สองประตูของหงส์แดง มาจากแผนการที่เตรียมมากับและการแก้เกมสุดเจ๋งของคล๊อปป์

ประตูทั้งสองลูกของลิเวอร์พูลที่เอาชนะแมนยูได้เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราสามารถพูดได้เลยว่าเป็น 2 ประตูที่มาจากการวางแผนก่อนเกม และการแก้เกมส์ของคล๊อปป์ในนัดนี้ แผนที่เตรียมมาและการแก้เกมที่ว่าคืออะไร มันำให้หงส์แดงได้ประตูทั้งสองลูกนั้นได้อย่างไร วันนี้เราจะมาวิเคราะห์ให้เห็นภาพเป็นช็อต ๆ กันเลยครับ

ลูกตั้งเตะที่เตรียมมา

ประตูแรกที่หงส์แดงได้มาจากลูกเตะมุม ซึ่งเป็นลูกตั้งเตะครั้งที่สามในเกมของลิเวอร์พูลจากลูกตั้งเตะทั้งหมด 21 ครั้ง (ฟรีคิก 10 เตะมุม 11) โดยแต่ละครั้งใช้รูปแบบการเข้าทำที่หลากหลาย การจ่ายบอลสั้น การโยนยาว จ่ายให้ตัวกลาง ตัวใกล้ ตัวไกล มีหมด แต่จากความพยายามทั้งหมดนั้นมันสำเร็จเพียงครั้งเดียว ซึ่งถือเป็นครั้งที่แผนทุกอย่างมันเปะสุดๆ ก็คือลูกเตะมุมครั้งที่สองของเกม เพราะนักเตะแมนยูยังไม่รู้แท๊กติกที่คล๊อปป์เตรียมมา

แม้ก่อนหน้านั้นหงส์แดงจะได้เตะมุมแล้ว 1 ครั้ง แต่เป็นรูปแบบคนละแบบกัน ลิเวอร์พูลเตะมุมครั้งแรกนาทีที่ 5 แต่เล่นบอลสั้น อาร์โนล์ดเขี่ยบอลให้โรเบิร์ตสันโยนเข้าไปแต่โยนไม่ดีโดนสกัดออกมา อันที่จริงต่อมานาทีที่ 7 เรายังได้ลูกฟรีคิกอาร์โนล์ดเปิดเข้าไปในกรอบให้มาเน่โหม่ง แต่ไม่เป็นประตู

จากลูกเตะมุมที่เราได้ประตู แผนที่คล๊อปป์เตรียมมาก็คือ ลองดูในภาพด้านล่างเราจะเห็นตำแหน่งการยืนของนักเตะทั้งสองทีมก่อนอาร์โนล์ดเตะ ลิเวอร์พูลเตรียมแผนมาบล๊อกแมกไกวโดยเฉพาะ และคนที่รับหน้าที่สำคัญนี้ก็คือโกเมสคอยซ้อนไม่ให้เข้าถึงฟานไดจค์ ดูจากลักษณะการกางขาของโกเมสคือการปิดพื้นที่ไม่ให้แมกไกวหลุดไปหาบอล นอกจากนั้นยังมีฟรีมิโน่กับไวนาดุมจะคอยสกรีนนักเตะคนอื่นออกไปให้ฟานไดจ์คได้ขึ้นดวลกับวิลเลี่ยม

นี่เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของการเปิดมุมเข้าแล้วได้ประตูในเกมนี้ เพราะอีก 9 ครั้งที่เหลือแมกไกวไม่ปล่อยให้พลาดอีกแล้ว แม้โกเมสจะยังพยายามทำแบบเดิม แต่นักเตะของแมนยูคนอื่น ๆ ก็ไม่ปล่อยให้ฟานไดจ์คหรือคนอื่น ๆ ของลิเวอร์พูลได้โอกาสเลย แน่นอนว่านอกจากแผนที่เตรียมมาอย่างดีแล้วจังหวะนี้ก็ต้องชมการเปิดบอลที่แม่นยำและการโหม่งที่สุดยอดของฟานไดจ์คด้วย หลังเกมคล๊อปป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงการเตรียมความพร้อมเรื่องลูกตั้งเตะมาว่า

“สิ่งที่พวกเราทำคือวิเคราะห์ก่อนเกม และสิ่งที่เราเห็นคือเราพยายามจะใช้มัน แน่นอนว่าคู่แข่งคุณอาจจะเปลี่ยนการเล่นบ้าง แต่คุณต้องหาช่องทางการในการใช้มัน ซึ่งบางครั้งมี บางครั้งไม่มี แน่นอนลูกนั้นเป้าหมายของเราคือฟานไดจ์คที่เสาแรก แต่ถ้าคุณลองย้อนกลับไปดูในภาพกว้างอีกนิดคุณะเห็นว่าเฮนเดอร์สันยืนโล่งอยู่ที่เสาสอง นี่คือรูปแบบที่เราฝึกมา บางครั้งมันใช้ได้ บางครั้งมันก็ใช้ไม่ได้”

การแก้เกมช่วงท้ายเกมจากรับเป็นรุก

ส่วนประตูที่สองที่เราได้ช่วงท้ายเกมนั้น มาจากการแก้เกมของคล๊อปป์ เพื่อแก้เกมของโซลชาอีกทีหนึ่ง หากสังเกตุให้ดีหลังจากที่แมนยูรอดพ้นจากการโหมบุกหนักในช่วง 10 นาทีของครึ่งหลังของลิเวอร์พูล พวกเขาก็เริ่มทำเกมกันได้มากขึ้น ขณะที่หงส์แดงเริ่มผ่อนเกมลง และเปิดพื้นที่ให้นักเตะแมนยูทำเกมมากขึ้น แม้คล๊อปป์จะเปลี่ยนเอาลัลลานาลงมาก่อนเพื่อจะอาศัยการคล่องตัวการเก็บบอลที่ดีของลัลลานาในการชะลอเกมรุกของแมนยู แต่ลัลลานาก็ทำได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวัง

ทำให้นาทีที่ 74 โซลซาโชว์การแก้เกมที่ดีของเขาครั้งหนึ่ง ด้วยการเติมกลางรุกอย่างมาตาและกองหน้าอย่างกรีนวูดลงมาหวังทวงเอาประตูคืน หลายคนอาจมองว่าแก้เกมช้า แต่มันคือการแก้เกมในไทม์มิงที่ดี เพราะเป็นช่วง 15 นาทีสุดท้าย และทีมกำลังเล่นเกมรุกกันได้ดี ลิเวอร์พูลเองก็เหมือนจะลงไปตั้งรับกันเยอะมากขึ้น

ผลจากการแก้เกมครั้งนี้ของโซลชาคือ พวกเขาเป็นฝ่ายครองเกมมากกว่าลิเวอร์พูลชัดเจนถึง 85% ลิเวอร์พูลถูกบีบให้ลงมารับในแดนของตัวเองทั้งทีม แถมยังสร้างโอกาสในการกดดันลิเวอร์พูลได้ทั้งจากการทำเกมของมาตาและจากลูกเตะมุมที่เริ่มได้ถี่ขึ้น เพราะแมนยูเติมเกมรุกลงมาถึงสองคน ทำให้แดนกลางหงส์แดงเป็นรองทันที แบ๊กสองข้างของแมนยูก็เติมสูง ทำให้ทั้งซาลาห์และมาเน่จำเป็นต้องลงมาช่วยเกมรับอย่างลีกเลี่ยงไม่ได้

เป็นแบบนี้ต่อไปหงส์แดงอาจจะแย่แน่ การลงมาตั้งรับทั้งทีมเหมือนเปิดโอกาสให้แมนยูเอามีดไล่ฟันตามใจชอบ หลบหลีกเก่งแค่ไหนโอกาสเพรี้ยงพร้ำก็มีสูง ถึงจุดนี้คล๊อปป์ต้องแก้เกมทันทีด้วยการส่งฟาบิญโญ่ลงมาเพิ่มแดนกลางและส่งความสดของโอริกี้ลงมาเพิ่ม ทำให้แดนกลางของหงส์แดงตอนนี้มีถึง 4 คน เฮนเดอร์สัน ไวนาดุม ลัลานา และฟาบินโญ่ สามารถลงมาช่วย cover แบ๊กทั้งสองข้างและพื้นที่แดนกลางได้

แต่แผนนี้ไม่ใช่การปิดเกมหรือตั้งใจจะพอแค่นี้ คล๊อปป์มองเป็นโอกาสในการแก้เกมครั้งนี้ด้วย หมากต่อไปของคล๊อปป์คืออาศัยช่วงที่แมนยูกำลังคึกและจะต้องดันขึ้นสูงห้อยซาลาห์ไว้ข้างหน้าตัวเดียวเพื่อรอจังหวะสวนกลับ เพราะจังหวะก่อนหน้านั้นไม่สามารถห้อยซาลาห์ มาเน่ไว้ได้เลย พวกเขาต้องลงมาซ้อนเกมรับหมด แต่เมื่อมีฟาบินโญ่กับโอริกีลงมาช่วย ก็ห้อยซาลาห์ไว้ได้

มาถึงจุดนี้ถือจุดที่คล๊อปป์พูดถึงในช่วงให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า “ยูไนเต็ด พวกเขามีคุณภาพ พวกเขายกระดับการเล่นได้ดีขึ้น ทำให้เราต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ ข้อผิดพลาดมันเกิดขึ้นทั้งสองทีม เราไม่ได้ครองบอลให้ดีมากพอ เกมเลยยังคงเปิดกว้าง แต่หลังจากนั้น เราได้ประตูที่สุดยอด มันเป็นประตูที่ยอดเยี่ยมมาก มันเป็นความรู้สึกที่ดีสุดๆ”

การแอสซิตส์ชองอลีสซงไม่ใช่จังหวะแรกนะครับ และไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือจับผลัดจับผลู แต่มันคือการแก้เกมที่นักเตะรู้ว่าควรทำอะไรบ้าง เพราะหลังจากเปลี่ยนตัวฟาบินโญ่กับโอริกี้ลงมา ซาลาห์มีโอกาสหลุดเดี่ยวถึง 2 ครั้งก่อนหน้านั้น ครั้งแรกฟาบินโญ่ตัดบอลได้แล้วโยนให้ซาลาห์ แต่จังหวะนี้กองหลังแมนยูยังมีแมกไกวเป็นตัวสุดท้าย ครั้งที่สองโรเบิร์ตสันตัดบอลได้โยนยาวให้ซาลาห์หลุดไปแล้วแต่เดเคอายังอ่านเกมได้อยู่ นี่เป็นโอกาสหลุดเดี่ยวสองครั้งของซาลาห์ในช่วง 2-3 นาที

โอกาสครั้งที่สามของซาลาห์มาในช่วงเวลาที่ใช่ แมนยูได้เตะมุมในนาทีสุดท้าย นักเตะของแมนยูขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษหมด ขณะที่เดเคอาเองที่ทำท่าจะเติมขึ้นมาแต่โดนยั้งไว้ก่อน

จากภาพด่านบนจะเห็นว่านักเตะแมนยูลงมากันหมดแล้ว และซาลาห์เองก็ไม่ต้องลงมารับเหมือนก่อนหน้านั้น เขาอยู่บริเวณกลางสนาม และทันทีที่อลีสซงรับบอลได้ซาลาห์ก็พลิกกลับแล้ววิ่งนำไปทันที จังหวะนี้เดเคอาออกมาอ่านเกมไม่ทันแล้วเพราะเพิ่งลงไปถึงประตูและบอลก็อยู่ไกลเกินไปทำให้ซาลาห์มีโอกาสหลุดเดี่ยวไปดวลแบบจริงจังและเขาก็ไม่ทำให้แผนนี้ของคล๊อปป์ผิดหวัง