‘เชิงลึกหลังเกม’ แท๊กติกทำเรื่องยากให้ง่าย ในนัดชนะเชฟฟิลด์คำรบสอง

การเปิดบ้านเจอเชฟฟิลด์นัดนี้ ก่อนเกมหลายฝ่ายคาดว่าน่าจะเป็นเกมที่ยากอีกเกมหนึ่งของหงส์แดง เมื่อเปรียบเทียบกับเกมแรกที่ลิเวอร์พูลไปเยือนครั้งก่อนที่ได้ประตูโทนจากลูกยิงไกลของไวนาดุมที่บอลแฉลบเข้า และตลอดทั้งเกมเซฟฟิลด์สร้างความอึดอัดให้กับเกมของลิเวอร์พูล แต่กลายเป็นว่านัดนี้ลิเวอร์พูลเล่นง่ายกว่ามาก และเล่นอย่างเหนือชั้นกว่าผู้มาเยือนนัก

หลายกระแสอาจมองว่าเป็นเพราะเชฟฟิลด์ล้า ใช้นักเตะชุดเดิมตลอดทั้งซีซั่น แบ๊กโพร์รวมถึงกองกลางไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงเลย แต่อย่าลืมว่าลิเวอร์พูลเองก็ใช้นักเตะชุดเดียวกันนี้ส่วนใหญ่ต่อเนื่องมาตั้งแต่นัดชิงแชมป์สโมสรโลก จุดแตกต่างสำคัญของเกมนี้จึงไม่ใช่เรื่องของความล้ามากนัก (อาจมีผลบ้าง) แต่เป็นเรื่องของการวางแท๊กติกการเล่นของหงส์แดง ที่เกมนี้คล๊อปป์ปรับแผนจากนัดแรกนิดหน่อย

แน่นอนว่าประตูแรกที่มาเร็วของลิเวอร์พูลมีส่วนช่วยทำให้เกมนี้ง่ายมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย แต่หากไม่มีการวางแผนการเล่นที่ดีมาแล้วไซร้ การนำเร็วตั้งแต่ 4 นาทีแรก อาจกลายเป็นแรงกดดันขนาดใหญ่เองเสียก็เป็นได้ ฉะนั้น วันนี้ผมจะลองวิเคราะห์แผนการเล่นของลิเวอร์พูลเกมนี้ตามสายตาของผม ที่ผมมองว่าเป็นการเล่นที่เก๋า โชว์การคุมเกมอย่างเหนือชั้นต่อเชฟฟิลด์

ระบบการเล่นและตำแหน่งการยืน

เรื่องแรก ระบบการเล่นและตำแหน่งการยืนวันนี้มีผลต่อรูปแบบการการเข้าทำของลิเวอร์พูลเยอะมาก อย่างน้อยก็แตกต่างจากนัดแรกที่เจอกันอย่างชัดเจน เริ่มกันที่ฝั่งเชฟฟิลด์ก่อน ตามแผนที่ขึ้นกร๊าฟิคในถ่ายทอดสด พวกเขามาในระบบ 3-5-2 แต่เมื่อลงสนามจริงเชฟฯ เล่น 5-3-2 มากกว่า และเล่นแผนนี้เป็นส่วนใหญ่ของเกม พวกเขาใช้การปิดพื้นที่และไล่เพรสแดนหน้ากับแดนกลางเป็นสำคัญ

แผนการเล่นนี้คงไม่เกินที่หงส์แดงจะคาดเดา เพราะมันเคยเกือบจะได้ผลมแล้วครั้งหนึ่งจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ทีมเชฟฯจะมาเปลี่ยนแผนการเล่นของตัวเองที่เล่นดีมาตลอดทั้งซีซั่นนี้ แต่เป็นทางลิเวอร์พูลต่างหากที่วันนี้ดูเหมือนว่าแผนการเล่นของคล๊อปป์จะเปลี่ยนไปจากเกมแรกมาก

เช่นกันแม้จะขึ้นว่าใช้แผน 4-3-3 แต่พักหลังต้องบอกว่าแผนการเล่นของลิเวอร์พูลในสนามนั้นยืดหยุ่นมาก จนไม่อาจกล่าวได้ว่าเล่นแผนใดรูปแบบใดเป็นหลัก อยู่ที่เกมนั้นคล๊อปป์วางแผนมาให้เล่นอย่างไร การยืน การเคลื่อนตำแหน่งก็จะเป็นไปตามเป้าหมายการเล่น เกมนี้มีแกนร่วมกันอยู่คือเน้นการครองบอล แล้วหาช่องในการเจาะคู่แข่งผ่านสารพัดรูปแบบเกมบุก ทั้งโยนยาว ทำชิ่ง เซ็ทพีต สวนกลับเร็ว ที่เป็นอาวุธเด็ดประจำอยู่แล้ว โจทย์วันนี้ที่ต้องทำให้ได้ก่อนคือ จะทำอย่างไรให้การกระจุกตัวอันแน่นหนาของเซฟฯ นั้นถ่างออกให้ได้มากที่สุด เพื่อหาพื้นที่เข้าทำ

การยืนของลิเวอร์พูลในเกมนี้นั้นต้องบอกว่าแทบจะหารูปแบบเฉพาะไม่ได้เลย โดยเฉพาะกับ 3 กองกลาง แต่หากเอาภาพตามที่ผมเห็น ผมพอจะพูดได้ว่าเป็นการยืนแบบเน้นการครองบอลผ่านรูปทรงแบบ 4 เหลี่ยมคางหมูในภาพกว้าง ซึ่งจะเป็นการยืนที่ช่วยสร้างการสร้างพื้นที่สามเหลี่ยมได้หลากหลายมุมดังตัวอย่าง  ภาพด้านล่างนี้

แม้จะดูคล้ายกับนัดอื่น ๆ แต่อย่างที่บอกว่า นัดนี้ลิเวอร์พูลเน้นการครองบอลเป็นพิเศษ การครองบอลของลิเวอร์พูลในเกมนี้มีลักษณะเป็นรูปตัว U คือเน้นการต่อบอลด้านกว้างซ้าย-ขวา แดนกลาง 3 คนยืนห่างกันหุบเข้าชิดพื้นที่ด้านข้างตามรูปด้านล่างนี้ การยืนครองบอลในลักษณะนี้ ลิเวอร์พูลเปิดพื้นที่แดนกลางให้เซฟฟิลด์ไปเลย แต่ข้อดีของมันก็คือ ง่ายต่อการต่อบอลกัน เพราะไม่ต้องถูกแดนกลางเชฟฟิลด์ไล่บีบ

เพื่อให้เห็นภาพว่าลิเวอร์พูลสร้างพื้นที่สามเหลี่ยมอย่างไร มาดูตัวอย่างการเคลื่อนที่ของมิลเนอร์เพื่อสร้างพื้นที่สามเหลี่ยมการครองบอลของลิเวอร์พูล

จากภาพด้านบนนั้น ลิเวอร์พูลกำลังจะเซ็ทบอลจากฝั่งของตัวเองบอลอยู่ที่ฟานไดจ์ค โดยมีโรเบิร์ตสัน โกเมส และเฮนเดอร์สันคอยทำทางการออกบอลด้านข้าง จังหวะนี้กองหน้าสองคนของเชฟฟิลด์คอยกดดันและรอจังหวะเข้าเพรสอยู่ เพื่อไม่ให้กองหน้าทั้งสองคนของเซฟฟิลด์เคลื่อนที่ไปกดดันกองหลังได้สะดวก กองกลางของลิเวอร์พูลอีกหนึ่งคนต้องลงมาคอยประคองสองตัวรุกของเซฟฟิลด์ จากภาพด้านล่างจะเห็นว่ามิลเนอร์ขยับลงมาประคองระหว่างกองหน้าของเชฟฟิลด์ เขาตามลูกบอลและแนวรุกของเชฟฟิลด์เพื่อสร้างพื้นที่ทำชิ่ง 3 เหลี่ยม

นอกจากนั้นหากมีจังหวะใดจังหวะหนึ่งที่กองหลังลิเวอร์พูลถถูกกดดัน ลิเวอร์พูลจะไม่ยอมให้มีนักเตะต้องแก้บอลกันแค่สองคน ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกดักบอล ถูกไล่เพรส ได้ง่าย จะต้องมีนักเตะอีกคนวิ่งเข้าหาพื้นที่ว่างเพื่อสร้างพื้นที่การจ่ายบอลที่มากกว่า 2 ทางให้ได้ ดังเช่นภาพด้านล่างนี้ ที่ฟานไดจ์คกับเฮนเดอร์สันกำลังต่อบอลกันสองคนและมีผู้เล่นของเชฟฟิลด์กำลังจะกดดัน แม้จะมีทางเลือกด้วยการคืนหลังให้โกล แต่กองกลางอย่างไวนาดุมและเฮนเดอร์สันคนใดคนหนึ่งจะต้องลงมา cover พื้นที่ว่าง ซึ่งจากภาพจังหวะต่อไปเป็นไวนาดุมที่ลงมาช่วยประคองด้านข้างของฟานไดจ์ค

การโยกซ้าย-โยกขวาและการดึงตัวนักเตะ

การยืนตำแหน่งและการครองบอลในลักษณะนี้ลิเวอร์พูลไม่ได้หวังผลแค่ครองบอลค่าเวลาเท่านั้น แต่ส่วนหนึ่งมันคือแผนการพยายามดึงผู้เล่นของเชฟฟิลด์ให้เข้าหา โดยเฉพาะแดนกลางที่ตามประะกบกองกลางและกองหน้าของหงส์ให้เข้ามาในแดนของหงส์แดงมากขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ด้านหลังของเซฟฟิลด์ เช่นจังหวะนี้เป็นต้น

จะเห็นว่าการวิ่งลงมาของลิลเนอร์เพื่อจะรับบอลแก้เพรสของโกเมสที่โดนกองหน้าสองตัวของเชฟฟิลด์ไล่เพรส มิลเนอร์วิ่งไปจะรับบอลจากโกเมส ขณะเดียวกันเขาดึงนักเตะกองกลาง 2 คนของให้ตามเขามา เพราะตอนนี้เชฟฟิลด์กำลังไล่เพรส จะต้องกดดันไม่ให้ลิเวอร์พูลแก้เพรสได้จึงต้องตามไปกดดันมิลเนอร์ ขณะที่กองกลางอีกคนก็คอยดูไวนาดุมไว้ ทันทีที่โกเมสส่งบอลให้มิลเนอร์ มิลเนอร์ก็ส่งคืนให้เฮนเดอร์สันทันที ซึ่งหลายครั้งเมื่อลิเวอร์พูลแก้เพรสได้จะกลายเป็นภาพนี้

จากมุมภาพจะเห็นว่านักเตะของเชฟฟิลด์ถูกดึงเข้าแดนกลางเยื้องมาทางขวา ทำให้พื้นที่ด้านหลัง ด้านข้าง และด้านหน้า ทางซ้ายดูโล่งขึ้นเยอะ ซึ่งเฮนเดอร์สันสามารถจ่ายบอลได้ตามแต่เขาจะจินตนาการ ทั้งเปลี่ยนแกนไปที่ฟานไดจ์ค หรือพลิกเป็นบุกไปที่โรเบิร์ตสันกับมาเน่ก็ได้ ซึ่งจังหวะที่หงส์ได้ประตูขึ้นนำ ก็ได้ประตูในลักษณะนี้คือการแก้เพรสของเซฟฟิลด์ได้แล้วโยนยาวไปให้โรเบิร์ตสันหรือจังหวะที่ลิเวอร์พูลได้ประตูที่สองจากการสวนกลับเร็วก็มาจากการใช้การครองบอลดึงผู้เล่นของเซฟฟิลด์เข้ามาในแดนของลิเวอร์พูล

จากภาพจะเห็นว่าจังหวะที่เซฟฟิลด์ไล่ลงมาเพรสนั้นถือว่าทำได้ดีทีเดียว โกเมสจ่ายบอลไม่ค่อยดีโดนฉกไปจากนั้นกองกลางของเซฟฟิลด์ก็ดันขึ้นมาตามบีบสูง แต่จังหวะสุดท้ายโยนบอลไปเข้ามืออลีสซง ทำให้หงส์มีโอกาสโต้กลับ ลองดูจากภาพมุมสูงและกว้างจะเห็นว่าจังหวะสวนกลับของลิเวอร์พูลมีนักเตะเซฟฟิลด์ขึ้นไม่ทันและอยู่ในแดนลิเวอร์พูลถึง 6 คน

บ่อยครั้งเหมือนกันที่ลิเวอร์พูลใช้การสวิชบอลข้ามฝากในเกมนี้ (โยนบอลยาวทั้งหมด 82 ครั้ง) เพื่อโยกให้ผู้เล่นของเซฟฟิลด์เทมาฝั่งใดฝั่งหนึ่งก่อนจะทำการสวิชบอลเปลี่ยนไปฟากเดิมอีกครั้งที่ว่างมากกว่าเดิม เช่นจังหวะนี้ (ภาพล่าง) ลิเวอร์พูลโยนบอลข้ามฟากมาให้อาร์โนล์ดทางฝั่งขวาจะเห็นว่ามีผู้เล่นของเซฟฟิลด์ถึง 4 คนตามลูกศรที่ผมทำไว้วิ่งเทลงมาทางฝั่งของอาร์โนล์ด

ผลที่ได้ก็คือ จากทางด้านซ้ายที่แน่น ๆ ตอนนี้โล่งแล้ว นักเตะเซฟฟิลด์ถูกโยกมากองกันทางอาร์โนล์ด อาร์โนล์ดมีหน้าที่แค่คืนบอลให้เฮนเดอร์สันแล้วสวิชกลับไปทางเดิมที่โรเบิร์ตสันยืนว่างอยู่

จังหวะนี้หากสังเกตดี ๆ เราจะเห็นว่า แม้เป็นการเติมเกมมาครองบอลหน้ากรอบเขตโทษของเซฟฟิลด์ลิเวอร์พูลก็ยังรักษาโครงของการยืนที่จะสร้างพื้นที่สามเหลี่ยม เพื่อถ่ายบอลกันมาได้ดังภาพนี้

นี่คือแท๊กติกโดยรวมที่ลิเวอร์พูลนำมาเล่นกับเซฟฟิลด์ในเกมนี้เพื่อแก้การเพรส และพยายามหาทางโจมตีเซฟฟิลด์ให้ได้ ด้วยการครองบอลดึงคู่ต่อสู้ การสวิชบอลเพื่อโยกนักเตะให้ไปกองอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เกมนี้เมื่อเทียบกับเกมแรกที่ลิเวอร์พูลไปเยือนจึงมีจุดที่แตกต่างกันอยู่ใหญ่ ๆ 2จุดคือ 1 แผนการยืนอย่างที่บอกไป

จากรูปด้านบน ผมเปรียบเทียบฮีตแม๊บของเกมนี้กับเกมแรก เราจะเห็นพื้นที่การถ่ายเทบอลของเกมนี้เป็นรูปตัว U ออกไปด้านกล้าง ส่วนเกมที่แล้ว แม้เราจะเน้นการเจาะด้านข้างก็จริง แต่เป็นการใช้แบ๊กสองข้างตะลุย ไม่ได้ใช้เพื่อดึงผู้เล่นแดนกลางของเซฟฟิลด์ออกจากโซนเลย เกมนั้นพวกเขาแค่เคลื่อนที่ขยับไปบังปิดการเปิดของลิเวอร์พูลก็พอ ส่วนเกมนี้เราจะเห็นว่าจะมีสีแดงตรงกลางสนามเพิ่มขึ้นจากการครองบอลของ 4 กองหลังและ 3 กองกลาง ที่ช่วยดึงกองกลางของเซฟฟิลด์ออกจากโซนได้หลายครั้ง

อีกอย่างคือจำนวนการผ่านบอลที่ครั้งนี้สูงกว่าครั้งที่แล้วมาก จากภาพด้านบน ครั้งนี้นักเตะลิเวอร์พูล 5 คนสัมผัสบอลเกิน 100 ครั้ง และทั้ง 5 คนก็ผ่านบอลสำเร็จเกิน 100 คือกองหลัง 4 ตัว และเฮนเดอร์สัน ขณะที่ไวนาดุมกับมิลเนอร์ก็เกินหลัก 50 ครั้งมาเยอะ แค่ 5 คนที่ผ่านบอลเกินร้อยครั้งก็คิดเป็น 70% ของการผ่านบอลทั้งทีมของหงส์แดงแล้ว จึงไม่แปลกที่เกมนี้ลิเวอร์พูลเองจะมีสถิติการครองบอลเหนือกว่าคู่แข่งถึง 78 %

การสวนกลับเร็ว

จริง ๆ รูปแบบการเข้าทำของลิเวอร์พูลในเกมนี้หลากหลายมาก ไม่ได้หวังผลแค่การโต้กลับเร็ว แต่ส่วนมากเกมจะไปตันแดนสุดท้าย ต้องถือว่าเป็นโชคดีของลิเวอร์พูลมาก ๆ ทีเกมนี้พวกเขาได้ประตูนำเร็วมาก ทำให้ทุกอย่างอยู่ในการครอบครองของลิเวอร์พูลแทบจะเบ็ดเสร็จ

ในบทวิเคราะห์นี้ ผมอยากจะพูดถึงการสวนกลับเร็วลูกที่สองเป็นพิเศษ เพราะลูกแรกส่วนหนึ่งมาจากความผิดพลาดส่วนบุคคลของกองหลังเซฟฟิลด์ด้วยที่ลื่นล้มทำให้โรเบิร์ตสันได้บอลเลี้ยงจี้เข้าไปง่าย แต่จังหวะการได้ประตูที่สองผมถือว่าเราทำได้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ และมาจากความเข้าใจเกมทั้งของอลีสซงและโรเบิร์ตสัน โดยเฉพาะโรเบิร์ตสันลูกนี้ผมยกความดีความชอบให้เขาไปเลยเต็ม ๆ หากไม่มีไหวพริบและการอ่านเกมของเขาในจังหวะนี้ผมคิดว่าประตูที่สองอาจไม่เกิดด้วยซ้ำ

จากภาพด้านบนจะเห็นว่าจังหวะที่อลีสซงล้มตัวรับบอลจากการโยนเข้ามาของผู้เล่นเซฟฟิลด์ นักเตะลิเวอร์พูลส่วนใหญ่ยังอยู่ในจุดที่ไม่ได้เปรียบมากนัก แต่โรเบิร์ตสันอ่านเกมไว้แล้วว่าเมื่ออลีสซงลุกขึ้นมาควรจะทำอะไรต่อ เขาเหลียวมองบอลจนแน่ใจแล้วว่าอลีสซงรับอยู่มือแน่ จากนั้นก็รีบหันหน้าวิ่งไปที่ว่างทางซ้ายของตัวเองทันที ผลก็คือเมื่ออลีสซงลุกขึ้นเขาก็ไม่ต้องคิดอะไรเลย เพราะร็อบโบ้เปิดทางให้แล้ว

โดยสรุปแล้วเกมนี้ด้วยแผนการเล่นที่เตรียมมาทำให้ลิเวอร์พูลสามารถจัดการเรื่องยาก ๆ จากนัดที่แล้วได้ดี ทั้งการถูกโซนเพรสซิ่ง การเจาะไม่เข้า ทำให้มันง่ายขึ้นด้วยรูปแบบการครองบอลเหนียวแน่นและเกมโต้กลับเร็วที่พวกเขาถนัดอยู่แล้ว