‘เชิงลึกหลังเกม’ วิเคราะห์แท๊กติกการใช้งานลัลลานาเพื่อพิชิตหมาป่า

ตอนประกาศรายชื่อ 11 ตัวจริงแล้วเห็นชื่อลัลลานา ผมเองก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าคล๊อปป์จะให้ลัลลานาเล่นยังไง เมื่อเทียบกับตัวเลือกที่เหลือในแดนกลางอย่างเกอิตา มิลเนอร์ การใช้งานลัลลานาในเกมนี้ทำให้ผมเข้าใจว่าคล๊อปป์อาจจะแค่ต้องการโรเตชั่นนักเตะ แต่เมื่อผ่านไป 10 นาทีผมก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมนัดนี้คล๊อปป์ถึงต้องใช้งานลัลลานา

กำแพงหมาป่า

มองการจัดตัวของวูฟและรูปแบบการเล่นในครึ่งแรกแล้วก็จะเห็นว่า นูโน มีแผนสองชั้น ครึ่งแรกเขาพักนักเตะที่มีความเร็วอย่าง ฆิมิเนส และตราโอเร่ ไว้ข้างสนาม แล้วขันเกมรับแบบคุมโซนมายันหงส์แดง รูปแบบการเล่นตามแผนอาจจะเป็น 3-5-2 แต่ในยามที่พวกเขาต้องเล่นเกมรับกับหงส์รูปแบบการคุมโซนจะกลายเป็น 4-5-1 หรือ 4-1-4-1 ทันที

วูฟจะปล่อยให้ลิเวอร์พูละครองบอลในแดนของตัวเอง แต่เมื่อเลยครึ่งสนามมาในแดนตัวเองพวกเขาจะคอยคุมโซน แน่นหนา นักเตะจะช่วยกันไล่และซ้อน ดักเข้าจังหวะที่ลิเวอร์พูลจ่ายบอล หากแย่งบอลได้จะรีบทำเร็วโต้กลับทันที โดยส่วนมากจะใช้การวางบอลยาวไปข้างหน้า

หัวใจของวูฟในครึ่งแรกอยู่ที่ รูเบน เนเวส ที่จะยืนปักหลักบัญชาเกมอยู่แดนกลาง นอกจากนั้นหน้าที่สำคัญของเขาอีกอย่างก็คือการคอยจับตาการเคลื่อนที่ของฟีร์มิโน่ เพื่อตัดการเชื่อมเกมในแดนกลางของลิเวอร์พูล

การเจาะกำแพงต้องใช้การแทรกซึม

โดยปกติลิเวอร์พูลจะเจองานยากเสมอยามเล่นกับทีมที่เล่นระบบหลังสามได้ดี ทั้งแมนยู และเชฟฟิลด์ แสดงให้เห็นมาแล้ว เพราะว่าพื้นที่ดานหลังจะเหลือน้อยมาก แดนกลางก็จะถูกบีบไม่ให้จ่ายบอล นั่นจึงเป็นที่มาของการที่ช่วงหลังคล๊อปป์เพิ่มการโจมตีแบบโยนยาว หรือทำชิ่ง 1-2 เพื่อเล่นงานกองหลังโดยตรงไม่ต้องผ่านด่านแดนกลาง และเพื่อไม่ให้กองกลางลงไปช่วยกองหลังได้ทัน จะทำให้พื้นที่ด้านหลังเปิดมากขึ้น

ลัลลานาเล่นชิ่งกับซาลาห์

แต่วิธีนี้ต้องใช้นักเตะที่วางบอลแม่น ๆ กับนักเตะที่วิ่งสอดแนวรับของคู่แข่งได้ดี ซึ่งนักเตะที่วางบอลแม่น ๆ นั้นลิเวอร์พูลมีอยู่เต็มทีมแล้ว แต่ทีเด็ดของเกมนี้คือการที่คล๊อปป์เลือกใช้ลัลลานาให้เป็นตัวแทรกซึมคอยวิ่งสอดไปเข้าทำ แม้ดูจากระบบลิเวอร์พูลจะมาในแผน 4-2-3-1 แต่หากดูการเล่นของลัลลานาจะพบว่าเขาเป็นตัวรุกอิสระทางฝั่งขวามากกว่าในครึ่งแรก คือวิ่งได้อิสระโดยไม่ต้องห่วงพื้นที่ของตัวเอง นั่นทำให้ลัลลานาจะหลุดจากการตามประกบและหาโอกาสวิ่งสอดได้ดีขึ้น

ลัลลานาพยายามวิ่งสอดแนวรับวูฟ

ขอแค่โอกาสเดียว

แม้ลิเวอร์พูลจะวางแท๊กติกให้ลัลลานาเป็นตัววิ่งสอด แต่ไม่ใช่ว่ามันจะง่ายดาย ที่สำคัญคือใช้แบบพร่ำเพรื่อไม่ได้ เพราะหากใช้บ่อย นักเตะของวูฟจะจับทางได้ และลัลลานาจะเล่นลำบากมากขึ้น เราจะเห็นว่าช่วง 10-20 นาทีแรกลัลลานาพยายามวิ่งสอดหลายครั้ง แต่เพื่อนยังไม่จ่ายให้

ลัลานาพยายามวิ่งสอดแต่เพื่อนยังไม่จ่ายให้

หากดูจากจังหวะที่ลิเวอร์พูลได้ประตูจะเห็นว่าลัลลานาดันขึ้นสูงมากมาเป็นกองหน้าเลย เมื่อดูจากการยืนของซาลาห์ มาเน่ ฟีร์มิโน่ ที่พยายามถอยลงมาต่ำกว่าปกติเพื่อดึงกองกลางและกองหลังของวูฟขึ้นมาเพื่อเปิดช่องให้ลัลลานาวิ่งสอดขึ้นไป

หากมองภาพกว้างจะเห็นว่าลูกนี้ไม่มีทางเป็นลูกฟลุ๊กหรือบังเอิญได้เลย มันคือลูกที่ต้องตระเตรียมกันมาอย่างดีในช่วงซ้อม เพื่อให้หาคาใจว่าเป็นลูกที่ลัลลานาถูกกำชับมา ลองดูภาพด้านล่าง ทุกครั้งที่ฟานไดจ์คหรือเฮนเดอร์สันได้บอล ลัลลานาจะขยับตัวทุกครั้ง

จังหวะนั้นเป็นเพียงโอกาสเดียวจากความพยายามนับ 10 ครั้งของลัลลานาในการสอดเข้าไปแล้วเพื่อนส่งให้ และเขาก็ไม่ได้ทำให้มันสูญเปล่า ดูจากแผนผังพื้นที่การสัมผัสบอลของลัลลานาจะเห็นว่าโดยปกติเขาจะอยู่ทางขวา แต่จังหวะที่ได้ประตูเป็นจังหวะเดียวที่เขาเข้าไปสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษตรงกลางประตู

ลัลลานาในครึ่งหลัง

เราจะเห็นอาการผิดหวังรุนแรงของนักเตะวูฟในครึ่งแรกได้เป็นอย่างดี เพราะเป้าหมายของพวกเขาคือการไม่เสียประตูให้หงส์แดงในครึ่งแรกแล้วมาลุ้นส่งนักเตะอย่างตราโอเร่หรือฆิมิเนสมาเล่นโต้กลับในครึ่งหลังที่ลิเวอร์พูลจะต้องบุกมากขึ้นกว่าเดิมและจะเปิดพื้นที่ให้นักเตะที่มีความเร็วของพวกเขาเข้าทำ พวกเขาจึงผิดหวังมากกับการที่ทีมไม่ได้ประตูตีเสมอ เพราะรู้ดีว่าเกมนี้ 1 ลูกก็ตัดสินเกมได้แล้ว

ครึ่งหลังลิเวอร์พูลหันมาเล่นเกมรับมากขึ้น เน้นความแน่นอนของการส่งบอล ต้องครอบครองบอลให้มากที่สุด โอกาสการเข้าทำในครึ่งหลังจึงน้อยลงชัดเจน ลิเวอร์พูลปรับมาเล่น 4-4-1-1 ครึ่งหลังลัลลานาจะไม่ค่อยเติมเกมไปแดนของวูฟเลย จะยืนปักหลักวิ่งไล่ในแดน และคอย cover พื้นที่ช่วยกองกลางและแบ๊กขวา และคอยวิ่งไล่สกัดบอล แม้จะอยู่ในสนามไม่ครบ 90 นาทีแต่เขาคือนักเตะที่เข้าแท๊กเกิลแย่งบอลชนะคู่แข่งถึง 4 ครั้ง มากที่สุดในทีม

บทสรุป

เกมนี้เป็นเกมที่อึดอัดและต้องใช้ความอดทนสูงทั้งสองฝั่ง เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจถูกลงโทษทันที จุดที่วูฟอาจไม่คาดคิดคือการมีลัลลานาอยู่ในสนาม นอกจากนั้นยังไม่รู้ว่าลัลลานาจะลงมาเล่นตำแหน่งไหนกันแน่ นี่คือข้อดีของคล๊อปป์ที่พยายามให้นักเตะเล่นได้หลายตำแหน่ง และรู้ว่านัดไหนควรจะดึงจุดเด่นด้านไหนของนักเตะแต่ละคนออกมา

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือการบ่มเพาะการเล่น การเรียนรู้นักเตะของคล๊อปป์ตลอดเวลา 4 ปี จนเชี่ยวชาญที่จะเลือกสรร เลือกวางนักเตะแต่ละคนลงไปในสนาม ในสนามคืนนี้ลัลลานาอาจจะเล่นไม่หวือหวาหรือน่าตื่นเต้นในสายตาของแฟนบอล แต่ในสายตาของโค้ช เขาทำหน้าที่ได้เยี่ยม และบรรลุเป้าหมาย