5+1 เรื่องประทับใจหลังเกมเปิดบ้านแซงชนะเวสต์แฮม 3-2

ถือเป็นเกมมันเดย์ไนท์ที่สนุกตื่นเต้นจนทำให้หายง่วงก่อนไปทำงานกันเลยทีเดียวสำหรับสาวกหงส์แดงที่ตื่นมาเชียร์ทีมคืนนี้ เมื่อสิ่งที่มอยส์พูดไว้ก่อนเกมไม่ใช่แค่ลมปากว่าเขาเห็นอะไรบางอย่างจากเกมที่ลิเวอร์พูลแพ้ตราหมี และพร้อมจะนำมาปรับใช้เล่นงานหงส์แดง

และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ครับ ป๋ามอยส์ จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบ 10 ล้อใส่หงส์แดงเล่นระบบ 4-5-1 วางรสบัสสองชั้น วางแท๊กติกการเล่นลูกนิ่งและสวนกลับเร็วมาเล่นงานหงส์แดง จากที่ถูกนำก่อน ก็พลิกแซงนำหงส์แดงได้สำเร็จ ณ จุดนี้ มอสย์ทำได้เกินกว่าแอตมาดริดแล้ว

อย่างไรก็ตามลิเวอร์พูลเองหากจะแพ้ทั้งทีคงไม่อยากแพ้ต่อหน้าแฟนบอล ว่าแล้วคล็อปป์และนักเตะก็งัดสรรพกำลังที่มีโหมบุกหนักช่วง 30 นาทีสุดท้ายจนมายิง 2 ประตูรัว ๆ พลิกแซง 3-2 เก็บ 3 คะแนนเพิ่มเป็น 79 แต้มนำห่างแมนซิตี้ 22 แต้มเหมือนเดิม และนี้คือ 5+1 ความประทับใจจากเกมนี้

เหนื่อยหน่อยแต่ยังรอด

เวสต์แฮมทีมหนีตกชั้น จึงไม่แปลกที่วันนี้พวกเขาจะมีลูกฮึดสู้ให้เห็น นั้นทำให้ลิเวอร์พูลเจองานหนัก เอาแค่อันโตนิโอคนเดียวในแดนหน้าก็ป่วนกองหลังของเราได้สาหัสเหมือนกัน นักเตะเวสต์แฮมช่วยกันวิ่งไล่ทุกเม็ด และถือว่าใช้โอกาสไม่เปลืองเลย

จากโอกาสยิง 7 เข้ากรอบ 4 แล้วเปลี่ยนเป็น 2ประตู โดยผ่านบอลทั้งหมดแค่ 265 ครั้ง เรียกว่าผ่านบอลน้อยกว่าแอตมาดริดตอนเจอเรา (276 ครั้ง) แต่ยิงได้เยอะกว่า เมื่อเทียบกับนัดแรกที่พวกเขามีโอกาสยิง 7 เข้ากรอบ 4 เช่นกันแต่ไม่ได้สักประตู แถมยังผ่านบอลไป 331 ครั้ง การผ่านบอล 265 ครั้งยังถือเป็นการผ่านบอลของคู่แข่งหงส์แดงที่น้อยที่สุดในฤดูกาลนี้ด้วย

เวสต์แฮมรับเหนียวแน่น

แต่นั่นแหละครับแม้จะผ่านบอลน้อยแต่นักเตะเวสต์แฮมใช้พลังงานไปกับการเล่นเกมรับเยอะ ทำให้ช่วง 30 นาทีสุดท้ายจึงต้านทานพายุหงส์แดงไม่ได้ ลิเวอร์พูลก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของร่างกายของนักเตะได้ดีอีกครั้ง ซึ่งทำให้พวกเขาได้เปรียบคู่แข่งในช่วงท้ายเกมอย่างมาก

พ่อหมีนั้นโก้จริงๆ

แม้จะเสียประตูให้คู่แข่งเป็นครั้งแรกในลีกในรอบ 12 เกมหลังสุด เพราะก่อนหน้านี้ 11 เกมพ่อหมีเก็บคลีนชีตรวด และแม้จะเสียประตูต่อเนื่อง 2 เกมติดต่อกันให้กับตราหมีก่อนหน้าและเวสต์แฮมคืนนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงหลังการเซฟของเขาช่วยเหลือเราไว้มาก

นี่เป็นครั้งที่สองติดต่อกันในลีกที่เขาโชว์โค-ตะ-ระ ซุปเปอร์เซฟให้เราเห็น อาจจะเรียกว่าเป็นซุเปอร์เซฟสามแต้มให้หงส์แดงก็ได้ เพราะนัดก่อนหน้าพ่อหมีโชว์เซฟลูกหลุดเดี่ยวของรุปป์ที่จะส่งให้ปุ๊กกี้ นัดนี้พ่อหมีโชว์เซฟลูกหลุดเดี่ยวล่อเป้าของโบเว่นกองหน้าตัวสำรองของเวสต์แฮม

อีกครั้งที่แบ๊กของเราสร้างความแตกต่าง

เกมเมื่อคืนหากใครได้ดู ต้องบอกว่าแบ๊กของเราทั้งสองข้างมีความกระหายอยากแก้ตัวจากเกมกับแอตมาดริดเยอะมาก เกมนั้นพวกเขาถูกวิจารณ์ว่าทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน เกมนี้เราจึงเห็นทั้งสองคนวิ่งขึ้นลงทั้งเกม เติมเกมรุกอย่างเมามันมาก ทั้งสองคนช่วยกันจ่ายคีย์พาสให้เพื่อนได้ถึงคนละ 6 ครั้ง มากที่สุดในสนามคืนนี้

นอกจาก 3 ประตูของหงส์แดงที่มาจากการแอสซิสต์ของพวกเขาแล้ว (ร็อบโบ้ 1 อาร์โนล์ด 2) ทั้งสองยังหาจังหวะเติมเข้าไปยิงด้วยกันทั้งคู่ โดยร็อบโบ้มักจะฝากบอลไว้กับมาเน่แล้ววิ่งหุบเข้ากลางทะลุไปในกรอบเขตโทษบ่อยครั้ง ส่วนอาร์โนล์ดก็หุบเข้าเล่นตรงกลางแล้วหาจังหวะยิงไกลสวย ๆ ได้หลายครั้ง ในเกมนี้อาร์โนล์ดมีโอกาสยิงถึง 4 ครั้ง มากกว่ามาเน่ (3) และเป็นรองฟีร์มิโน่กับซาลาห์ (คนละ5)

ช่างเชื่อมอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ

การลงสนามมาของช่างเชื่อม ในช่วงที่ทีมต้องการประตู และต้องการเล่นเกมรุกเต็มสูบเป็นอะไรที่ช่วยทีมได้เยอะมาก อย่างน้อยเราเห็นเลยว่าเกมรุกเรามีความหนักหน่วงมากขึ้นในแดนกลาง การลากบอลพุ่งไปข้างหน้า พละกำลัง ความสดของเขาก็ช่วยหงส์ได้เยอะมาก

ที่สำคัญแม้จะไม่มีประตูหรือแอสซิตส์ แต่หากดูดี ๆ ประตูตีเสมอในครึ่งของหลังที่หงส์แดง มีจุดเริ่มต้นมาจากเขา เขาได้บอลทางขวาแล้ววางบอลยาวข้ามไปให้ร็อบโบ้ที่เติมทางทางซ้าย ก่อนที่จะแอสซิสต์ให้ซาลาห์ ส่วนอีกลูกที่น่าเสียดาย คือลูกที่เขาได้บอลตรงหัวกะโหลก ซึ่งเป็นพื้นที่ทำการของเขาในการยิงไกล แต่จังหวะนั้นเขาเลือกจ่ายบอลให้อาร์โนล์ดที่เติมมาในพื้นที่ได้เปรียบมากกว่า ก่อนที่อาร์โนล์ดจะเปิดบอลให้มาเน่ทำประตู ก่อนถูกจับเป็นลูกล้ำหน้า

ชัยชนะอันหอมหวาน

ชัยชนะนัดนี้ของลิเวอร์พูล ทำให้หงส์แดงเข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีกเข้าไปทุกที และนับถอยหลังอีกเพียง 4 เกมหากพวกเขายังชนะได้ต่อเนื่อง นอกจากนั้นชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้หงส์แดงมีสถิติชนะติดต่อกัน 18 เกมเทียบเท่ากับแมนซิตี้ที่เคยทำได้ในปี 2017-2018

นับตั้งแต่เสมอแมนยูมา 18 เกมหลังสุดลิเวอร์พูลชนะรวด มีเพียงเอฟเวอร์ตันกับเวสต์แฮมเท่านั้นที่สามารถยิงประตูหงส์แดงได้เกิน 1 ประตู ชัยชนะนัดนี้ยังทำให้หงส์แดงชนะเกมในบ้านติดต่อกันเป็นเกมที่ 21 ไม่แพ้ใครในบ้านเป็นเกมที่ 54 ติดต่อกัน ที่สำคัญตอนนี้ทำสถิติไร้พ่ายติดต่อกันไปที่ 44 เกมแล้ว เหลืออีกแค่ 6 เกมจะแซงอาร์เซน่อลได้สำเร็จ และนี่เป็นเกมที่ 5 ในลีกที่หงส์แดงโดนขึ้นนำก่อนแล้วไม่แพ้ เป็นการไล่ตีเสมอ 1 และพลิกแซงได้ถึง 4 เกม

ขาดเฮนโด้เกือบขาดใจ

พูดถึงความประทับใจกันมาแล้ว ผมอยากปิดท้ายด้วยการพูดถึงการที่ทีมเราขาดเฮนโด้ว่าส่งผลกระทบอย่างมาก หากได้ดูเกมเมื่อคืน กองกลางของเราขาดความสมดุลไปมาก เกอิตาไม่สามารถแบ่งเบาภาระของกัปตันได้เลย แน่นอนว่าเขาพยายามเต็มที่ในการลงมาซ้อน และคอยเชื่อมเกม แต่ต้องบอกว่าการซ้อนของเขาเน้นแค่ปิดพื้นที่ แต่ไม่มีลูกตื้อลูกไล่เบียด ไล่บี้เหมือนกัปตัน

ภาระหนักเลยตกมาอยู่ที่ฟาบินโญ่ และแน่นอนว่าเมื่อฟาบินโญ่ต้องรับงานหนักขึ้น แดนกลางของเราก็ดูรวนทันที ไม่เพียงเท่านั้นเกมรับทางฝั่งอาร์โนล์ดก็โดนเจาะบ่อย ๆ แผงกลางลิเวอร์พูลไม่มีใครคอยชะลอเกมสวนกลับของเวสต์แฮมได้เลย การเสียประตูที่ 2 เห็นได้ชัดว่าการขาดกัปตันทำให้อาร์โนล์ดเจองานหนัก เกอิตาที่มารองพื้นที่ ไม่สามารถสกรีนบอลได้เหมือนกัปตัน เรื่องของสรีระและพละกำลังก็มีส่วนด้วย เกอิตา ฟาบินโญ่ ยังไม่ใช่สายพละกำลัง สายบวก

อยากลงไปเล่นอะดิ กัปตัน

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงเกมแรกที่หงส์แดงขาดกัปตัน บางทีอาจต้องให้เวลากองกลางทีเหลือได้ซักซ้อมกันอีกหน่อย แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าคิดต่อว่าเกมต่อ ๆ ไป รวมถึงเกมที่จะเจอกับแอตฯ มาดริดในเลกที่2 คล็อปป์และลิเวอร์พูลจะหาแนวทางในการแก้ไขจุดนี้อย่างไร ไม่อย่างงั้นต้องบอกว่างานหนักแน่ ๆ