5 ปรัชญาการเล่นทีมชุดใหญ่ที่ชุด U-23 ทำได้แล้วในเกมเจอชูร์วสบิวรี

เหตุผลหนึ่งที่คล๊อปป์พูดไว้ก่อนเกมเอฟเอคัพที่ส่งเยาวชนลงเล่น แต่ไม่ค่อยมีคนให้น้ำหนักคือ คล๊อปป์มั่นใจว่าเด็ก ๆ ชุดนี้ทำได้ คล๊อปป์บอกว่า “ผมเคารพชูร์บิวรีนะ แต่เขาก็แสดงให้เราเห็นแล้วว่าพวกเขาจัดการเราได้ในนัดแรก แล้วทำไมเด็ก ๆ ของเราจะทำแบบเดียวกับพวกเขาไม่ได้ละ”

จริง ๆ อย่าว่าแต่คนทั่วไปเลยครับ เด็กหงส์อย่างเราแท้ ๆ ก็ยังออกอาการไม่เข้าใจคล๊อปป์ และมองว่าเหมือนเป็นการทิ้งถ้วยแบบไม่ใยดีด้วยซ้ำ เพราะเราคิดว่าขนาดนัดแรกมีรุ่นพี่ช่วยประคอง 3-4 คนยังทำได้แค่เสมอ แต่สิ่งที่เด็ก ๆ ของเราทำในสนามในวันนั้นได้ตอบทุกอย่างโดยไม่ต้องพูดอะไร แล้วทำให้เห็นว่าคล๊อปป์พูดถูกที่เชื่อใจเด็ก ๆ

หลังจากมานั่งดูย้อนหลัง ผมพบว่าเด็กชุดนี้ไม่ได้ชนะแค่สกอร์ แต่ชนะทั้งรูปเกม การครองบอล การสร้างสรรค์โอกาสทำประตู การผ่านบอล ทำได้ดีกว่าทุกอย่าง เหมาะสมจะผ่านเข้ารอบแบบสมศักดิ์ศรี ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังดูเด็ก 17-19 ปีลงเล่นเลย จึงเป็นที่มาของบทความนี้ที่ผมอยากจะเขียนให้เพื่อน ๆ เห็นในสิ่งที่ผมเห็นจากเกมนี้ ว่าเด็ก ๆ ของเราได้ซึมซับปรัชญาการเล่นของเราอย่างไร

รูปแบบการครองบอล

เรารู้อยู่แล้วว่าลิเวอร์พูลของคล๊อปป์เป็นทีมที่เน้นการครองบอลและพยายามจะส่งมอบปรัชญานี้ให้เหล่าเยาวชนของทีม แต่ผมไม่คิดว่ามันเนียนตาขนาดนี้ ระหว่างที่ผมดูเกมเมื่อคืน ผมไม่คิดเลยว่าเด็กของเราจะครองบอลได้ดี เป็นระบบ และมีวินัยขนาดนี้ สำหรับผมนอกจากประสบการณ์และอายุแล้ว ในระบบการเล่นครองบอลที่เห็นไม่ต่างกับชุดใหญ่เลย

ทั้งเกมมีเพียง 20 นาทีแรก ครึ่งหลังเท่านั้นที่ทีมเยือนมีโอกาสครองเกมเหนือกว่าเด็กหงส์ของเรา แต่นอกจากนั้นเด็กหงส์ของเราเป็นฝ่ายครองเกมเหนือกว่าอย่างชัดเจน คือมันไม่ใช่แค่ครองบอลในแดนตัวเอง แล้วรอโต้กลับ แต่มันเป็นการครองบอลในแดนคู่แข่งซะเยอะ การต่อบอลทำได้ไหลลื่น การผ่านบอลออกบอลไม่มีคำว่าสะเปะสะปะเลย มีเป้าหมาย มีทิศทางที่จะส่งบอลชัดเจน

ลักษณะการถ่างการยืนให้ห่าง

ลองดูภาพด้านบนเทียบกับภาพนี้สิครับ จะเห็นว่าแผนการยืนเวลาครองบอลเซ็ตบอลของชุดเด็กกับชุดผู้ใหญ่มันเปะมาก คือถอดแบบออกมาจากเบ้าเดียวกันเลย เวลาขึ้นเกมจะมีเซ็นเตอร์สองคนคอยบัญชาเกมรับ คนซ้ายทำหน้าที่เป็น Stopper คือโฮแวร์เนี่ยเล่นเหมือนโกเมสไม่มีผิด

และดูรูปนี้ครับ วิธีการเล่น สไตล์การยืน ของฟานเดนเบิร์ก มันคือฟานไดจ์คชัด  ๆครับ ซึ่งนัดนี้น่าจะเป็นนัดที่ฟานเดนเบิร์กเล่นได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับหงส์แล้ว วันนี้เล่นนิ่งมาก ไมมีจังหวะผิดพลาดเลย การอ่านบอล การเข้าบอลที่นิ่งและเฉียบคมไม่พรวดพลาด เหมือนกับฟานไดจ์คมาก

รูปนี้เป็นตัวอย่างการเข้าบอลของเจ้าหนูฟานเดนเบิร์ก จะเห็นว่าจังหวะนี้ ทีมเยือนวางบอลยาวมา กองหน้าของเขาได้เปรียบทางบอลและออกตัวนำไปก่อน แต่ฟานเดนเบิร์กโชว์ความใจเย็นมาก เขาไม่เข้าโฉ่งฉ่าง แต่ค่อย ๆ ประคองและบังทางไปจนตัวเองได้เปรียบ สามารถบังทางบอลของคู่แข่งได้สำเร็จ

รูปแบบการเพรสซิ่งเกม

การเพรสซิ่งแดนบน การบีบแย่งบอลคืนของรุ่นพี่ที่เราเห็นประจำ ผมขอบอกเลยว่าเมื่อคืนเด็ก ๆ ของเราทำได้สมบุรณ์แบบมาก นอกจากครองบอลเหนียว เสียบอลยากเหมือนที่บอกแล้ว ยามที่เสียบอลพวกเขาจะช่วยกันวิ่งไล่เพื่อเอาบอลมาคืน จากจังหวะในภาพด้านล่าง เป็นสองจังหวะที่นักเตะของเราไล่เพรสได้ดีมาก

จังหวะแรกคือการเพรสแดนบนไม่คู่แข่งออกบอลได้ง่าย ดูจากตำแหน่งการประกบผู้เล่น การปิดพื้นที่ และมีตัววิ่งไล่ ทำได้ดีมาก ส่วนภาพสองด้านขวาเป็นการไล่เพรสคู่แข่งที่บุกเข้ามาในแดนของเรา นักเตะกองหน้ากองกลางจะต้องลงมาช่วยไล่บีบ จังหวะนี้เราเห็นเด็กหนุ่มสามคนกำลังวิ่งไล่หวดผู้เล่นทีมเยือน ขณะที่แนวรับมีการยืนคุมพื้นที่ได้ดี เราจะเห็นเลยว่าวันนี้แนวรับเล่นกันได้เนียบมาก เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เรารอดจากการเสียประตู เพราะแนวรับยืนกันดี

การลงมาซ้อนเกมรับของกองกลาง

อีกอย่างหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของหงส์แดงชุดใหญ่คือการที่กองกลางจะต้องลงมาซ้อนเกมรับเสมอ เมื่อแบ๊กเติมขึ้นแล้วลงมาช้า อาจทำให้เซ็นเตอร์ต้องถ่างออกไปปิดพื้นที่แต่ก็ทำให้พื้นที่แดนหลังกว้างขึ้น นี่เป็นหน้าที่ของกองกลางตัวกลางอย่างซิริเบย่าที่คืนนี้ผลงานของเขาเข้าตาหลายจังหวะมาก (ถ้าชุดใหญ่ก็ฟาบิญโญ่ เฮนโด้)

ชิริเบญ่าคือแกนหลักของทีมในวันนี้โดยเฉพาะในการคุมพื้นที่แดนกลางการตัดบอล การผ่านบอล คุมจังหวะ และที่ทำได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ ก็คือสองจังหวะนี้แหละครับที่เขาลงมาซ้อนเกมรับได้ดีจริง ๆ หากสองจังหวะนี้ไม่มีเขามาซ้อนอาจทำให้หงส์แดงเสียหายถึงขั้นเสียประตู

ภาพนี้คือจังหวะในครึ่งแรกจังหวะที่โฮแวร์ออกมาตัดบอลพลาด เขาเสียพื้นที่แล้ว ขณะที่คู่แข่งกำลังจะแตะบอลผ่านตัวเขาแล้วใช้ความเร็ววิ่งไปเอาบอล แต่ชิริเบย่าอ่านเกมได้แล้ววิ่งไปดักทางบอลไว้ได้ ไม่งั้นถ้าหลุดมาได้เปิดมาเสาสองที่เติมมาโล่ง  ๆ แน่

ส่วนภาพนี้เป็นจังหวะฉายซ้ำกับภาพแรกเลยครับ แต่เกิดขึ้นในครึ่งหลัง จังหวะที่ทีมเยือนไดสวนกลับแล้วจ่ายบอลทะลุช่องไปให้กองหน้า ลูอิส ขึ้นสูงและลงมาไม่ทัน ทำให้ฟานเดนเบิร์กต้องขยับตัวเองออกไปกัน ทำให้พื้นที่แดนหลังจะเปิดกว้าง ทีมเยือนจะปาดตัดเข้ามาให้เพื่อนเข้าฮอตได้ แต่จังหวะนี้เป็นชิริเบย่าคนเดิมทำแบบเดิมคือเขาอ่านเกมแล้วไปดักทางบอลได้แบบจัง ๆ อีกครั้ง

การเล่นเกมรุก

สำหรับผมถ้าให้คะแนนของนักเตะชุดนี้ตามแผงกาเล่น ผมให้แนวรับกับกองกลาง 9 แต่ให้คะแนนการทำเกมรุกที่ 7 ที่ให้แค่เจ็ด ไม่ใช่ว่าไม่ดี มองในแง่ของรูปแบบการเข้าทำ พวกเขาทำได้หลากหลาย และมีความพยายามมาก แต่มันยังขาดประสิทธิ์ภาพในจังหวะสุดท้าย แท๊กติกการเล่นเกมรุกแทบจะไม่ต่างจากรุ่นพี่เลย และทำได้ในระดับใกล้เคียงโดยเฉพาะ การวางบอลยาวจากแดนหลัง การสวนกลับเร็ว และการเปิดจากแบ๊ก

ภาพนี้เป็นการวางบอลยาวจากชิริเบย่า ไปให้โจนส์ จังหวะนี้ทำให้ผมนึกถึงการวางบอลยาวของเฮนเดอร์สันในนัดที่เจอกับบอร์นมัธ เขาวางบอลยาวไปให้แชมเบอเลนหลุดเข้าไปยิงประตูสำเร็จ เพียงแต่โจนส์ไม่สามารถเปลี่ยนการวางบอลที่สวยงามของชิริเบย่าให้เป็นประตูได้

ส่วนภาพนี้คือสองจังหวะการทำเกมรุกที่เราจะได้ประตูเป็นอย่างยิ่ง ภาพด้านซ้ายคือจังหวะสวนกลับในครึ่งหลัง นักเตะของทีมเยือนลงมาในแดนของเราหมดแล้ว และเป็นเอเลียตที่วิ่งไปแท๊กเกิลบอลชนะ ก่อนที่ภาพด้านกว้างจะให้เห็นว่าเรามีนักเตะหลุดไปถึง 4 คน โจ ฮาร์ดี วิ่งหน้าตั้งไปแล้ว โดนมีโจนส์วิ่งประคองมาข้างหลัง แต่เอเลีอตจ่ายบอลเผื่อไปนิดนึง ทำให้ประตูของทีมเยือนออกมาเคลียร์ได้

ส่วนภาพด้านขวาก็เป็นอีกจังหวะที่เราน่าได้ประตูมาก ๆ ขอแค่ถ้านีโค วิลเลียมส์เปิดบอลได้ดีกว่านี้อีกนิดนึง เพราะด้านบนเรามีนักเตะเติมขึ้นมาถึง 3 คน ส่วนด้านล่างเรามีโจว ฮาร์ดี กำลังชี้ให้เพื่อนจ่ายไปที่ว่าง จังหวะนี้วิลเลียมส์เลือกจะโยนให้สามตัวไกล แต่น้ำหนักมันไม่ดีพอ ภาพด้านซ้ายที่ทำให้ผมนึกถึงจังหวะนี้เลยครับ

ทีนี้มากันที่จังหวะที่เราได้ประตู หากใครที่ดูเฉาะไฮไลท์ก็จะคิดไปว่าเราโชคดีที่คู่แข่งโหม่งเข้าประตูตัวเอง แต่หากได้ดูทั้งเกมจะเห็นว่า ตอนเริ่มครึ่งหลังมาเราถูกกดดันอย่างหนัก 20 นาที และมีจังหวะที่จะเสียประตู แต่วีเออาร์เช็คล้ำหน้าไว้ หลังผ่าน 20 นาทีนั้นมาได้ เด็กหงส์เราเป็นฝ่ายครองเกมมาบุกกดดันใส่ทีมเยือนบ้างเป็นเวลานานกว่า 10 นาทีที่เรากดดันทีมเยือนจนเริ่มเป๋

ที่มาของประตูนี้คือจังหวะที่ทีมเยือนกำลังจะหลุดจากการกดดันของเราแล้วเปลี่ยนเป็นสวนกลับเร็ว ผู้รักษาประตูทีมเยือนคว้าบอลได้แล้วรีบขว้างไกลมาแดนหน้า แต่เป็นวิลเลียมส์ที่โหม่งดักไว้ได้ แล้ววิ่งมาเล่นต่อไม่ให้บอลออก ก่อนจะบันจงเปิดไปกดดันต่อ แล้วกองหลังก็พลาดอย่างที่เห็น คือผมไม่ได้เถียงว่ากองหลังเขาพลาด แต่ต้องดูให้เห็นว่าเด็กของเราก็กดดันต่อเนื่องมาอย่างดี กองหลังจึงพลาดได้

เล่นด้วยความนิ่ง

ผมนั่งดูทั้งเกมแล้วพยายามจับตาดูอยู่สองจังหวะใหญ่ ๆ ของเกมที่เป็นเครื่องพิสูจน์ความเก๋าของนักเตะที่แม้แต่ชุดใหญ่ในพรีเมียร์ลีกก็พลาดมาแล้วหลายครั้ง แต่นักเตะชุดนี้ทำได้ดีเกินคาด คือไม่ใช่การเล่นเกินวัยส่วนบุคคล แต่มันเป็นการเล่นเกินวัยที่มาจากสปิริตของทีม

ทีมเด็ก ทีมวัยุร่น แม้จะทำผลงานดีเท่าไหร่ แต่ว่ากันว่าเมื่อพวกเขาโดนคู่แข่งทำประตูได้ นั่นแหละพวกเขาจะแสดงความเป็นเด็กออกมา ทีมที่ทรงบอลดี ๆ มาตอนเสมอหรือขึ้นนำ แต่เมื่อโดนคู่แข่งทำประตูไดสุดท้ายอาจจะทำนบพังยับก็ได้ ดังนั้นผมจึงฝ้าดูว่าหากคืนนี้เด็ก ๆ ของเราถูกคู่แข่งทำประตูได้ พวกเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

และภาพนี้คือคำตอบครับ จริงอยู่ว่าประตูที่ทีมเยือนทำได้จะถูกปฏิเสธโดยวิเออาร์ แต่ผมคิดว่ามันน่าจะทำให้เด็ก ๆ ของเราเกิดอาการหวั่นวิตกบ้าง และคู่แข่งน่าจะอาศัยจังหวะนี้โหมบุกใส่เรา ซึ่งอย่าหลังจริง แต่อย่างแรกไม่จริง เพราะเด็ก ๆ ของเราไม่มีอาการหวั่นวิตกให้เห็นเลย แม้จะโดนบุกหนักกว่า 15 นาทีต่อเนื่อง

แต่ดูจากภาพสิครับ ภาพแรกเราจะเห็นว่าชิริเบย่า พยายามเรียกขวัญเพื่อน ๆ กลับมา ขณะที่ตรงหน้าปากประตูก็มีเพียงฟานเดนเบิร์กที่ก้มหัวผิดหวังที่ตังเองน่าจะป้องกันลูกนี้ได้ดีกว่านี้ แต่นักเตะคนอื่น ๆ ไม่ได้มีอาการอะไรเลย  ภาพตรงกลางนี่ชิริเบย่ายังพยายามสั่งให้เพื่อน ๆ เล่น และรักษาตำแหน่งให้ดี

ส่วนภาพสุดท้ายนี่ผมชอบมาก ดูกี่ทีก็ขนลุก คือไอ้จุก เอเลียต เดินมาข้างสนามแล้วปลุกเร้าแฟนบอลให้ส่งเสียงเชียร์ ประมาณว่าเห้ย พวกกูไม่ได้เป็นอะไรนะ พวกมึงอย่าหยุดเชียร์สิวะ คือคิดดูนะครับ ผู้ชมที่เห็นเด็ก ๆ เสียประตูยังหยุดอึ้งกันไปสักพัก แต่เด็กอายุ 17 ที่เล่นในสนามกลับเป็นฝั่งเดินมาปลุกกำลังใจแฟนบอล แมร่งนี่มันเด็ก 17 จริงปะวะ อยากขอดูบัตรมันจริง ๆ

จังหวะต่อมาเป็นจังหวะสำคัญของเกมเลยครับ ผมพยายามจะจ้องดูว่าหากทีมเราได้ประตูนำ เหล่านักเตะของเราจะมีอาการเช่นไร จะดีใจวิ่งพล่าน จนเหลิงแล้วโดนสกรัมตอนท้ายเพราะประมาทหรือไม่ เปล่าเลยครับ

ดูจากภาพนี้สิครับ จังหวะที่เราได้ประตูขึ้นนำแล้วจะมีการเขี่ยลูก แฟน ๆ ลุง ๆ ป้า ๆ ดูให้เต็มสองตา นักเตะเราแต่ละคนแสดงทีท่าที่กระตุ้นเพื่อนทุกคน โจนส์พยายามชี้ให้รักษาตำแหน่ง เช่นเดียวกับสองเซ็นเตอร์ ฟานเดนเบิร์กปรมมือกระตุ้นเพื่อน และที่ผมชอบมากคือชิริเบย่านี่แหละครับ เอามือชี้ที่สมองบอกเพื่อนๆ เลยว่า สมาธิ ๆ ๆ อย่าหลุด นี่คือความตื่นตัวและเล่นด้วยสปิริตที่เกินวัยมาก ๆ จนคนที่คอยจับผิดแบบผมหาจังหวะที่เด็กพวกนี้เล่นเหมือนเด็กไม่เจอเลยครับ