วีเออาร์ ลิเวอร์พูล และแชมป์พรีเมียร์ลีก ความไม่สัมพันธ์กันที่ถูกเอามาโยงใย

เมื่อวีเออาร์ถูกนำมาใช้ในพรีเมียร์ลีกเป็นปีแรก และลิเวอร์พูลก็กำลังจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี ท่ามกลางความสับสน อลม่านของการใช้เทคโนโลยีที่ขีดเส้นโยงใย มีทั้งทีมที่เสียประโยชน์และได้ประโยชน์จากมัน มีทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับมัน และมีทั้งคนที่คิดว่าแชมป์ของลิเวอร์พูลคือผลประโยชน์โดยตรงจากมัน

แค่แซวขำ ๆ หรือกะอำจริงจัง

ถ้าไม่นับการแซวเล่น แซะกันขำ ๆ ตามเพจและกูรูสายเรียกกระแสที่ทั้งเมืองไทยและเมืองนอกต่างเอามาหยอกล้อกัน จนไม่คิดว่าจะมีคนคิดแบบนั้นจริง ๆ หรือเชื่อแบบนั้นจริง ๆ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมปีที่แล้ว ช่วงที่ลิเวอร์พูลเริ่มทิ้งห่างแมนซิตี้ 14 แต้ม และแมนซิตี้เพิ่งแพ้แมนยูคาบ้านมา 1-2 ได้มีแฟนบอลแมนซิตี้คนหนึ่งโทรเข้ามาในรายการ BBC 5 Live Sport ที่ บ๊อบบี้ ซาเว็จ จัดรายการอยู่ มาแสดงความคิดเห็นในรายการนานกว่า 6 นาที กับข้อสันนิษฐานของเขาว่า แมนซิตี้เสียประโยชน์จากการตัดสินของวีเออาร์ถึง 6 ครั้ง ขณะที่ลิเวอร์พูลได้ประโยชน์จากการตัดสินของวีเออาร์ถึง 4 ครั้ง ทั้งหมดเกิดขึ้น ขณะที่เกมลีกผ่านไปได้แค่ 16 เกมเท่านั้น

เขายกตัวอย่างว่าทีมของเขาเสียประโยชน์เช่นเกมแรกที่แมนซิตี้เจอกับเวสต์แฮม ประตูของราฮีมที่ช่วยให้ทีมนำ 3-0 แล้วปิดเกมง่าย ๆ กลับถูกตัดสินเป็นลูกล้ำหน้า ทั้งที่ล้ำไปเพียง 1 นิ้ว และมองว่าฟานไดจ์คต้องถูกไล่ออกจากเกมที่เจอเอฟเวอร์ตัน “ฟานไดจ์คทำฟาวในเขตโทษ ตอนที่พวกเขานำอยู่ 2-1 ผมไม่เคยเห็นการฟาวที่ชัดเจนขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ฟานไดจ์คควรโดนไล่ออก ผมไม่เคยเห็นใครผลักผู้เล่นล้มลงในเขตโทษเหมือนที่เขาทำ ผมดูซ้ำ 10 รอบ เขาต้องถูกไล่ออก เพราะเขาคือผู้เล่นคนสุดท้าย แต่วีเออาร์ไม่ให้”

จากนั้นเวลาผ่านมาถึงวันที่ 3 กุมภาพันธุ์ แฟนบอลคนดังกล่าวกลับมาอีกครั้ง ในรายการเดิมหลังจากแมนซิตีแพ้สเปอร์ส 2-0 และถูกหงส์แดงออกนำห่างถึง 22 แต้ม เขายังยืนยันคำเดิมว่าลิเวอร์พูลได้ประโยชน์จากเทคโนโลยี VAR รอบนี้เขาถกเถียงกับซาเวจอย่างเมามันส์ก่อนที่ซาเวจจะพูดว่า “พอ ๆ หยุดเถอะ ทีมของคุณตามหลัง 22 แต้มกับทีมที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่คุณกับหมกหมุ่นอยู่กับวีเออาร์”

แม้กรณีของคนที่โทรมารายการ BBC จะดูเป็นเรื่องตลก แต่นั่นก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่ามีคนจริงจังกับเรื่องนี้จริง ๆ และไม่ใช่แค่ขำ ๆ ถึงกับลงทุนค้นข้อมูลหาเหตุผล (แม้จะไม่สมเหตุสมผลและเอามาเพื่อดิสเครดิตก็ตาม)

ในเมืองไทยเองก็มีการพูดลักษณะทีเล่นทีจริงนี้เช่นกัน กรณีล่าสุดหลังเกมที่เราชนะนอริช 0-1 จากประตูชัยของมาเน่ ที่เหมือนว่าก่อนจังหวะที่เขาจะเอาบอลลงมีการเอามือไปผลักผู้เล่นของนอริช แต่วีเออาร์เช็คแล้วไม่ว่าอะไร ผมนั่งฟังคอลัมนิสต์ลูกหนังคือหนึ่งในรายการที่เขาจัดประจำทุกวันจันทร์ เมื่อพูดถึงจังหวะนี้กับผู้ร่วมรายการอีกคน เขาทำท่าทีเล่นทีจริงว่า จังหวะนั้นฟาวก่อนเป็นประตู

จริง ๆ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกครับ ผมเองไม่ได้จะโจมตีอะไรใคร เข้าใจอารมณ์ว่าอาจจะเป็นแค่สีสันที่คนเอามาหยอก เล่นกัน เพราะ 99% ของคนดูบอลปีนี้ไม่มีใครติดใจเรื่องผลงานของหงส์แดงแน่ รวมถึงคอลัมนิสต์คนดังกล่าวเองก็เอ่ยปากชมหงส์แดงว่าเหมาะสมกับแชมป์ปีนี้

แต่ในฐานะเด็กหงส์บอกตรง ๆ ว่ามันคาใจ ที่หากแชมป์ครั้งแรกและน่าจะเป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกจะต้องรู้สึกด่างพร้อย ด้วยข้อครหาทีเล่นทีจริงแบบนี้ เพราะเราไม่รู้ว่าจะมีคนแบบที่โทรไปรายการของซาเวจอีกกี่คน คนที่หามุมหาเหลี่ยม โดยไม่สนข้อเท็จจริงทั้งหมด

ความจริงที่บางคนพยายามปิดตาข้างเดียว

ผมเก็บเรื่องนี้มาคิดนานมาก แต่ก็ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร ด้วยจนปัญญาจะหาข้อมูลอะไรมายืนยันว่าหงส์แดงของเราไม่ใช่ทีมที่ได้ผลประโยชน์จากการตัดสินของวีเออาร์จนนำไปสู่แชมป์ และเด็กหงส์อย่างเราอาจต้องติดอยู่กับข้อครหานี้ไปอีกนาน แต่โชคยังเข้าข้างให้ผมหาคำอธิบายเจอว่าทีมไหนกันละที่ได้ประโยชน์จากการตัดสินของวีเออาร์กันแน่

คำตอบที่ได้อาจจะทำให้กองเชียร์ของบางทีมอยากจะปิดหูปิดตาไม่รับรู้ความจริงก็เป็นได้ เพราะผลประโยชน์ที่พวกเขาได้จากวีเออาร์กับตารางคะแนนตอนนี้มันขัดแย้งกัน และข้อมูลนี้เราก็ต้องขอบคุณรายงานจากสื่อน้ำดีอย่าง ESPN ที่ทำสถิติและบทสรุปมาเลยว่า การตัดสินของวีเออาร์ส่งผลต่อแต่ละทีมในพรีเมียร์ลีกอย่างไร

เป็นรายการที่ละเอียดมาก อัพเดทข้อมูลตลอดเวลาของทุกทีมมาว่าใครโดยเรียกดูวีเออาร์กี่ครั้ง และสรุปเป็นผลออกมาเลยว่าใครได้ประโยชน์จากวีเออาร์กี่แต้ม หรือเสียประโยชน์จากวีเออาร์กี่แต้ม จนถึงวินาทีที่ผมเข้าไปดูสถิตินี้ทุกทีมเตะแล้ว 26 เกมเว้นแมนซิตี้กับเวสต์แฮมที่ยังไม่เตะ

ผลออกมาก็คือมีการเรียกดูวีเออาร์ทั้งหมด 79 ครั้ง ทีมที่ได้ประโยชน์จากการเรียกดูวีเออาร์เมื่อหักลบที่ตัวเองได้กับที่ตัวเองเสียแล้ว 3 อันดับแรกคือ ไบร์ทตัน +7 แมนยูฯ +6 และพาเลช+ 5 ขณะที่หงส์แดงได้ประโยชน์จากวีเออาร์จริง ๆ แค่ +1 วิธีนับว่าได้ประโยชน์เสียประโยชน์อย่างไรนั้น จะขอยกตัวตัวอย่างกรณีแมนยูฯ กับ ลิเวอร์พูล

แมนยูไนเต็ด ถูกเรียกดูวีเออาร์ทั้งหมด 8 ครั้ง นำไปสู่การที่พวกเขาได้ประตู 1 ครั้ง ถูกปฎิเสธประตู 0 ครั้ง นำไปสู่การที่พวกเขาเสียประตู 1 ครั้ง และเป็นการปฏิเสธประตูของคู่แข่ง 4 ครั้ง เท่ากับได้ประโยชน์จากวีเออาร์ 6 ครั้ง ส่วนลิเวอร์พูลถูกเรียกดูทั้งหมด 7 ครั้ง นำไปสู่การได้ประตู 1 ครั้ง ถูกปฏิเสธประตู 3 ครั้ง และปฏิเสธประตูคู่แข่ง 3 ครั้ง บวกลบแล้วหงส์แดงจึงได้ประโยชน์จากวีเออาร์แค่ 1 ครั้งเท่านั้น

คำถามสำคัญคัญคือถ้าไม่มีวีเออาร์หงส์แดงจะได้แชมป์หรือนำโด่งแบบนี้ไหม เรื่องนี้ Givemesports ทำรายงานชิ้นหนึ่งทุกสัปดาห์ในหัวข้อว่า “ตารางพรีเมียร์ลีกจะเป็นอย่างไร หากไม่มีการนำวีเออาร์มาใช้ในฤดูกาลนี้” หากเอารายงานนี้ย้อนไปตอบคำถามของคนที่โทรมารายการตอนเดือนธันวาคมซึ่งเป็นเกมสัปดาห์ที่ 15

ผลจากการเก็บสถิติของสื่อนั้นระบุว่า เมื่อผ่านไป 15 เกมโดยไม่มีการเรียกดูวีเออาร์ ลิเวอร์พูลจะมีแต้ม 41 แต้มลดลงมาสองแต้มจากความเป็นจริงที่ได้ 43 แต้ม แมนซิตี้จะได้ 34 แต้ม เพิ่มมาจากความเป็นจริงที่ได้ 32 แต้ม เลสเตอร์ตกไปอยู่อันดับ 3 แต้มลดลง 5 แต้ม จาก 35 เป็น 30

นอกจากนั้นหากจะยืนยันกับคนที่โทรมาอีกครั้งเมื่อต้นเดือนกุมภาที่ผ่านมาหลังเกมที่ 25 สถิติของสื่อนั้นก็ยังยืนยันผลการแข่งขันว่า เมื่อผ่านไป 25 เกมโดยไม่มีการเรียกดูวีเออาร์เลย ลิเวอร์พูลจะยังนำโด่งที่ 69 แต้ม ลดจากความเป็นจริง 4 แต้ม แมนซิตี้ 54 แต้ม เพิ่มจากความเป็นจริง 3 แต้ม

ไหน ๆ ก็ยกตัวอย่างแมนยูกับลิเวอร์พูลแล้ว ทั้งสองเองก็เคยมีการถกเถียงเกี่ยวกับจังหวะการใช้วีเออาร์ ในเกมที่ลิเวอร์พูลชนะแมนยู 2-0 ที่แอนฟิลด์ในนาทีที่ 25 ฟีร์มิโน่ยิงเข้า แต่เมื่อเช็ควีเออาร์จังหวะนี้กรรมการตัดสินให้เป็นการฟาวล์ของฟานไดจ์คก่อน แต่เป็นการตัดสินที่ค้านสายตาคนส่วนมาก แม้กระทั้งตำนานทีมแมนยูเองอย่างเนวิลกับคีนถึงกับออกมาบ่นว่า จังหวะนี้ไม่ควรเป็นลูกฟาวล์และควรเป็นประตูของฟีร์มิโน่

เนวิลบอกว่า เดเคอาทำบอลหลุดมือและฟานไดจ์คไม่น่าทำฟาวล์ “ผมคิดว่ามันไม่ฟาวล์นะ ตามปกติแล้วฟานไดจ์คมักเอาแขนลงแล้วกระโดดขึ้น ผมคิดว่าเดเคอาทำหลุดมือจริง ผมคิดว่ามันเบาไป หากเกิดขึ้นกับอีกฝั่งผมคงไม่คิดว่ามันจะเป็นการฟาวล์” ขณะที่รอยคีนบอกว่า “จังหวะของเวอร์กิล กับ บิด ผมมองว่าไม่ฟาวล์ เพราะต่างคนต่างมองที่บอล”

2 ประโยชน์ที่หงส์แดงได้จากวีเออาร์

แม้สุดท้ายแล้ว สถิติและความจริงจะปรากฏว่าลิเวอร์พูล ไม่ได้ประโยชน์จากการเรียกดูวีเออาร์ เหมือนอย่างที่บางคนคิด แต่จะบอกว่าลิเวอร์พูลไม่ได้ประโยชน์จากการมีวีเออาร์ปีนี้เลยก็คงพูดได้ยาก เพราะจริง ๆ แล้วลิเวอร์พูลอาจเป็นทีมเดียวที่ศึกษาการทำงานของวีเออาร์มาปรับใช้กับวิธีการเล่นของตนเอง

ช่วงต้นซีซั่นหากใครยังจำได้ มีการถกเถียงกันเรื่องที่คล็อปป์ปรับวิธีการยืนของกองหลังให้ดันสูงขึ้นกว่าปกติ เมื่อผ่านไปเพียง 4 เกมแรกของฤดูกาลหงส์แดงเปิดโอกาสให้คู่แข่งยิงถึง 49 ครั้ง มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันเมื่อฤดูกาลก่อนถึง 19 ครั้ง หลังเกมกับเชลซีนัดแรกคล็อปป์ถูกถามเรื่องการดันกองหลังขึ้นสูง เขากลับบอกว่ายืนยันจะใช้วิธีนี้ต่อไป และจะทำให้ดีขึ้นแน่ เขาชี้ไปที่ทีมสามารถดักจับล้ำหน้าได้หลายครั้ง

ส่วนเหตุผลของการปรับแท๊กติกการเล่นใหม่ ดูเหมือนว่าหลายฝ่ายจะวิเคราะห์ตรงกัน ว่ากองหลังลิเวอร์พูลของคล๊อปป์ปีนี้ดันสูงขึ้นกว่าปกติ เหตุผลที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ก็คือเพราะปีนี้มีเรื่องของ VAR เข้ามาเกี่ยวข้อง การดันขึ้นสูงจะเป็นการบีบพื้นที่ของฝั่งตรงข้ามให้น้อยลง และเพิ่มพื้นที่ในการเข้าทำของหงส์แดงมากขึ้น จากสถิติทีเก็บหลังผ่านไป 4 เกมแรกฤดูกาลนี้ตามสถิติบอกว่า ลิเวอร์พูลเก็บกับดักล้ำหน้าได้ถึง 23 ครั้งแล้ว มากกว่าใครในลีกตอนั้น นี่คือประโยชน์ของการปรับแผนใหม่ ที่หงส์พยายามหาประโยชน์จากวีเออาร์

อีก 1 เรื่องที่หงส์ได้ประโยชน์จากการมีวีเออาร์เต็ม ๆ เลยก็คือเรื่องของสมาธิในเกม ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เคยได้ชื่อว่าโชคร้ายที่สุดในปี 2017-2018 ที่ ESPN เจ้าเดิมทำการศึกษาพบว่า หงส์แดงทำคะแนนหล่นหายไป 12 คะแนน จากเกมการแข่งขันที่มีการตัดสินให้ประตู ลูกจุดโทษ และใบแดงผิดพลาด

โดยคำนวณจาก ประตูที่ควรจะถูกตัดสินให้โมฆะ ประตูโมฆะที่ควรจะเป็นประตู ลูกจุดโทษที่ถูกตัดสินผิดพลาด และกลายมาเป็นประตู การฟาวล์ในเขตโทษที่ควรจะเป็นลูกจุดโทษ การตัดสินให้ใบแดงที่ไม่ถูกต้อง เหตุการณ์ที่ผู้เล่นสมควรได้รับใบแดง แต่ถูกมองข้ามไป ประตูที่เกิดขึ้นหลังจากช่วงทดเวลาบาดเจ็บหมดไปแล้ว ประตูที่เกิดจากการแฉลบเปลี่ยนทาง

ทั้งหมดนั้นเมื่อรวมกับรางวัล fair play การเล่นที่ขาวสะอาดที่ลิเวอร์พูลคว้าได้ถึง 3 ปีติดต่อกันนับแต่คล็อปป์มาทำงาน 2016-2019 ไม่ใช่แค่ในลีกแต่ในระดับยุโรปหงส์แดงก็มีสถิติการทำฟาวล์คู่แข่งน้อยที่สุดที่ 8.14 ครั้งต่อเกม ดังนั้นการมีวีเออาร์เข้ามานั่นทำให้นักเตะหงส์แดงสามารถเล่นในแนวทางนั้นต่อไปได้อย่างมั่นใจ และมีสมาธิมากขึ้น จะสังเกตว่านักเตะหงส์แดงจะไม่หยุดเล่นจนกว่ากรรมการจะเป่า โดยเฉพาะหน้ากรอบเขตโทษคู่ต่อสู้หากยิงได้ต้องยิงเข้าไปก่อน

คำตัดสินของวีเออาร์อาจจะไม่ได้เข้าข้างหงส์แดง แต่ในแง่ของจิตใจเมื่อคุรตั้งใจเล่นฟุตบอลอย่างแฟร์ ๆ การมีอะไรสักอย่างมาตรวจสอบมันก็ทำให้คุณเล่นได้มั่นใจมากขึ้น ในทางกลับกันทีมที่เคยได้ประโยชน์จากการตุกติก หรือใช้แท๊กติกพวกนี้ตนชิน อาจจะรู้สึกว่าเสียเปรียบก็เป็นได้