ลิเวอร์พูลคงไม่มีบิ๊กดีลตลาดนี้ แต่แฟนๆเตรียมตื่นเต้นได้เลย

สิ่งหนึ่งที่แฟนบอลพันธุ์แท้นั้นสนุกและตื่นเต้นที่สุด นอกจากการลุ้นแชมป์ในช่วงท้ายฤดูกาล คือช่วงเวลาในเดือนพฤษภาคม ลากยาวไปจนถึงวันที่ 1 กันยายนของทุกปี (มีปีที่แล้วที่ปิดตลาดเร็วกว่าปกติ) เพราะนั่นคือช่วงเวลาแห่งการซื้อขายนักเตะ โดยตลาดนักเตะในอังกฤษนั้นจะเริ่มเปิดทันทีที่ปิดฤดูกาลในวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2020 นั่นหมายความว่าช่วงเวลานั้นจะเต็มไปด้วยสารพัดข่าวลือเรื่องการย้ายทีมของนักเตะชื่อดังที่น่าจับตามองหลายคน

แน่นอนว่า สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันของแฟนบอลไม่ว่าจะเชียร์ทีมอะไร คือความคาดหวังให้ทีมรักเซ็นสัญญากับนักเตะชื่อดังหรือใครสักคน เพื่อเข้ามายกระดับและเสริมทัพทีม ไม่เว้นแม้แต่เหล่าแฟนลิเวอร์พูลเองที่ความสำเร็จในฤดูกาลที่แล้วจากเวทียุโรปและความสำเร็จที่กำลังจะมาถึงในฤดูกาลนี้ ทำให้แฟนๆต่างแอบคิดไปว่า ทั้งหมดนั้นจะดึงดูดเหล่านักเตะชื่อดังระดับโลกให้หันหัวเรือมาจอดที่ท่าเรือเมืองลิเวอร์พูล ยังไงก็ตาม คงต้องบอกว่าขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะผู้เขียนเองค่อนข้างมั่นใจว่า จะไม่มีบิ๊กดีลใดๆให้แฟนบอลตื่นเต้นๆแน่ในตลาดรอบนี้ ยกเว้นจะมีเหตุการณ์อะไรสำคัญๆ เรามาดูกันเลยดีกว่า ว่าเพราะอะไร

ลิเวอร์พูลไม่เคยควักเงินซื้อนักเตะราคาแพงโดยไม่จำเป็น

นับตั้งแต่การเข้ามากุมบังเหียนของเจอร์เก้น คล็อปป์ เราไม่เคยเห็นการซื้อนักเตะที่ไม่จำเป็นเลย โดยยุคก่อนหน้า ต้องยอมรับว่า ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ไม่กล้าทุ่มซื้อนักเตะระดับสตาร์ แต่ชอบใช้วิธีหว่านซื้อนักเตะที่ดูมีแนวโน้มจะพัฒนาฝีเท้าได้หลายๆคน ซึ่งส่วนมากก็มักจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ในยุคของเจอร์เก้น คล็อปป์ มีเพียง มาร์โก กรูยิช, ลอริส คาริอุส เพียง 2 คนเท่านั้น ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการสอดแทรกมามีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ นี่คือ 2 คนจาก 14 คน โดยอีก 12 คนนั้น เป็นนักเตะระดับโลกไปแล้ว 7 คน (ฟานไดค์,เบ็คเกอร์,ซาลาห์,มาเน่,ไวจ์นัลดุม,โรเบิร์ตสัน,ฟาบิญโย่) ซึ่งหากคิดเป็นเปอร์เซ็นแล้ว นักเตะที่คล็อปซื้อเข้ามาแล้วกลายเป็นนักเตะระดับโลกนั้นอยู่ที่ 50% เลยทีเดียว

ประวัติการซื้อตัวนักเตะของลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์นั้นมีโอกาสลงตลาดนักเตะในฐานะผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูลอยู่ 8 ตลาด (รวมตลาดเดือนมกราคมที่ผ่านมา) มีเพียงตลาดเดียวนั้น ที่คล็อปป์ยอมซื้อมากกว่าที่ขายออกไปได้ ซึ่งนั่นคือตลาดซัมเมอร์ปี 18/19 ซึ่งเป็นการซื้อตัวอลิงซง เบคเกอร์ 62.5 ล้านยูโร,นาบี้ เกอิต้า 60 ล้านยูโร,ฟาบิญโย่ 45 ล้านยูโรและเชอร์ดาน ชากิรี่ 14.7 ล้านยูโร ยอดรวมการซื้อในตลาดนั้นคือ 182.2 ล้านยูโร แต่ขายไปได้เพียง 41.1 ล้านยูโร ซึ่งหากมองแค่นั้น อาจจะเข้าใจว่า ลิเวอร์พูลก็เป็นทีมที่ทุ่มเงินอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้ได้นักเตะที่ตัวเองต้องการ แต่เปล่าเลย หากเรามองย้อนกลับไปซักนิด ยอดเงินที่จ่ายในตลาดนั้น สามารถหักลบกลบหนี้กับยอดกำไรที่ได้ในตลาดอื่นๆที่คล็อปป์ทำได้เสมอมา และที่สำคัญที่สุด ผลของการซื้อในครั้งนั้น ทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก และยังคงไร้พ่ายในพรีเมียร์ลีคจนถึง ณ ขณะนี้ (เดือนกุมภาพันธ์) ถ้าไม่เรียกว่าคุ้ม แล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก?

โทนเสียงจาก Melissa Reddy นักข่าวจาก The Independent กำลังบอกอะไรบางอย่าง

จากบทความล่าสุดของ Melissa Reddy นักข่าวสาวจาก The Independent กำลังบอกเราเป็นนัยๆว่า ลิเวอร์พูลไม่คิดจะกระโดดเข้าสู่ตลาดในซัมเมอร์นี้อย่างไร้เหตุผล แม้ว่าจะมีทฤษฏีสมคบคิดจากแฟนบอลลิเวอร์พูลมากมาย แต่แน่นอนว่า ถ้าคุณติดตามการซื้อขายนักเตะของลิเวอร์พูลมาก่อนละก็ จะเข้าใจดีกว่า เมื่อไหร่ที่รู้สึกแบบนี้ แปลว่า ลิเวอร์พูลจะไม่ซื้อแน่นอน เพราะเมื่อไหร่ที่ลิเวอร์พูลจะซื้อ แฟนลิเวอร์พูลแทบจะไม่มีเวลาได้ตั้งตัวเลยทีเดียว

ดังนั้น เราอาจจะประมาณได้ว่า ลิเวอร์พูลไม่น่าจะซื้อนักเตะบิ๊กเนมในตลาดรอบนี้แน่ๆ ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้

1.มีนักเตะตัวหลักในทีมคนใดคนหนึ่งอยากย้ายทีม สมมติว่าไม่มาเน่ ก็ซาลาห์ ต้องการย้ายออกจากทีมในตลาดซัมเมอร์นี้ แน่นอนว่า ลิเวอร์พูลพร้อมเดินหน้าเต็มที่เพื่อความตัวเอ็มบับเป้มาให้ได้แน่นอน แต่ ณ ตอนนี้ กองหน้าตัวหลักทั้ง 3 คนของทีมคงมีความสุขและสนุกมากๆกับผลงานของสโมสร

2.มีดีลที่คุ้มที่จะลอง ถ้านึกไม่ออก ให้คิดถึงดีลของเชอร์ดาน ชากิรี่ ที่เอาเข้าจริงๆ ลิเวอร์พูลก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องเซ็นสัญญาเข้ามา แต่ด้วยค่าตัวและค่าเหนื่อยเทียบกับฝีเท้าของชากิรี่แล้ว ก็ถือว่าคุ้มค่ามากที่จะซื้อมาเป็นแบคอัพ

ที่ลิเวอร์พูล เราจะไม่ซื้อนักเตะระดับโลก แต่เราจะสร้างนักเตะระดับโลก

แม้กระทั่งของเวอร์จิล ฟาน ไดค์ , หรืออลิซง เบคเกอร์ ก็เป็นเพียงแค่นักเตะระดับ B+ เท่านั้นก่อนที่เจอร์เก้น คล็อปป์จะตัดสินใจซื้อมาเข้าทีมลิเวอร์พูล หรือซาดิโอ มาเน่ ที่อยู่แค่ทีมกลางตาราง,โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ที่เคยล้มเหลวกับเชลซี,จอร์จิญโย่ ไวจ์นัลดุมจากทีมตกชั้น และสุดยอดเคสตัวอย่างเช่น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน หรือ เทร้นท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล ที่กลายเป็นคู่แบ็กซ้ายขวาระดับโลกไปแล้วด้วยค่าตัวเพียง 8 ล้านปอนด์ (โรเบิร์ตสัน 8 ล้านปอนด์,เทร้นท์ ฟรี เพราะปั้นมาตั้งแต่เด็ก)

ซึ่งเมื่อทั้งหมดนั้นเข้ามาอยู่ภายใต้การนำทีมของคล็อปป์แล้ว จากนักเตะธรรมดาๆก็กลายเป็นนักเตะระดับโลกไปในระยะเวลาเพียงแค่ 1-2 ฤดูกาลเท่านั้น รายชื่อนักเตะที่ว่ามา หากต้องย้ายออกจากลิเวอร์พูลวันนี้ ทุกคนต้องมีค่าตัวไม่ต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์แน่นอน

นักเตะที่ลิเวอร์พูลมี คือชุดแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก และ (ว่าที่)แชมป์พรีเมียร์ลีก

อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ คุณผู้อ่านลองหลับตา แล้วตอบมาภายใน 1 นาทีว่า ณ ตอนนี้ ตำแหน่งไหนของลิเวอร์พูลคือจุดอ่อน….? สมมติว่าผ่านไปแล้ว 1 นาที ผมขอโมเมเองเลยว่าคุณน่าจะตอบว่า ไม่มี นี่ไม่ได้อวยในฐานะที่เป็นแฟนลิเวอร์พูล แต่ตอนนี้ทั้งทีมนั้นฟอร์มดีและสมบูรณ์สุดๆจริงๆ 3 ประสานกองหน้านั้นไม่ต้องพูดถึง 3 ประสานแดนกลาง ก็มีแน่นๆอย่างเฮนเดอร์สัน,ฟาบิญโย่,ไวจ์นัลดุม และสำรองดีๆอีกเพียบ 4 กองหลังก็ระดับโลกไป 3 ตำแหน่งแล้ว ยกเว้นคนที่จะมายืนคู่ฟาน ไดค์ ซึ่งก็อยู่ในระดับที่ ไม่จำเป็นต้องซื้อเกรด A มาเสริม เพราะฟาน ไดค์ทำให้เพื่อนเล่นง่ายอยู่แล้ว ยิ่งผู้รักษาประตู เรามีผู้รักษาประตูมือดีถึง 2 คน ทั้งอลิซง เบคเกอร์และอาเดรียน

ที่สำคัญที่สุด อย่าลืมนะว่า นี่คือนักเตะชุดแชมป์เปี้ยนลีกและว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้ ซึ่งผลงานสุดยอดคือ ปีนี้พวกเรายังไม่แพ้ใครในลีคเลย ทั้งๆที่อีกแค่ 2 เดือนนิดๆจะปิดฤดูกาลแล้ว เท่านั้นยังไม่พอ ที่ไม่แพ้เนี่ย ยังเสมอแค่ 1 นัดเท่านั้นนอกนั้นชนะรวด สถิติลิเวอร์พูลตอนนี้เหมือนเด็กเล่นเกม FootballManager แล้วถ้าแพ้ก็โหลดเซฟเล่นใหม่ยังไงยังงั้น แต่นี่คือสถิติที่เกิดขึ้นจริงและมั่นใจได้เลยว่าจะถูกเล่าขานไปอีกเป็นสิบๆปี ดังนั้นแทบไม่มีความจำเป็นอะไรที่ลิเวอร์พูลจะต้องซื้อนักเตะคนใหม่มาซะด้วยซ้ำ (แม้ว่าผมก็อยากได้นักเตะอย่าง เอ็มบับเป้,ซานโช่,ฮาเวิร์ตก็เถอะ)

สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุด คือนักเตะดาวรุ่งเหล่านี้

แฮรี่ วิลสัน,เบน วู้ดเบิร์น,เคอร์ติส โจนส์ หรือแม้กระทั่งเจ้าหนูเอลเลียต ผลผลิตเหล่านี้ต่างหาก ที่เราควรจะตื่นเต้นว่า คล็อปป์นั้นจะปั้นดินเหล่านี้ให้กลายเป็นดาวได้มั้ย และมั่นใจได้เลยว่า เมื่อไหร่ที่เด็กๆจากอะคาเดมี่เหล่านี้เติบโตก้าวมาเป็นตัวหลักของทีมได้ละก็ มันเป็นอะไรที่เจ๋งกว่าการไปทุ่มซื้อนักเตะราคาแพงระดับโลกเป็นไหนๆ เพราะเราจะสามารถพูดได้เต็มปากว่า ลิเวอร์พูลไม่ใช่ทีมที่ซื้อนักเตะระดับโลก แต่พวกเราสร้างนักเตะระดับโลก

About ก็แค่ผู้ชายที่เชื่อในความฝัน

View all posts by ก็แค่ผู้ชายที่เชื่อในความฝัน →