังและกลางนับรวมผู้รักษาประตูด้วยก็ 8 คนที่สามารถวางบอลยาวได้

นอกจากแนวทางการเข้าทำที่หลากหลายแล้ว ความยึดหยุ่นทดแทนตำแหน่งกันได้ของนักเตะลิเวอร์พูลก็เป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นที่เสริมให้อาวุธเหล่านั้นยิ่งอันตรายและแหลมคมมากขึ้น แบ๊กซ้ายขวาสลับกันได้ กองกลางสลับกันได้ กองหน้าสลับกันได้ นี่คือความครบเครื่องสุด ๆ ของลิเวอร์พูลชุดนี้ นี่คือความลงตัวทั้งนักเตะและแท็กติกที่ทำให้ทีมของคล็อปป์สามารถพิชิตแชมป์มาได้