วิเคราะห์ 3 เหตุผลที่ลิเวอร์พูลสามารถยิงประตูช่วงท้ายเกมได้บ่อยๆ

ประตูชัยของฟีร์มิโน่นัดเจอกับวูฟ ฯ ถือเป็นประตูชัยที่มาจากการโดนตีเสมอของลิเวอร์พูลนัดที่สามในฤดูกาล สองนัดก่อนหน้านั้นคือชนะเลสเตอร์ 2-1 และชนะวิลล่า 2-1 นอกจากนั้นประตูล่าสุดของฟีร์มิโน่ยังเป็นการทำประตูในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกมเป็นครั้งที่  11 ในพรีเมียร์ลีก 2 จาก 11 เกมเป็นการแซงชนะคู่แข่งได้ในช่วงนาที่ท้ายๆ ก่อนที่ซาลาห์จะทำประตูท้ายเกมที่ 12 ในนัดล่าสุดกับนักบุญ

ผมจะลองไล่ดูให้บางเกมนะครับ ในเกมเจอกับเลสเตอร์นัดแรก ลิเวอร์พูลออกนำเลสเตอร์ก่อนในครึ่งแรก แต่ก่อนหมดเวลาเพียง 10 นาที เลสเตอร์ตีเสมอได้ แต่สุดท้ายมาเน่เรียกจุดโทษให้ทีมได้ในนาทีที่ 90+3 จ่าเจมส์ยิงจุดโทษไม่พลาด หงส์เก็บ 3 แต้ม

อีกเกมคือแดงเดือดนัดแรก ลิเวอร์พูลถูกมาคัช แรชฟอร์ด ยิงประตูนำตั้งแต่นาทีที่ 35 พวกเขาน่าจะได้สามแต้มแล้วเพราะเหลือเวลาอีกแค่ 5 นาทีจะหมดเวลาการแข่งขัน แต่กลายเป็นลัลลานา ตัวสำรองลงมายิงประตูตีเสมอ นาทีที่ 85 หงส์เก็บ 1 แต้มจากแดงเดือด

ต่อมาเราเปิดบ้านเจอสเปอร์โดนยิงนำตั้งแต่ยังไม่ถึงนาทีจากเคน ลิเวอร์พูลใช้เวลา 50 นาทีในการทวงประตูตีเสมอ ขณะที่สเปอร์สถอยไปตั้งรับหวัง 1 แต้ม สุดท้ายมาเน่เรียกจุดโทษให้ทีมได้ในนาทีที่ 75 ซาลาห์ยิงเข้าไป หงส์เก็บสามแต้ม เราโดนวิลล่านำก่อน 1-0 อยู่ 87 นาที ก่อนจะตีเสมอได้ และเกือบโดนฝังลูกสองอยู่หลายลูก เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 5 มาเน่โหม่งให้ลิเวอร์พูลชนะ เก็บสามแต้ม

ขณะที่เกมกับพาเลส เราออกนำก่อน และมาโดนตีเสมอในนาทีที่ 82 เหลืออีกแค่ 8 นาที จะหมดเวลาอยู่แล้ว ฟีร์มิโน่มายิงประตูชัยให้หงส์แดงในนาทีที่ 85 และสองเกมล่าสุดคือแมนยูกับวูฟเกมที่สอง ที่ลิเวอร์พูลยิงคู่แข่งในนาทีท้าย ๆ ของเกม

คำถามเล็ก ๆ เกิดขึ้นในหัวผมว่า มันตั้งแต่เมื่อไหร่ และเพราะเหตุใด ลิเวอร์พูลทีมนี้จึงกลายเป็นทีมแพ้ยาก แพ้เย็นขนาดนี้ นอกจากนั้นยังเป็นทีมที่ชอบยิงท้ายเกม ครึ่งหลัง หากมองว่าเป็นเรื่องดวง เรื่องโชคมันคงยากที่จะทำได้อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยก็ในเกมต่าง ๆ ที่ผมยกมาด้านบน แสดงว่ามันต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในทีมจากฤดูกาลก่อน ๆ และเมื่อผมลองวิเคราะห์ดู ผมคิดว่ามีเหตุผลหลักใหญ่ ๆ อยู่ 2 เหตุผลด้วยกัน เพื่อน ๆ ลองมาคิดตามว่าจริงไหม

1 สภาพจิตใจของนักเตะหงส์แดง

อาจจะบอกว่าเป็นเรื่องของวัยวุฒิที่โตขึ้นของนักเตะแต่ละคนภายในทีม ที่ช่วยสร้างบรรยากาศของการเป็นผู้ชนะให้สโมสร สิ่งหนึ่งที่นักเตะหงส์แดงสามารถแก้ไขได้แบบไม่หลงเหลือเลยก็คือ เรื่องของอาการหวั่นวิตก อาการกดดันตัวเอง ที่ฤดูกาลก่อนมันแสดงออกอย่างชัดเจนทางสีหน้าของนักเตะหลายคน เมื่อทีมตกที่นั่งลำบาก

แต่ฤดูกาลนี้เราเห็นแต่ความนิ่ง ต่อสถานการณ์ยากลำบากที่อยู่ข้างหน้า นัดที่ผมประทับใจจริง ๆ คือเกมที่สเปอร์สออกนำตั้งแต่นาทีแรก นักเตะเราแทบไม่มีอาการสะทกสะท้านอะไรเลย เหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้น พวกเขาเอาบอลมาแล้วเล่นตามแนวทางของตัวเอง

ความเชื่อมั่นที่ฝังหัวนักเตะทุกคนว่าสามารถทำได้ และเมื่อมันทำได้บ่อยครั้งเข้า มันก็กลายเป็นคาแรกเตอร์ของทีมไปโดยปริยาย แรก ๆ คุณอาจไม่เชื่อว่าตัวเองทำได้ แต่เมื่อได้ลองแล้วสามารถทำได้ ลองซ้ำ ๆ แล้วยังทำได้ คุณก็ยิ่งจะมั่นใจว่าทำได้ไม่ว่าสถานการณ์นั้นจะเป็นอย่างไร เรามีนักเตะที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอยู่ในทีมครบทุกตำแหน่ง นักเตะเหล่านี้พร้อมจะกระตุ้นกันและกันอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นฟานไดจ์ค เฮนเดอร์สัน โรเบิร์ตสัน มาเน่ และคนอื่น ๆ มันเลยทำให้ผมเองค่อนข้างมั่นใจว่า ต่อให้เราจะตกอยู่ในสภาพที่ยากขนาดไหน แต่นักเตะของเราจะอดทน และมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้หรือยอมเสียแต้มง่าย ๆ แน่

2 การแก้เกมของคล๊อปป์

การได้วางรากฐานทีมมากว่า 4 ปี การศึกษาและพัฒนานักเตะในทีมจนรู้จักนักเตะอย่างเต็มที่ การเสริมนักเตะเข้ามาเมื่อปีที่แล้วและพัฒนาต่อในปีนี้ การเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ เข้ามาพัฒนาทีม เช่น โค้ชทุ่ม นักจิตวิทยา นักโภชนาการ เป็นต้น ทำให้การแก้เกมของคล๊อปป์ภายใต้นักเตะชุดนี้โดดเด่นขึ้น และมันส่งผลถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

การแก้เกมของคล๊อปป์ในปีนี้ดูเหมือนจะมีประสิทธิผลมาก เพราะแม้บางเกมประสิทธิภาพของการแก้เกมอาจไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ผลลัทธ์ของมันกลับออกมาอย่างเป็นใจ เช่นการเปลี่ยนเอาโอริกี้ลงมาสามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันของทีมได้ถึง 3 ครั้งในฤดูกาลนี้คือนัดที่ชนะเซฟฟิลด์ ชนะซัลบร์วก และการชนะวิลล่า โดยเฉพาะสองเกมแรกที่เขาลงมาไม่ถึง 10 นาทีก็ทำให้สกอร์เปลี่ยน บางคนอาจมองว่านี่เป็นเรื่องของตัวนำโชค เพราะแม้แต่นัดเจอวูฟล่าสุดเขาแค่ยืนอยู่ข้างสนามทีมก็ได้ประตูชัยแล้ว 555

แต่หากมองเรื่องแท๊กติก มันคือการเปลี่ยนเอาตัวรุกที่แข็งแกร่ง เบียดแย่งบอลได้ดี และขึ้นชื่อเรื่องการยิงประตู ใช้โอกาสไม่เปลืองแบบเขาลงมา มันช่วยให้เกมรุกของลิเวอร์พูลแกร่งขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ทีมคู่แข่งตั้งใจลงไปรับลึกทั้งทีม ดูเหมือนโอริกี้จะทำหน้าที่เดียวแค่รอจังหวะซัดตุ้ม

การแก้เกมอีกอย่างของคล๊อปป์ที่ฉมังและได้ผลดีในยุคนี้คือ การโอเวอร์โหลดผู้เล่นเข้าไปในพื้นที่ของคู่แข่งมากขึ้น เนื่องจากนักเตะของลิเวอร์พูลสามารถทำประตูได้ทุกตำแหน่ง ตั้งแต่กองหลังยันกองหน้า การโอเวอร์โหลดนักเตะขึ้นมาในช่วงท้ายเกมคือการเพิ่มโอกาสการทำประตูของทีมได้ ในช่วงที่ทีมต้องการประตูที่สุด

แบ๊กสองข้างเติมสูง กองกลาง กองหน้า สลับวิ่งกันปั่นป่วน กองหลังดันขึ้นสูงเลยครึ่งสนาม เพื่อบดบี้คู่แข่งที่หวังจะตั้งรับลึกรักษาสกอร์ ตัวอย่างการโอเวอร์โหลดผู้เล่นหนัก ๆ ก็คือเกมกับอาเซน่อลใน FA cup ที่ 20 นาทีสุดท้ายของเกมลิเวอร์พูลโอเวอร์โหลดผู้เล่นหนักมาก

นอกจากนั้นการหมุนเวียนนักเตะ การเลือกใช้งานนักเตะบางคนกับบางเกม ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลในเชิงเท๊กติกที่ทำให้คล๊อปป์สามารถใช้ประโยชน์จากนักเตะคนนั้น ๆ ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด เช่น การให้เกอิตาลงในเกมชนะบอร์นมัธ 3-0 เพราะเกอิตาเป็นนักเตะที่เล่นบอลตามช่องได้ดี จ่ายบอลตามช่องให้เพื่อนได้เปรียบ ซึ่งเข้ากับแท๊กติกหลักที่คล๊อปป์ใช้ในเกมนั้น

การใช้ลัลลานาลงเล่นในเกมกับวูฟนัดแรก เพราะลัลลานาเป็นนักเตะที่สอดไปในพื้นที่กรอบเขตโทษได้ดี เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะได้ประโยชน์จากพักนักเตะตัวหลักไว้ได้ ก็ยังทำให้นักเตะได้ลงเล่นแบบเกลี่ย ๆ กัน และทุกคนสำคัญเหมือนกัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือการบ่มเพาะการเล่น การเรียนรู้นักเตะของคล๊อปป์ตลอดเวลา 4 ปี จนเชี่ยวชาญที่จะเลือกสรร เลือกวางนักเตะแต่ละคนลงไปในสนาม

นอกจากนั้นปีนี้ลิเวอร์พูลยังเป็นทีมที่มีอาวุธในการเข้าทำหลากหลาย ทั้งจากลูกเตะมุม ฟรีคิก ยิงไกล โยนบอลยาว ครอสบอลจากแบ๊ก ทำชิ่ง สวนกลับเร็ว หรือแม้แต่ลูกทุ่มก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการทำประตูได้ในเกมกับสเปอร์สและวูฟ เหล่านี้เมื่อรวมกับสองเหตุผลหลักข้างต้นมันจึงทำให้ลิเวอร์พูลตายยาก และสามารถทำประตูได้ในช่วงท้าย ๆ ของเกม

3 ผ่อนครึ่งแรก แรงครึ่งหลัง

อันนี้ผมเริ่มสังเกตุเองในหลาย ๆ นัด ตั้งแต่ช่วงบ๊อกซิ่งเดย์มาแล้วนะครับ ว่ารูปแบบการเล่นครึ่งแรกกับครึ่งหลังของเรามันแตกต่างกันนิดหน่อย คือผมสังเกตุว่าครึ่งแรกคล๊อปป์มักจะเน้นการเล่นบอลด้านกว้าง ถ่างนักเตะออกให้ไกล แล้วใชการโยนบอลบอล ครอสบอลเข้าหากัน ยิ่งเป็นเกมไหนที่เจอทีมที่มักมาไล่เพรสสูง หรือวิ่งกดดันหงส์แดง นัดนั้นเราจะเห็นเลยว่าครึ่งแรกนักเตะหงส์จะเล่นแบบออมแรงมาก ๆ ใช้การโจมตีแบบวางบอลยาวเสมอ

ลักษณะการถ่างการยืนให้ห่าง

แล้วพอครึ่งหลังเมื่อนักเตะคู่แข่งเริ่มล้า ลิเวอร์พูลจะกลับมาเล่นตามช่อง เล่นบอลเน้นความแม่นยำมากขึ้น จ่ายบอลตามช่อง เล่นบอลเร็ว ผลจากการออมแรงไว้ครึ่งแรก ทำให้ครึ่งหลังนักเตะหงส์แดงมีพละกำลังในการเล่นอยู่ และอีกอย่างพอครึ่งหลังคล๊อปป์สามารถเปลี่ยนเอานักเตะสายพละกำลังลงมาได้ เช่น นาบี เกอิตา ลัลลนานา แชมเบอเลน เคอติส โจนส์ พวกนี้ลงมาเสริมความฟิตอีก และยิ่งเบียด ๆ กันไปช่วงท้ายเกมคู่แข่งยิ่งหมดแรง เราก็ยิ่งมีโอกาสมากขึ้น