“เชิงลึกลูกหนัง” 7 ไอเทมเสริมแชมป์ที่หงส์แดงมีโอกาสพิชิตได้

แม้หงส์แดงจะทำผลงานได้สะเด่ามากในครึ่งฤดูกาลแรกเก็บได้ 61 แต้มจาก 63 แต้มเต็ม จาก 21 เกมแรก จนทำสถิติเป็นทีมที่ออกสตาร์ทดีที่สุดในยุโรป เหนือกว่าสถิติที่แมนซิตี้ทำไว้ในตอนปี 2017-2018 นอกจากนั้นยังมีคะแนนนำห่างทีมตามอย่างซิตี้ระดับ 14 แต้ม แข่งน้อยกว่า 1 นัด

นอกจากนั้นยังทำผลงานที่ดียังไม่แพ้ใครมาต่อเนื่องถึง 38 เกม หรือรอบ 1 ปี เต็ม และยังมีผลงานโดดเด่นอีกมากมาย ที่นักข่าวมักนำเอามาเป็นหัวข้อพาดหัวข่าวไม่เว้นแต่ละวัน แต่เมื่อเด็กหงส์ถูกถามถึงการทำลายสถิติเหล่านี้ เด็กหงส์ก็มักจะออกอาการถ่อมตัว ตามประสาผู้นำที่ดี เราจะเห็นคอมเมนท์ของเด็กหงส์ประมาณว่า “ขอแค่แชมป์ก็พอ” หรือทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ขอดูไปนัดต่อนัด”

ขอฝันให้มากกว่าฝัน

มันเป็นเรื่องดีนะครับ ผมเองเวลาคุยกับเพื่อนที่เชียร์ทีมอื่น ๆ แม้ในใจจะกระหยิ่มยิ้มย่อง มั่นใจขนาดไหนก็ตาม แต่ก็ต้องไว้ลายขอออกตัวแบบเพื่อน ๆ เหมือนกัน แม้แต่ในเพจก็ไม่ค่อยพูดถึงสถิติเวอร์ ๆ และโฟกัสแค่ผลงานของทีมนัดต่อนัดเหมือนกัน แต่เอาตรง ๆ นะครับ ถือว่าผมเอาความฝันมาเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะครับ หรือจะมองว่าผมเป็นหน่วยกล้าตายก็ได้

เพราะหลังจากผมนั่งดูทีมเล่นมาทุกนัดของครึ่งฤดูกาลแรก และสถานการณ์ของทีมตอนนี้ผมมั่นใจว่าเราได้แชมป์พรีเมียร์ลีกแน่ ย้ำนะครับว่าผมมั่นใจแบบ 100 % เลยนะครับ แม้ในโลกฟุตบอลจะไม่มีอะไร แน่นอนก็ตาม แต่รู้สึกมั่นใจในเหล่าอเวนเจอร์ของหงส์แดงว่าจะสามารถพิชิตแชมป์มาครองได้

และแม้ว่าการได้แชมป์พรีเมียร์ลีกจะเป็นเหมือนฝันที่เป็นจริงของเด็กหงส์มากว่า 30 ปี แต่วันนี้ผมอยากจะขอฝันให้ไกลกว่าฝัน ขอเป็นว่าที่แชมป์ที่ละโมบโลภมากสักปีเถอะ เพราะมันมีโอกาสมาก ๆ ที่เราจะทำได้ ในเมื่อเราไม่ได้มีโอกาสแค่คว้าแชมป์ แต่มีโอกาสคว้าแชมป์และพ่วงด้วยไอเทมเสริมบารมี ทำไมเราจะฝันไม่ได้ละ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าปีต่อๆ ไปทีมจะทำผลงานได้สุดยอดขนาดนี้ไหม

เข้าเรื่องเลยละกัน ตอนนี้ฝั่งต่างประเทศเริ่มมีคอลัมป์พิเศษออกมาประมาณว่า ลิเวอร์พูลมีโอกาสจะจบด้วยการเป็นแชมป์แบบไหนบ้าง คือตอนนี้สื่อต่างประเทศเขาเริ่มมองข้ามช็อตไปแล้ว เริ่มประเมินแล้วว่าลิเวอร์พูลชุดนี้จะไปถึงจุดไหนของการเป็นแชมป์กันแน่ วันนี้ผมเลยจะมานำเสนอ ไอเทมพ่วงท้ายแชมป์ที่ลิเวอร์พูลเรามีโอกาสพิชิตได้ในฤดูกาลนี้กัน โดยผมจะให้เรียงตามความยากที่สุดลงไปหาง่ายสุด

1

ผมยกให้การคว้าแชมป์ลีกแบบทริปเปิลแชมป์เป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่หงส์แดงจะทำได้ในฤดูกาลนี้ เพราะตั้งแต่มีการแข่งขันฟุตบอลลีกอังกฤษมามีเพียงแมนยูฯ ทีมเดียวเท่านั้น ที่เคยสัมผัสการเป็นแชมป์แบบทริปเปิลแชมป์แบบขนานแท้ที่ต้องคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แชมป์เปียนส์ลีก และบอลถ้วย FA Cup ในปี 1999

ปีนี้ลิเวอร์พูลยังมีโอกาสคว้าทริปเปิลแชมป์เพราะเพิ่งชนะเอฟเวอร์ตันมาทั้งที่ส่งทีมชุดสำรองผสมเยาวชนลงเล่น และรอบต่อไปดูเหมือนว่าคู่แข่งของลิเวอร์พูลเองก็จะไม่ใช่งานหนัก แต่เราก็เห็นแล้วว่าการจัดตัวของคล๊อปป์ในบอลถ้วยอังกฤษปีนี้ ถ้าว่ากันตมตรงก็คือการจัดตัวที่ไม่เสี่ยงเอาผู้เล่นตัวหลักมาลง และเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ลงเล่นถ้วยนี้มากกว่า ซึ่งหากบังเอิญว่าผ่านไปถึงรอบชิงได้ ก็ไม่มีใครการันตีว่าคล๊อปป์จะส่งชุดใหญ่ลง เพราะหากเด็ก ๆ เป็นคนพาทีมถึงรอบชิง คนอย่างคล๊อปป์คงให้เด็ก ๆ ได้เล่นเองซะมากกว่าให้รุ่นพี่ไปตัดเอาผลมากิน

ส่วนเมื่อมองมาที่ แชมป์เปียนส์ลีก ในฐานะแชมป์เก่า และเป็นถ้วยที่สำคัญในเวทีระดับโลก และจากการจัดตวลงแข่งในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา ยังประเมินได้ว่าคล๊อปป์ยังให้ความสำคัญกับถ้วยใบนี้อยู่ การป้องกันแชมป์ และการได้เข้าชิง 3 ปีติดน่าจะยังมีแรงดึงดูดให้นักเตะทุ่มเทกับมันเต็มที่

ดูแล้วโอกาสที่หงส์จะได้ทริปเปิลแชมป์แม้จะยังมีอยู่ แต่ด้วยขุมกำลัง และโปรแกรมที่จะถี่ขึ้น นักเตะมีอาการล้ามากขึ้นในช่วงปลาย คล๊อปป์อาจต้องผ่อนในบางรายการ โดยเฉพาะเอฟเอคัพที่ผมมองว่ายังเป็นโอกาสที่ยากอยู่

1

ผมยกให้ไอเทมแชมป์ลีกที่ยากที่สุดร่วมกับทริปเปิลแชมป์เลยครับ สำหรับแชมป์ไร้พ่าย เพราะมันยากมากจริง ๆ เอาเป็นว่าหากนับแค่ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสมัยใหม่ ที่ลีกใหญ่ ๆ เตะกัน 38 นัดนั้น มีเพียงแค่สองทีมในยุโรปที่ทำได้คืออาร์เซน่อลในปี 2003-2004 และยูเวนตุสปี 2011-2012 เท่านั้น

พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-2018 ที่แมนซิตี้ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม แม้พวกเขาจะชนะถึง 32 เกม แต่พวกเขาก็ยังแพ้ไปถึง 2 เกมเช่นกัน ส่วนลิเวอร์พูลปีที่แล้วแม้จะเป็นรองแชมป์แต่ก็เข้าใกล้คำว่าไร้พ่ายมากเพราะแพ้ไปแค่ 1 นัด

แม้ฤดูกาลนี้จะผ่านไปแล้ว 21 เกม ลิเวอร์พูลยังไม่แพ้ใครชนะ 20 เสมอแค่ 1 แต่เราสามารถมองได้จากประสบการณ์ของซิตี้ปี 2017-2018 ที่พวกเขาเองผ่าน 21 นัดโดยไม่แพ้ใครเหมือนกัน พวกเขาพยายามคั่วหลายแชมป์ สุดท้ายนักเตะก็ล้าช่วงปลายโดยเฉพาะช่วงปลายมกราคม และช่วงต้นเดือนเมษาที่โปรแกรมแข่งเยอะขึ้น พวกเขาแพ้ให้กับลิเวอร์พูลและแมนยู และแม้จะชนะในลีกมากถึง 32 ครั้ง แต่ก็ไม่พอให้พวกเขาเป็นแชมป์ไร้พ่าย

โอกาสที่ลิเวอร์พูลจะแพ้สัก 1 เกมก็มีสูงเพราะพวกเขายังต้องไปเยือนทั้ง แมนซิตี้,  และอาร์เซน่อล และต้องเจอกับ แมนยู และเชลซีอีกในบ้าน ยังไม่นับทีมกลางตารางที่เขี้ยวคมก็ไม่เป็นรองทีมบิ๊ก ๆ อย่างวูฟฯ โอกาสที่จะไม่แพ้กับแพ้ทีมเหล่านี้มันยังเปิดกว้างมาก เพราะในสนามมันอาจเกิดเรื่องไม่คาดฝันเยอะมาก การได้แชมป์แบบไร้พ่ายมันจึงเป็นความฝันสูงสุดของยอดแชมป์ที่ยากมาก ๆ

3

เมื่อดูจากจำนวนการทำประตูของลิเวอร์พูลตอนนี้ที่ทำไปแล้ว 50 ประตู และเทียบกับเจ้าของสถิติเดิมอย่างแมนซิตี้ที่ทำไป 106 ประตูในปี 2017-2018 ก็ต้องยกให้การเป็นแชมป์ที่ทำประตูเยอะที่สุดเป็นของยากอันดับสามสำหรับลิเวอร์พูลในปีนี้ สาเหตุหลักเพราะลิเวอร์พูลในปีนี้เป็นทีมที่เน้นผลการแข่งขันมากกว่าจำนวนประตู บางนัดหากนำคู่แข่ง 1 ประตูก็ปิดเกมแล้ว

ในฤดูกาล 2017-2018 เมื่อผ่านไป 20 เกม แมนซิตี้ก็ทำไปแล้วถึง 61 ลูก และยิงเพิ่มอีก 45 ลูกใน 18 เกมที่เหลือ ขณะที่คล๊อปป์ทำได้ดีที่สุดคือปีที่แล้วที่ทำไป 89 ประตู แต่ก็ใช่ว่าไอเทมนี้จะเป็นไปได้ยากนะครับ เพราะสถิติการทำประตูของลิเวอร์พูลเพิ่มขึ้นทุกปี 78, 84 และ 89 ตามลำดับ ตลอด 3 ฤดูกาลล่าสุดที่คล๊อปป์ได้ทำทีมเต็มฤดูกาล

เมื่อเทียบกับปีที่แล้วหลังผ่านไป 20 นัดลิเวอร์พูลทำได้ 48 ลูก ขณะทีปีนี้ทำได้ 49 ลูก และเพิ่มเป็น 50 เมื่อชนะสเปอร์สมา ก็ไม่แน่ว่าระยะเวลาที่เหลือบวกกับฟอร์มการเล่นของลิเวอร์พูลที่กลับมาทำประตูเป็นกอบเป็นกำได้ในช่วงหลัง เมื่อเทียบกับ 10 เกมแรกที่ทำไปเพียง 23 ประตู เพิ่มเป็นอีก 26 ประตูในช่วง 10 เกมหลัง ลิเวอร์พูลต้องการอีก 57 ลูกจาก 17 เกมที่เหลือ ก็ถือว่ายังได้ลุ้นห่าง ๆ กับไอเทมนี้

4

เป็นไอเทมที่พอเอื้อมถึงอันดับที่ 4 ในลิสต์ ซึ่งจะพ่วงไปถึงไอเทมอีก 3 ไอเทมที่เหลือด้วย หากลิเวอร์พูลจบด้วยการเป็นแชมป์ที่ชนะเยอะที่สุดต่อฤดูกาล ตอนนี้เจ้าของสถิติเดิมยังเป็นแมนซิตี้เมื่อปี 2017/18 อยู่ ที่ชนะทั้งหมด 32 เกม จากสถิติการชนะของลิเวอร์พูลเมื่อเทียบนัดต่อนัดกับแมนซิตี้ปีนั้น ถือว่าตอนนี้หงส์แดงทำได้ดีกว่าแล้ว  เพราะผ่านไป 21 นัด ชนะ 20 แต่แมนซิตีชนะ 19

ด้วยสไตล์การเล่นของลิเวอร์พูลปีนี้ที่เน้น 3 แต้ม และชัยชนะทุกนัด แบบไม่สนว่าจะชนะสวยหรูหรือไม่ นักเตะวิ่งกัน 90 นาทีเพื่อชัยชนะไม่มีเหนื่อย ได้ประตูชัยช่วงท้ายเกมบ่อย ๆ ถือว่ามีโอกาสลุ้นมากสำหรับแชมป์ที่ชนะเยอะที่สุด หากหงส์แดงทำผลงานได้สม่ำเสมอแบบนี้ขอชนะอีกแค่ 13 ครั้ง จาก 17 เกมที่เหลือ ไอเทมนี้จึงมีลุ้นสูงมาก

5

ปีที่แล้วหงส์แดงเพิ่งทำสถิติเป็นรองแชมป์ลีกที่มีคะแนนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ 97 แต้ม แต่ผมคิดว่าคงเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่น่าดีใจเท่าไหร่ แถมหากปีนี้ไม่ได้แชมป์สถิตินี้คงกลายเป็นตำนานเล่าขานไปอีกนาน วิธีที่จะทำให้สถิติดังกล่าวมีคุณค่ามากขึ้นคือฤดูกาลนี้ต้องต่อยอดด้วยการเป็นแชมป์ที่มีแต้มมากที่สุดนั่นเอง

เจ้าของสถิติเดิมก็เป็นแมนซิตี้เมื่อปี 2017/18 อีกแล้วที่ทำคะแนนถึง 100 แต้มในปีนั้น นี่อาจเป็นสถิติที่หงส์แดงอาจมีโอกาสทำลายได้ในฤดูกาลนี้เลย หากดูจากผลงานปีที่แล้วและผลงานตอนนี้ ลิเวอร์พูลทำไปแล้ว 61 แต้มจาก 21 เกม ต้องการอีก 40 แต้ม จาก 17 เกมที่เหลือหรือชนะอย่างน้อย 13 นัด และเสมออีกสัก 1 นัด ก็จะแซงซิตี้ได้

6

อันนี้ตัวแปรหนึ่งคือสองข้อด้านบน แต่อีกตัวแปรหนึ่งคือผลงานของทีมที่ตามหลังเองด้วย เจ้าของสถิติเดิมคือแมนซิตี้ปี 2017-2018 จบด้วยการนำห่างแมนยู 19 แต้ม ตอนนี้ลิเวอร์พูลมีแต้มนำห่างซิตี้อยู่ 14 แต้ม และแข่งน้อยกว่า 1 นัด หากนับแค่ 21 นัดเท่ากันโดยไม่ทับผลการแข่งขันของเลสเตอร์และแมนซิตี้ล่าสุด ลิเวอร์พูลจะห่างจากซิตี้ 17 แต้ม

ถือว่าเป็นสถิติที่ดีกว่าเมื่อตอนแมนซิตี้นำห่างเชลซี 16 แต้มหลังผ่านไป 21 เกมเท่ากันเมื่อปี 2017-2018 ดังนั้นมันก็ยังมีโอกาสมากพอสมควรที่ลิเวอร์พูลอาจจะจบฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์ที่มีแต้มห่างจากรองแชมป์มากที่สุด เมื่อนับจากช่องว่างตอนนี้และเทียบกับที่แมนซิตี้เคยทำมา และมันคงจะสมบูรณ์แบบมากเมื่อเป็นการนำห่างเจ้าของสถิติเดิม

7

ตามหลักคณิตศาสตร์แล้ว ไอเทมนี้จะมาพร้อมกับ 3 ไอเทมก่อนหน้า เหมือนแมนซิตี้ฤดูกาล 2017/2018 นั่นแหละครับที่ปีนั้นพวกเขาเป็นแชมป์ที่โกยแต้มเยอะสุด ชนะเยอะสุด แต้มห่างจากรองแชมป์มากที่สุดที่ 19 แต้ม นั่นทำให้พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคพรีเมียร์ลีกโดยเหลือเกมแข่งขันอีกตั้ง 5 เกม

หากลิเวอร์พูลจะเป็นแชมป์ที่เร็วที่สุดตามตรรกะแล้ว พวกเขาก็ต้องทำลายสถิติ 3 ข้อด้านบนลงด้วยเหมือนกัน คือต้องชนะเยอะที่สุด เพื่อให้มีคะแนนมากที่สุด เพื่อให้แต้มห่างจากรองแชมป์มากที่สุด และสุดท้ายก็เพื่อให้คว้าแชมป์เร็วที่สุดด้วย

แต่อย่างที่บอกว่าตัวแปรของมันไม่ใช่แค่ลิเวอร์พูลเท่านั้น ยิ่งหากทีมรองลงมาทำแต้มหล่นมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะคว้าแชมป์ได้เร็วก็มากขึ้นเท่านั้น ตัวเลขที่ต้องทำให้ได้คือได้แชมป์แน่นอนโดยเหลือ 6 เกม นั่นก็คือลิเวอร์พูลต้องได้แชมป์ภายในนัดที่ไปเยือนแชมป์เก่าแมนซิตี้ในวันที่ 4 เมษายน 63 นั่นเอง แต่ตอนนั้นต้องมีแต้มนำที่สองอยู่ 19 แต้มด้วยกัน หากทำได้ก็เป็นการทำลายสถิติของซิตีในบ้านของซิตี้เอง

ว่ากันว่าตอนนี้ตั๋วชมเกมในบ้านของลิเวอร์พูลช่วงท้ายฤดูกาลเพิ่มขึ้นและขยับขึ้นมาเรื่อย  ๆ จากที่เดิมคิดว่าจะฉลองแชมป์นัดเจอกับเชลซีรองนัดสุดท้าย แต่ตอนนี้ตัวเล่นในบ้านกับเบิร์นลีย์ วิลล่า พาเลส บอร์นมัธต่างก็ทยอยขึ้นราคากันพรวด ๆ

จริง ๆ นอกจากไอเทมพวกนี้ยังมีสถิติอีกมากมายที่หงส์แดงมีสิทธิ์ทำลายลงได้ เช่น เก็บชัยชนะในบ้านมากที่สุดในฤดูกาลเดียว (สถิติเดิม 18 ) หรือ กองหลังที่แอสซิสต์มากที่สุด ซึ่งจะเป็นการทำลยสถิติตัวเองของอาร์โนล์ดที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้ว 12 แอสซิสต์ ส่วนฤดูกาลนี้ทำไปแล้ว 8 หรืออย่างสถิติทีมที่เก็บคลีนชีตเยอะสุด 24 นัด เสียประตูน้อยสุด 15 ลูก ของเชลซี ก็ยังมีลุ้นไกล ๆ หากลิเวอร์พูลไม่เสียประตูเลยสักนัดต่อจากนี้ (ยากมาก ๆ ก.ไก่ล้านตัว)

พอเขียนไป ผมเองก็เริ่มรู้สึกว่ายากแล้วครับ แต่ละไอเทมไม่ใช่งานง่ายเลย ถ้าเช่นนั้นแอดขอย้อนกับไปใช้คำเดิมดีกว่าครับว่า “ขอแค่เป็นแชมป์ก็พอ” (แต่ถ้าได้ไร้พ่ายกับทริปเปิลแชมป์มาด้วยก็จะดีใจมากเลยครับ อิอิ)