5 เรื่องประทับใจ + 2 เรื่องกังวลใจ หงส์บุกชนะหมาป่า

ถือเป็นอีกเกมที่ยากของฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ กับการไปเยือนรังหมาป่า แม้จะได้ประตูนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 8 ของเกม แต่หลังจากนั้นก็เป็นวูฟที่ดูจะเป็นฝ่ายครองเกมได้มากกว่าหงส์และมาตีเสมอได้ในช่วงต้นครึ่งหลัง ต้องถือว่าลิเวอร์พูลโชคดีมากที่ไม่เสียประตูที่สองจากหลายจังหวะ ก่อนที่ฟีร์มิโน่จะมาทำประตูชัยให้หงส์แดงในนาทีที่ 83 และนี่คือเรื่องน่าประทับใจและน่ากังวลใจที่ผมเห็นจากเกมนี้

หลักไมล์ที่สุดยอด

ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นการไม่แพ้ใครนาน 40 นัดของหงส์แดง เทียบเท่าสถิติของเชลซีในยุคมูรินโญ่เลยทีเดียว ซึ่งเป็นสถิติอันดับสองของพรีเมียร์ลีก ตอนนี้หลักไมค์ต่อไปของลิเวอร์พูล (ถ้าไปถึง) ก็คือการไร้พ่าย 49 นัดของอาร์เซน่อล ผมลองนับดูแล้วอีก 9 นัด คือการเจอแมนซิตี้ถึงจะเทียบเท่า และนัดที่ 10 คือแอสตันวิลล่าถึงจะทำลายมันลงได้

นอกจากสถิติไร้พ่าย 40 นัดแล้ว เกมนี้ยังเป็นชัยชนะนัดที่ 15 ติดต่อกันในลีก มีลุ้นเบียดทำลายสถิติ 18 นัดของแมนซิตีได้ และชัยชนะนัดนี้ยังถือเป็นการชนะครั้งที่ 24 จาก 25 เกมหลังสุดของหงส์แดงด้วย ลูกโหม่งของเฮนเดอร์สันเองก็ถือเป็นลูกโหม่งที่ 15 ของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ ขึ้นแท่นเป็นทีมที่ใช้หัวทำประตูมากที่สุดตอนนี้

ลูกเตะมุมแผลงฤทธิ์อีกแล้ว

จากนัดที่แล้วฟานไดจ์คโหม่งเปิดแผลแมนยู ก่อนจะเอาชนะไปได้ 2-0 มานัดนี้ 6-7 นาทีแรกหงส์แดงแทบไม่มีโอกาสสร้างความระคายเคืองให้วูฟเลย แต่การเตะมุมครั้งแรกของเกมก็ทำให้ทีมกลายเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ และหากใครตามการให้สัมภาษณ์ของคล๊อปป์หลังเกมที่ชนะแมนยู คล๊อปป์อธิบายอย่าไปโฟกัสแค่ฟานไดจค์ยิงเข้า แต่ให้ดูการยืนตำแหน่งของผู้เล่นหงส์แดงทั้งหมด ซึ่งผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างดี

คล๊อปป์ก็ยกตัวอย่างว่า “แม้ว่าลูกนั้นเป้าหมายของเราคือฟานไดจ์คที่เสาแรก แต่ถ้าคุณลองย้อนกลับไปดูในภาพกว้างอีกนิดคุณะเห็นว่าเฮนเดอร์สันยืนโล่งอยู่ที่เสาสอง นี่คือรูปแบบที่เราฝึกมา บางครั้งมันใช้ได้ บางครั้งมันก็ใช้ไม่ได้” และจังหวะนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นการยืนตำแหน่งของฟานไดจ์คกับเฮนเดอร์สันที่เอื้อให้ทีมได้ประตู ฟานไดคจ์กลายเป็นตัวหลอก และเฮนเดอร์สันกลายเป็นตัวจริงที่วิ่งเข้าทำ

3 นักเตะโดดเด่น

น่าแปลกใจและไม่น่าแปลกใจ ที่ว่าน่าแปลกใจคือคราวก่อนผมพูดถึงนักเตะที่ทำผลงานโดดเด่นนัดเจอแมนยูไว้ 4 คน ปรากฏว่าวันนี้ 3 จาก 4 คนนั้นก็ยังทำผลงานได้โดดเด่นในนัดนี้ คือ อลีสซง ฟานไดจ์ค เฮนเดอร์สัน (คราวก่อนมีไวนาดุมด้วย)

ฟานไดจ์คนัดนี้ต้องออกแรงเหนื่อยเป็นพิเศษเพราะต้องดวลกับมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกอย่างตราโอเร่ ที่แม้จะดวลความเร็วแพ้ในหลายจังหวะ แต่การดักทางบอล ดักจังหวะเปิด ฟานไดจ์คทำได้ดีมาก มีอยู่ช่วงหนึ่งแกโชว์ชนะฆิมิเนส ต่อด้วยชนะจอนนี่ติด ๆ กันเลย

อลีสซงนัดแรกเขาคือคนที่แอสซิสต์ให้ซาลาห์ในนาทีสุดท้ายช่วยให้เกมจบแบบแฮปปี้ เอนดิง และนัดนี้เขาก็ทำหน้าที่ให้เด็กหงส์ยังแฮปปี้ต่อไป ด้วยการโชว์ซุปเปอร์เซฟอุตลุดโดยเฉพาะลูกยิงของตราโอเล่ ที่ปัดออกแค่ปลายมือ ไม่อย่างงั้นมีหวังว่าหากโดนนำ 2-1 ก่อนงานนี้หงส์คงพังแน่

แน่นอนนัดนี้ผมว่าทุกสำนักสื่อคงมอบให้กัปตันเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแน่ นอกจากจะเป็นคนทำประตูขึ้นนำแล้ว ยังเป็นคนที่ช่วยเซฟซาลาห์ไม่ให้ถูกแฟนบอลด่าไปกว่านี้ จากจังหวะที่แกก้มหน้าก้มตาจะยิงคนเดียว จนเหมือนจะเสียโอกาสไปแล้ว แต่กัปตันยังช่วยเอาบอลส่งไปถึงฟีร์มิโน่ได้ 1 ประตู 1 แอสซิสต์ บวกความขยันวิ่งทุ่มเททั้งเกมของกัปตันผมยกให้เป็นที่ 1 วันนี้เลย

มินามิโนะประเดิมปล่อยของ

มาเน่ต้องโชคร้ายเกิดอาการบาดเจ็บตั้งแต่นาทีที่ 28 และมินามิโนะก็ลงมาแทน เป็นการประเดิมลงสนามในพรีเมียร์ลีกครั้งแรก แม้ฟอร์มการเล่นจะดูเหมือนไม่โดดเด่น ไม่มีลูกหวือหวา กระชากหาย ๆ ซึ่งนี่แหละครับเป็นความน่าประทับใจ เพราะปกตินักเตะที่ได้ลงเล่นครั้งแรก ก็มักจะอยากโชว์ อยากปล่อยของ อยากให้คนประทับใจมาก ๆ แต่มินามิโนะกลับพยายามเล่นตามเกม เขาเคลื่อนที่หาช่องจากเพื่อน ๆ ดีมาก และเล่นบอลง่ายที่สุด ไม่มีฝืน ไม่มีโชว์

แล้วที่ว่าปล่อบของนี่คืออะไร เพื่อน ๆ ลองสังเกตตำแหน่งการยืนของเขาสิครับ แล้วลองนับในใจว่าวันนี้มินามิโนะยืนไปกี่ตำแหน่ง เอาเท่าที่ผมเห็นนะครับคือ 4 ตำแหน่ง ครึ่งแรกเขาลงมาเล่นเป็นกองหน้าทางฝั่งซ้ายแทนมาเน่ แต่พอครึ่งหลังเขาเล่นเป็นบ๊อกทูบ๊อกทางฝั่งขวา เล่นสลับตำแหน่งกับซาลาห์ในตำแหน่งตัวรุกทางขวา และตำแหน่งสุดท้ายที่ผมเห็นเขายืนคือเป็นหน้าเป้า สลับตำแหน่งกันกับโอริกี ในช่วงท้ายเกมจะเห็นว่าเป้าหมายในแดนหน้าของหงส์แดงอยู่ที่เขามากขึ้น

ประทับใจวูฟมาก

ข้อสุดท้ายของความประทับใจ ผมอยากจะมอบให้ทีมวูฟเลยครับ เป็นทีมที่เล่นได้สูสีและมีบางช่วงที่เล่นได้ดีกว่าหงส์แบบชัดเจน เป็นทีมที่เล่นกับหงส์ได้อย่างสนุกมาก แม้จะตามหงส์แดง 1 ลูก แต่พวกเขาไม่มีความคิดว่าจะแพ้เลย กลับกันเมื่อตีเสมอได้ พวกเขาเดินหน้าหวังชนะหงส์แดง

เกมริมเส้นของวูฟนี่สร้างปัญหาให้หงส์แดงได้ตลอด ทั้งตราโอเร่ เนโต้ ไหนจะมีโดเฮอร์ตีแบจอนนี่วิงแบ๊กสองข้างคอยวิ่งตัดวิ่งป่วน ทำให้นักเตะหงส์แดงต้องใช้กำลังพลอย่างต่ำ 3 นายในการเข้าประกบทางริมเส้น ตราโอเร่นี่เล่นได้น่าประทับใจมาก ทั้งความเร็ว การเลี้ยงบอล ทำเอาโรเบิร์ตสันหัวขมำ ฟานไดจ์คแทบจุก และจริง ๆ ถ้าวูฟเล่นแบบเน้น ๆ หน่อยในจังหวะสุดท้ายพวกเขาจะมีแต้มในเกมนี้มากๆ

2 เรื่องน่ากังวลใจ

ผมว่าใครที่ดูเกมนี้จะต้องคิดตรงกันกับผมทั้งสองเรื่องแน่นอนครับ เรื่องแรกคืออาการบาดเจ็บของมาเน่ ต้องบอกว่ามาเน่เองตัดสินใจถูกมาก ๆ ที่ไม่ฝืนเล่นต่อ เพราะถ้าเป็นหนักกว่านี้หงส์เสียหายแน่ และจากการรายงานล่าสุดยืนยันว่ามาเน่น่าจะเจ็บแฮมสตริง ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บที่ต้องการเวลาฟื้นฟู แถมยังเกิดขึ้นอีกง่าย ๆ ได้ด้วย

นี่เป็นสัญญาณเตือนว่าเราใช้งานมาเน่หนักหน่วงมากในช่วงนี้ เขาแทบไม่ได้พักเลย นับตั้งแต่สโมสรโลก และอย่างที่เราเห็นว่าเมื่อไม่มีมาเน่ในสนาม เกมรุกของเราเงียบกริบเลย แชมเบอเลนที่ย้ายมาเล่นแทนมาเน่ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากนั้นพอไม่มีมาเน่ วูฟเล่นงานทางฝั่งซ้ายเราซะยับเลย ไม่รู้ว่าเขาจะต้องพักนานไหม และคล๊อปป์จะมีแผนรองรับอย่างไร แต่ในฐานะแฟนบอลบอกได้เลยว่า เสียวสันหลังสุด ๆ

และเรื่องน่ากังวลใจที่สองก็คือ ฟอร์มการเล่นของซาลาห์ในสนาม จริง ๆ ตอนที่มาเน่ยังอยู่ในสนามซาลาห์เล่นได้ดีมากเลยนะครับ มีส่วนกับการลงมาช่วยเกมรับแดนกลางเยอะมาก เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเห็นมากนัก และวันนี้บอลแรกของซาลาห์นิ่งขึ้นเยอะ รับลูกบอลยาว พักบอลแดนหน้าได้

แต่ปัญหาคือหลังจากมาเน่ออกไป ซาลาห์เหมือนเล่นด้วยความกดดันมากขึ้น เหมือนเขาเองรู้สึกว่าตัวเองจะต้องแบกทั้งทีมและต้องทำประตูให้ได้ โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลย จังหวะแรกที่รับบอลมาดี ๆ มักมาเสียกับจังหวะสองจังหวะสามที่ไม่ค่อยยอมส่งให้เพื่อนที่อยู่ในพื้นที่ที่ดีกว่า ทั้งมินามิโนะ ทั้งแชมเบอเลนยืนหัวโด่แต่ซาลาห์ทำเป็นมองไม่เห็น จังหวะก่อนทีมได้ประตูเขาก็ตะบี้ตะบันจะเลี้ยงหามุมยิงอยู่นั่นแหละ นี่เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจจริง ๆ นะครับ หากซาลาห์ยังเล่นด้วยวิธีคิดอะไรแบบนี้ ในนัดต่อไปที่มาเน่อาจไม่ได้ลง