เส้นทางสายโค้ชของอดีต 9 นักเตะหงส์แดง ใครเหมาะกลับมาคุมหงส์บ้าง

เส้นทางอาชีพสายฟุตบอลของนักเตะหลายคนอาจสิ้นสุดลงตรงที่พวกเขาแขวนสะตั๊ด แต่ก็มีนักเตะอีกหลายคนที่แม้จะเลิกเล่นแล้วแต่แต่ก็ผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม ซึ่งเป็นอีกบทบาทที่สำคัญในโลกฟุตบอลสมัยใหม่ “แล้วอดีตนักเตะลิเวอร์พูลที่เดินทางสายโค้ช และความเป็นไปได้ที่จะกลับมาคุมทีม นอกจาก คุณชาย กัปตัน ฮูเปีย มีใครอีก แต่ละคนผลงานเป็นยังไงบ้าง” นี่คือคำถามจากทางบ้านที่ถามมา

บทความนี้ผมค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลสองชิ้นคือของ liverpoolecho (2019) กับ Liverpool FC (2018) และใช้ข้อมูลจากวิกิพีเดียในการอัพเดทสถานล่าสุดของผู้จัดการทีมอดีตนักเตะหงส์แดงเหล่านั้น แน่นอนว่าอาจจะไม่ครบถ้วนทุกคน แต่ก็น่าจะพอตอบคำถามด้านบนได้บ้าง และผมก็คัดเอาเฉพาะคนที่เล่นกับหงส์แดงนานหน่อย เลยตัดพวกอเนลกากับเปรเลกรีโน่ออก เพราะเหมือนมาเล่นกับเราแค่แป๊บเดียว

ฮูเปีย-คีเวลล์-อลอนโซ่

หลังแขวนสตั๊ด ฮูเปียเริ่มต้นงานโค้ชจากการเป็นผู้ช่วยโค้ชฟินแลนด์ก่อนในปี 2011-2012 และจับงานโค้ชจริงๆ ที่เลเวอร์คูเซ่นปี 2012-2014 จากนั้นมาเป็นกุนซือไบร์ทตันช่วงสั้น ๆ ปี 2014 และสุดท้ายคือเป็นกุนซือเอฟซี ซูริค ปี 2015-2016

แต่การเป็นโค้ชของเขาถือว่าล้มเหลวทั้งสามที่ มีทั้งที่โดนไล่ออก ตั้งใจลาออกปัจจุบันฮูเปียไม่ได้ทำงานเป็นโค้ชแล้ว เขารับงานเป็นทูตสโมสรให้ลิเวอร์พูล และเราจะเริ่มเห็นฮูเปียในบทบาทของคอมเมนเทเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นในรายการทีวีต่าง ๆ ด้วย

ทันทีที่อลอนโซ่แขวนสตั๊ดในปี 2017 จากบาเยิร์น ในปี 2018-2019 เขาก็หันมาเอาดีด้านการเป็นโค้ช เริ่มต้นที่ชุด U-14 ของมาดริด ก่อนที่จะขยับมาเป็นกุนซือของเรอัล โซเซดาด ชุดบี จนถึงปัจจุบัน และติดโผ 1 ในคนที่อาจจะได้มาสานต่อการเป็นกุนซือที่ลิเวอร์พูลในอนาคต

ขณะที่คีเวลล์ ย้ายจากลิเวอร์พูลไปเป็นขวัญใจชาวกาลาตาซาราย ที่นั่นเขาทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ ก่อนจะย้ายไปเมลเบิร์น วิคตอรี เอล การาฟา และแขวนสตั๊ดที่ เมล์เบิร์น ฮาร์ท ในปี 2014 จากนั้นก็ผันตัวเองมาเป็นโค้ชให้ทีมชุดเยาวชนของวัตฟอร์ด 2 ปี 2015-2017 แล้วชิมลางการเป็นผู้จัดการทีมกับทีมนอทส์ เคาวน์ตี ในปี 2018 ก่อนจะโดนไล่ออกเพราะผลงานไม่ดี  ตอนนี้ก็มีข่าวเชื่อมโยงกับเมลเบิร์น วิคตอรีว่าจะมาเป็นกุนซือคนใหม่ โอกาสที่จะมาคุมทีมหงส์แดงในอนาคตคงยาก

เจอร์ราร์ด-ฟาวเลอร์-อองโซ่

เจอร์ราร์ดหลังจากย้ายไปเล่นในอเมริกา 1 ปี ในปี 2017 เขาก็หวนกลับมาที่แอนฟิลด์อีกครั้ง แม้ไม่มีโอกาสได้ร่วมงานกับคล๊อปป์ในฐานะนักเตะ แต่ก็มาพัฒนาทีมร่วมกับคล๊อปป์ โดยเจอร์ราร์ดรับหน้าที่เป็นโค้ชเยาชน U-18 ของทีม รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชุด u-19 ของหงส์แดงลงแข่ง ยูฟ่า ยูธ ลีก จนผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย

นักเตะดาวรุ่งภายใต้การทำทีมของเขาที่โดดเด่นขึ้นมาในยุคของคล๊อปป์ก็มีทั้งอาร์โนล์ด โจนส์ วิลเลียมส์ และอย่างที่รู้ว่าตอนนี้เขาทำงานเป็นผู้จัดการทีมที่เรนเจอร์ส พร้อมกับเป็นตัวเต็งว่าที่ผู้จัดการทีมคนต่อไปของลิเวอร์พูลต่อจากคล๊อปป์

ฟาวเลอร์เล่นให้ลิเวอร์พูล 369 นัด ทำประตูไปถึง 183 ประตู หลังจากย้ายมาเล่นให้หงส์คำรบสองแล้วย้ายออกไป เขาย้ายไปเล่นในลีกต่าง ๆ หลายลีก จนมาเป็นนักเตะเมืองทอง เขาได้ชิมลางการเป็นโค้ชครั้งแรกที่นี่เมื่อปี 2011-2012 ตอนนั้นเขาเป็นทั้งนักเตะและโค้ชไปในตัว

ปี 2013 เขากลับมาเป็นโค้ชเยาวชนของหงส์แดง จากนั้นปี 2014 ก็ไปเป็นผู้ช่วยโค้ชที่ลีดส์ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะมารับงานคุมทีม เอลีก ออสเตรียเลีย กับ Brisbane Roar ในปี 2019 ด้วยสัญญา 2 ปี อาจจะดูมีประสบการณ์โชกโชน แต่การกลับมาคุมหงส์น่าจะยังยาก

อองโซช์เล่นอยู่กับหงส์แดงระหว่างปี 1999-2004 ลงไป 205 นัด เป็นขุนพลนักเตะชุด 3 ถ้วยของเชราร์ด อุลลิเยร์ ในปี 2001 เขาเริ่มงานโค้ช กับแบล๊กเบิร์น โรเวิร์ส U-18 หลังจากแขวนสตั๊ดกับทีมในปี 2008 จากนั้นก็กลับไปเป็นโค้ชในสโมสร FC Bulle ในดิวิชั่น 4 ของลีกสวิตช์ฯ บ้านเกิด อยู่ 1 ปี

ต่อมาก็รับงานเป็นผู้ช่วยโค้ชที่ Neuchatel Xamax ตั้งแต่ปี 2015 จนก้าวมาเป็นผู้จัดการทีมเต็มตัวในเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว แต่ทำได้แค่ 19 นัด ตอนนี้เขารับงานคุมทีม FC Sion ในสวิชฯ ซุปเปอร์ลีก มีสัญญาถึง 2020

บิสคาน-พอลอินซ์-บับเบิล

บิสคานนักเตะร่วมรุ่นกับอองโซช์ ลงเล่นให้ทีมไป 118 นัด และยังอยู่ทันชุดแชมป์ UCL สมัยที่ 5 ของหงส์ด้วย ซึ่งเป็นซีซั่นสุดท้ายของเจ้าตัว เขาเริ่มงานด้านโค้ชด้วยการเป็นผู้ช่วยโค้ชกับ NK Rudes สโมสรในลีก ทู ของโครเอเชีย ในปี 2016 จากนั้นก็ย้ายไปคุมทีม Olimpija ในลีกสโลวีเนีย

เขาพาทีมคว้าแชมป์ลีกกับบอลถ้วยในปี 2017-2018 แต่ก็ถูกไล่ออก แล้วมารับงานคุมทีม Rijeka ที่โครเอเชีย ได้แชมป์โครเอเชียคัพปี 2018-2019 ก่อนจะมาเริ่มงานคุมทีมชาติโครเอเชีย U-21 ตั้งแต่ปี 2019 นี่อาจจะเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จกับการคุมทีมคนหนึ่งก็ได้ แต่โอกาสกับลิเวอร์พูลนั้นน่าจะยากอยู่

ส่วน พอล อินซ์ แม้จะเคยเป็นนักเตะแมนยู แต่ช่วงที่เขาเล่นให้ลิเวอร์พูลก็ทำผลงานเต็มที่ และเป็นอีกหนึ่งอดีตนักเตะหงส์แดงที่มุ่งมั่นกับงานสายโค้ชมากที่สุดคนหนึ่ง โดยเขาเริ่มงานโค้ชที่สโมสร Macclesfield Town แบบเป็นนักเตะไปด้วยเป็นโค้ชไปด้วย ในฤดูกาล 2006-2007 โดยช่วยให้ทีมรอดการตกชั้นจากลีกทูได้สำเร็จในนัดสุดท้ายของฤดูกาล

จากนั้นเขาย้ายไปประสบความสำเร็จกับสโมสร MK Don พาทีมได้แชมป์ลีกทู และบอลถ้วยในปี 2007-2008 ก่อนที่ผลงานจะไปเข้าตาทีมพรีเมียร์ลีกอย่างแบล๊กเบิร์น ได้สัญญาคุมทีมยาวถึง 3 ปี แต่กลับทำผลงานได้ย่ำแย่ 6 เดือน ชนะแค่ 3 เกมจาก 17 เกม ก่อนที่จะกลับไปคุม MK Don, Notts County และ Blackpool อย่างละปี ก่อนที่เขาจะยุติบทบาทโค้ชไปในที่สุด

บับเบิลอยู่กับหงส์แดงนานถึง 4 ปี ระหว่างปี 2000-2004 แต่ได้ลงเล่นไม่มากนัก ก่อนจะถูกปล่อยยืมให้แบล๊กเบิร์นและขายขาดให้ สตุ๊ทการ์ทไปในปี 2004 และที่เยอรมันหลังจากแขวนสตั๊ดกับสตุ๊ทการ์ทในปี 2007 เขาก็เริ่มงานสายโค้ชทันทีด้วยการเป็นผู้ช่วยโค้ชที่นั่น ก่อนจะขึ้นมารับงานเป็นโค้ชเต็มตัวในฤดูกาล 2008-2009 พาทีมจากอันดับ 11 สามารถจบอันดับสามและผ่านเข้าไปเล่น UCL ได้สำเร็จ จบที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

หลังจากแยกทางกับสตุ๊ทดการ์ทเขาไปรับงานคุมทีมแฮร์ธาในลีก2 จนสามารถพาทีมคว้าแชมป์แล้วขึ้นมาเล่นในบุนเดสลีกาได้สำเร็จในฤดูกาล 2010-201 ภายในปีแรกที่คุม แต่ก็คุมทีมได้ไม่นานก็ถูกไล่ออกอีก จากนั้นปี 2012 ก็ย้ายไปคุมทีมฮอฟเฟ่นไฮม์ แต่ผลงานไม่ดีก็แยกทางกันอีกตอนปลายปี

จากนั้นจึงไปคุมทีม  Luzern ตั่งแต่ปี 2004-2008 ก่อนที่จะมาคุมทีม Western Sydney Wanderers เอลีก ออสเตรียเลีย ในปี 2018 และถูกไล่ออกอีกครั้งเมื่อต้นปี 2020 ที่ผ่านมา

เจอร์ราร์ดติดโผหนึ่งในสามตัวเต็งมาคุมทีมต่อจากคล็อปป์

ดูจากเส้นทางสายอาชีพของนักเตะเหล่านี้ก็ถือว่าไม่ได้แย่มาก กับการคุมทีมในลีกต่างๆ หลายคนมีถ้วยติดไม้ติดมือ แต่ถ้าพูดถึงโอกาสที่จะกลับมาคุมทีมหงส์แดงในอนาคต ปัจจุบันคนก็เล็งไปที่เจอร์ราร์ดกับอลอนโซ่ เพราะเพิ่งหันมารับงานคุมทีม

แต่ดูภาษีของเจอร์ราร์ดจะมากกว่าอลอนโซ่นิดหน่อย ตรงที่เป็นตำนาน มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับสโมสร เคยคุมทีมเยาวชน และตอนนี้ก็คุมสโมสรอาชีพ ต่างจากคุณชาย ที่เพิ่งนับหนึ่งใหม่กับทีมเยาวชน แต่ก็ไม่แน่ ในอนาคตเขาอาจพุ่งพรวดขึ้นมาก็เป็นได้