วิเคราะห์ผลดี-ผลเสียของการตัดจบแล้วยกแชมป์ลีกให้ลิเวอร์พูล

แม้พรีเมียร์ลีกจะแสดงเจตจำนงว่าจะแข่งขันเกมที่เหลือให้จบด้วยการเลื่อนการแข่งขันออกไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน แต่ก็เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวที่ยังไม่มีความแน่นอน ในทางตรงกันข้ามสถานการณ์ตอนนี้ที่อังกฤษรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ทำให้ทุกอย่างมีแนวโน้มที่จะต้องเลื่อนออกไปอีก

กระนั้นก็ตามการเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่ทางออกแน่นอน สิ่งที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ จำเป็นต้องคิดมากกว่าการเลื่อนไปเรื่อย ๆ ในกรณีที่ไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ตามปกติจนจบซีซั่นนี้ว่าจะต้องแก้ปัญหานี้อย่างไร

ตัดจบแล้วยกแชมป์

ในบรรดาข้อเสนอหรือแนวทางการแก้ปัญหาที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด และดูเหมือนจะมีแนวโน้มในทางปฏิบัติมากที่สุดตามรายงานข่าวจากเว็บไซต์ telegraph จากที่ประชุมพรีเมียร์ลีกครั้งแรก ความเห็นส่วนใหญ่จากสโมสร พรีเมียร์ลีก ทั้ง 20 ทีม มีแนวโน้มว่าจะตัดสินให้ ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์ในฤดูกาลนี้ แม้ว่าจากนี้ไปการแข่งขันจะไม่สามารถกลับมาเตะกันจนครบ 38 เกมได้ก็ตาม เนื่องจากผลงานของลิเวอร์พูลที่ปรากฎออกมามันเพียงพอที่จะทำให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งข้อเสนอนี้ลิเวอร์พูลต้องการเพียง 14 เสียง จาก 20 เสียง ที่เห็นด้วยไปในทิศทางเดียวกันเท่านั้น

สอดคล้องกับเสียงของคนดูฟุตบอลส่วนใหญ่ เพราะเมื่อวันที่ 16 มี.ค. GiveMeSport สื่อกีฬาดังของประเทศอังกฤษ ได้ทำโพลสำรวจความเห็นของแฟนบอลในแฟนเพจเฟซบุ๊กของตัวเองว่า ถ้าศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 ต้องยกเลิกการแข่งขัน ควรยกแชมป์ให้ทีมลิเวอร์พูลหรือไม่ มีแฟนบอลประมาณ 3 แสนราย เข้ามาร่วมโหวตในครั้งนี้ ผลออกมาคือ 61% เลือกให้ลิเวอร์พูลเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ ขณะที่ 39% โหวตว่า ไม่สมควรได้แชมป์

ทุกข้อเสนอมีข้อคัดค้าน

อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นข้อเสนอที่ได้รับการยอมรับวงกว้าง แต่นี่ยังไม่ใช่บทสรุปหรือการตัดสินอย่างเป็นทางการ ว่ากันตามจริงก็มีเสียงแตกออกมามากมายเหมือนกันทั้งนี้แต่ละฝ่ายก็มีเหตุผลเพียงพอในการรับฟัง เช่นข้อคิดเห็นของ อลัน เชียร์เรอร์ ที่เขาเสนอว่าไม่เห็นด้วยกับการตัดจบแล้วยกแชมป์ให้ลิเวอร์พูล เพราะจะมีปัญหากับทีมอื่น ๆ ที่ยังต้องลุ้นอีกหลายทีม ทั้งทีมขึ้นชั้น ทีมตกชั้นหรือทีมโควตายุโรป แต่ข้อเสนอของเชียร์เรอร์ ไม่ใช่ให้โมฆะนะครับ เขามองว่าการยกเลิกการแข่งขันแล้วยกแชมป์ให้ลิเวอร์พูลควรเป็นทางเลือกสุดท้าย วิธีแก้ตอนนี้คือ ควรกลับมาแข่งขันต่อให้จบแม้ว่าอาจจะล่าช้าไปก็ตาม

ยังมีอีกความเป็นไปได้หนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมานำเสนอจาก เทเรกร๊าฟ เพื่อแก้ปัญหาในกรณีที่ต้องตัดจบการแข่งขัน แล้วจะสร้างผลกระทบน้อยที่สุดก็คือ ยกแชมป์ให้ลิเวอร์พูล และจะไม่มีการปรับตกชั้น ขณะที่จะให้ทีมที่ได้เลื่อนชั้นสองทีมจากลีกแชมป์เปียนส์ชิพได้ขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีก หมายความว่า ฤดูกาลหน้าจะแข่ง 22 ทีม โดยจะมีทีมตกชั้น 5 ทีม และตัดบอลถ้วยรายการ ลีกคัพ ออก เพื่อให้โปรแกรมการแข่งขันลงตัว

แน่นอนว่าทุกข้อเสนอย่อมไม่มีคนเห็นด้วย ในกรณีนี้แมนยู ฯ เองก็พร้อมโหวตสวน พวกเขาอยากให้มีการแข่งขั้นต่อแม้จะช้าบ้าง เพราะหากมองดูตารางคะแนนตอนนี้พวกเขาตามหลังเชลซีแค่ 3 แต้มในพื้นที่ UCL และหากพวกเขาไม่ได้ไปเล่น UCL พวกเขาจะต้องโดนอดิดาสปรับเงินโขอยู่เหมือนกัน นี่ว่ากันแฟร์ ๆ หากจะตัดจบทุกทีมก็ต้องไม่เสียหายพอ ๆ กัน (อ้างอิงจาก givemesports)

ผลดี-ผลเสียของการยุติการแข่งขัน

เราพอจะเห็นถึงรายละเอียดของข้อเสนอเรื่องการยุติการแข่งขันแล้วยกแชมป์ให้ลิเวอร์พูลไปแล้ว รวมถึงข้อโต้แย้งและแนวทางการแก้ไขจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะตามมากันพอสมควร ทำให้เราพอจะเห็นเค้าลางว่ามีทางเป็นไปได้สูงสำหรับข้อเสนอนี้ แต่แน่นอนว่าทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนการประเมิน ไม่แน่อาจจะมีแนวทางอื่นที่ดีกว่านี้

ในแง่ดี ข้อเสนอนี้มีผลดีมากมาย อย่างแรกคือเป็นการตัดปัญหาไปเลย ลดความเสี่ยงในเรื่องอื่น ๆ ที่จะตามมา แล้วทุกสโมสรก็จะได้มีเวลาเตรียมหามาตรการอื่น ๆ มาแก้ปัญหาของแต่ละสโมสร ทั้งการยึดเอาผลงานปัจจุบันก็ถือว่ายุติธรรมที่สุดแล้วสำหรับทุกทีมที่ทำผลงานมาเหมือนกัน ไม่ใช่แค่ลิเวอร์พูลเท่านั้น ยังรวมถึงทีมจากลีกแชมเปียนส์ชิพที่จะได้เลื่อนด้วย ยิ่งหากไม่มีการตัดตกชั้น ทีมอย่างวิลล่าที่แข่งน้อยกว่าชาวบ้านแต่มีโอกาสรอดตกชั้นหากชนะ ก็จะได้รับความเป็นธรรมด้วย

การตัดจบ ยังจะทำให้ไม่กระทบกับการวางโปรแกรมของฤดูกาลหน้า อีกทั้งแทนที่จะกลับมาแข่งขันเกมลีกต่อซึ่งไม่รู้ว่าจะได้แข่งตอนไหน หากตัดจบแล้วเอาเวลาที่พอเหลือหรือพอมีอยู่ช่วงก่อนเปิดฤดูกาลหน้ามาแข่งบอลถ้วยอย่างเอฟเอคัพให้จบก็น่าจะเป็นผลดีกว่าการลากยาวโปรแกรมลีกให้ชนกัน

ส่วนข้อเสียนั้นต้องมีแน่นอน สำหรับการตัดจบ โดยเฉพาะกับลิเวอร์พูล เพราะหากว่ากันตามจริงยังไงถ้าแข่งต่ออีก 1-2 นัดพวกเขาก็ได้แชมป์แน่ ๆ และลิเวอร์พูลน่าจะมีแรงจูงใจสูงกว่าทีมอื่น ๆ ในการอยากให้แข่งต่อจนจบซีซั่น เพราะอะไร ? ก็เพราะว่า การยุติการแข่งขันมันคือการตัดโอกาสที่ลิเวอร์พูลจะได้สถิติอื่นๆ เช่น ทำคะแนนเกิน 100 แต้ม ชนะเยอะสุดในลีก ชนะในบ้าน 100 เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญคงไม่มีทีมไหนที่ผลงานยอดเยี่ยมขนาดนี้จะต้องได้แชมป์ที่มีรอยด่างแน่ พวกเขาต้องอยากได้แชมป์ที่คู่ควรกับผลงานของพวกเขา

นอกจากนั้นการตัดจบก็คือการตัดโอกาสที่ทีมอื่น ๆ จะลุ้นแย่งตำแหน่ง ลองนึกถึงแมนยูฯ สิครับพวกเขาลงทุนซื้อตัวบรูโน่มาเพื่อลุ้นแย่งท๊อปโฟร์ และผลงานตอนนี้กำลังดีวันดีคืนมีแต้มห่างจากอันดับ 4 แค่ 3 แต้มขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 8-9 นัด โอกาสที่พวกเขาจะลุ้นไป UCL มันมีมาก ไม่ใช่แค่แมนยูฯ หรอกครับ พวกเซฟฟิลด์ วูลฟ์ส ก็มีลุ้นเหมือนกัน

ที่สำคัญแน่ ๆ คือการตัดจบจะสร้างความเสียหายทางด้านการเงินของพรีเมียร์ลีกและธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องแน่นอน ปัญหาเรื่องค่าลิขสิทธิ์ของเกมที่เหลือจะเอายังไง ธุรกิจต่าง ๆ อาจต้องมีการฟ้องร้องกัน

แต่นั่นแหละครับ อย่างที่ผมบอกตั้งแต่ต้น ปัญหานี้ไม่มีทางที่จะไม่สูญเสียเลย เพราะความสูญเสียมันเกิดขึ้นไปแล้ว การตัดสินใจทำตามข้อเสนอใดเสนอหนึ่ง ไม่มีทางหลีกเลี่ยงความเสียหายใด ๆ ได้เลย เป็นแต่เพียงการบรรเทาปัญหาเท่านั้น จุดสำคัญคืออย่างที่คล็อปป์พูดไว้ว่า การแก้ไขปัญหาจะต้องมีความเป็นธรรม