‘เชิงลึกลูกหนัง’ อะไรทำให้อาร์โนล์ดแตกต่างจากแบ๊กทั่วไปในเชิงคุณภาพ

หลังทำผลงานแจ่มแวว ด้วยการแอสซิตส์ไป 2 ลูกให้ไวนาดุมกับมาเน่ ช่วยให้หงส์แดงเปิดบ้านชนะเวสต์แฮมไป 3-2 เจ้าหนูอาร์โนล์ดก็ถูกพูดถึงอีกครั้ง เพราะเขาทำแอสซิสต์ในลีกไปแล้ว 12 ลูก เท่ากับที่เขาทำทั้งฤดูกาลก่อน ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของกองหลังที่แอสซิสต์เยอะที่สุดต่อฤดูกาลที่เขาเพิ่งทำลายไปหมาด ๆ นั่นหมายความว่ามีแนวโน้มที่เขาจะทำลายสถิตินี้ 2 ปีซ้อน ในอีก 11 เกมที่เหลือ

อะไรทำให้เด็กหนุ่มวัย 21 ปี กับ 140 วัน กลายเป็นนักเตะระดับโลกทั้งที่ขึ้นมาเล่นเป็นตัวหลักของทีมได้เพียง 2 ฤดูกาลเศษ อะไรทำให้เขาโดดเด่น และมีคุณภาพมากกว่าแบ๊กคนอื่น ๆ ในเจนเนเรชั่นเดียวกับเขา จนถึงขั้นได้ฉายาว่า เพลย์เมคเกอร์แห่งแบ๊กขวา วันนี้ผมจะมาวิเคราะห์หลากหลายองค์ประกอบที่สนับสนุนให้เจ้าหนูสะเกาเซอร์มีความแตกต่างเชิงคุณภาพมากกว่าแบ๊กคนอื่น ๆ ในโลกนี้

เคยเป็นกองกลาง

ครั้งหนึ่ง อันโตนิโอ คอนเต้ เคยโยกเอาโมเสส มาเล่นเป็นแบ๊กขวา จนเป็นกุนแจสำคัญในการพาเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสำเร็จ อาร์โนล์ดก็เช่นกัน ในการเล่นให้ชุดเยาวชนของทีมตั้งแต่เด็กจนถึง U-23 อาร์โนล์ด เล่นเป็นกองกลางตัวรุก โดยเฉพาะด้านขวามาตลอด เขามุ่งมั่นที่จะเดินรอยตามนักเตะในดวงใจของเขาอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ทำให้เขามีทักษะการจ่ายบอลที่เยี่ยมยอดเป็นทุนเดิม แต่ตัวเขาถูกดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่เมื่อปี 2016 ในตำแหน่งแบ๊กขวาจำเป็น เพราะไคลน์บาดเจ็บ ซึ่งผลงานแรก ๆ นั้นยังมีทั้งดีและแย่ปน ๆ กัน ๆ ไป แต่จุดเด่นของเขาเรื่องการเปิดบอล การยิงฟรีคิกเริ่มฉายแววมาเป็นระยะ

การควบบอลแดนกลาง

ตั้งแต่ทีมเสียคูตินโญ่ไป ทำให้แดนกลางของเราขาดตัวสร้างสรรค์เกมรุกไป แต่คล็อปป์ก็ปรับแผนการเล่นใหม่ ให้แบ๊กทั้งสองข้างเติมเกมด้านข้าง ปรับบทบาทของ 3 กองกลางให้เน้นคุมเกม สร้างสมดุล และคอย cover แบ๊กที่เติมเกม ทำให้บางครั้งกองหลังงจะมีแค่ 2 คน และมีกองกลางลงมาช่วยซ้อนอีก 1 คน เป็น 3 แต่แบ๊กสองคนลอยสูงเหมือนเล่นเป็นปีก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเล่นเกมรุกสวนกลับเร็วของลิเวอร์พูล

การที่เขาเคยเล่นกองกลางมาก่อน ทำให้เขามีทักษะของการสร้างสรรค์เกม ความเข้าใจและเชื่อมต่อกับนักเตะในตำแหน่งกองหน้าและกองกลางได้อย่างไหลลื่น บ่อยครั้งที่เราจะเห็นว่าเขาเองหุบเข้ามาเล่นตรงกลางสนามบ่อยมาก เห็นการลากบอลไปเหมือนกองกลาง มีลูกยิงไกลแถวสอง เล่นชิ่ง ทำเกมกับตัวรุก และยิ่งดูจากตำแหน่งเคลื่อนที่ในแต่ละเกมเราแทบจะพูดได้เลยว่าเขาเล่นเหมือนปีกมากกว่าแบ๊ก จึงไม่แปลกที่นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ชากิรี่ไม่คค่อยได้โอกาสลง (อันนี้ผมเดาเอง เพราะคิดว่าอาร์โนล์ดทำได้หมดเลย 555)

แย่งหน้าที่พี่หมดเลยน้อง

ไม่แปลกที่เจมี คาราเกอร์ อดีตกองหลังของลิเวอร์พูล จะเคยออกมาชื่นชมว่า ลิเวอร์พูลในตอนนี้เหมือนมีสตีเว่น เจอร์ราร์ดอยู่ที่แบ๊กขวา “เทรนท์เล่นเหมือนเป็นเพลย์เมกเกอร์มากกว่า มันเหมือนกับว่า จับเอาสตีวเว่น เจอร์ราร์ด ไปไว้ตรงนั้น ลิเวอร์พูลคือทีมที่ดีที่สุดในยุโรป และเพลย์เมกเกอร์คือแบ๊กขวา”

ได้ทั้งนิ่ง-ยาว-สั้น

อาร์โนล์ดเป็นนักเตะที่มีความฉลาดในการจ่ายบอล อาร์โนล์ดนอกจากจะแม่นยำแล้วหลายครั้งยังทำให้เพื่อนอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ การพลิกจากรับเป็นรุก การสวิชบอลข้ามไปให้เพื่อนที่ว่างอีกฝั่งของสนาม หรือการมีไหวพริบที่ดี อย่างเช่นการที่เขาเปิดเตะมุมเร็วให้โอริกี้ทำประตูชัยให้ลิเวอร์พูลในนัดที่เปิดบ้านชนะบาร์เซโลนาใน UCL จนผ่านเข้าไปชิงกับสเปอร์สได้ในที่สุด ก็เป็นจุดที่ยืนยันได้ว่าเขาคือนักเตะที่นอกจากจะผ่านบอลแม่นแล้วยังมีไหวพริบดีอีกด้วย

เขาเป็นนักเตะที่โยนบอลยาวได้แม่นยำเหมือนจับวาง สวิชบอลข้ามฝากให้เพื่อนได้แม่นยำ ซึ่งฤดูกาลนี้เราจะเห็นว่าเขาทำแบบนี้กับโรเบิร์ตสันบ่อยมาก ในนัดที่เจอกับแมนซิตี ที่เราชนะ 3-1 ประตูที่สองมาจากการสวิชบอลข้ามฝากของอาร์โนล์ดให้โรเบิร์ตสันวิ่งเติมเกมขึ้นไปเปิดให้ซาลาห์โหม่ง

นอกจากโยนบอลยาวแล้วเขายังเป็นผู้เล่นที่แทบจะรับสัมปทานลูกนิ่งทั้งเตะมุมและเตะฟรีคิก จากสถิติล่าสุดหลังเกมกับเวสต์แฮมเขากลายเป็นนักเตะที่สร้างโอกาสให้เพื่อนมากที่สุดในทีมถึง 73 ครั้ง มากกว่านักเตะกองหน้าอย่างซาลาห์ที่ทำได้ 44 ครั้ง มากกว่าแบ็กซ้ายอย่างโรเบิร์ตสันที่ทำได้ 42 ครั้ง

การสร้างโอกาสให้ทีมมากมายก็ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ทำแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกสูงสุดหากนับตั้งแต่ฤดูกาลก่อน คือทำไปแล้ว 24 แอสซิสต์ โดยมี แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และ เควิน เดอ บรอยน์ ตามมาห่าง ๆ ด้วยสถิติ 18 แอสซิสต์ และด้วยวัยวัย 21 ปี กับ 140 วัน ในเกมกับเวสต์แฮม เขากลายเป็นนักเตะที่ทำแอสซิสต์ครบ 25 ครั้ง ที่อายุน้อยเป็นอันดับสามของลีก เป็นรองเพียง เชส ฟาเบรกาส (20 ปี กับอีก 134 วัน) และ เวย์น รูนี่ย์ (21 ปี กับอีก 63 วัน) เท่านั้น

เราลองมาดู 2 ตัวอย่างการลูกนิ่งที่เขามีส่วนช่วยให้ทีมชนะในฤดูกาลนี้ ลูกแรกคือการยิงฟรีคิก ฤดูกาลนี้หงส์แดงเคยได้ประตูจากลูกฟรีคิก 1 จังหวะก็จริง แต่ฟรีคิก 2 จังหวะกับประตูขึ้นนำของลิเวอร์พูลตอนเจอกับเชลซีนัดแรกของอาร์โนล์ด ก็อาจจะจัดเป็นลูกฟรีคิกที่สวยงามครั้งหนึ่งของทีมในปีนี้เลย

ลูกนี้ก่อนยิงซาลาห์ อาร์โนล์ด เฮนเดอร์สัน ปรึกษากันก่อน เดิมทีเฮนเดอร์สันจะยิง แต่เขาเกรงว่ามันจะใกล้ไป อาร์โนล์ดจึงเสนอไอเดียว่าให้ซาลาห์เปลี่ยนจุดให้นิดนึง จะได้หลอกเกป้า และมีช่องมากขึ้น แถมยังมีมาติปเป็นตัววิ่งหลอกบังสายตาเกป้าด้วย

ในเกมเดียวกันกับประตูขึ้นนำ 2-0 เป็นฟรีคิกทางกรอบเขตโทษด้านซ้าย จากภาพใหญ่จะเห็นว่าเดิมทีอาร์โนล์ดจะเปิดเอง แต่สักพักเขาเรียกให้โรเบิร์ตสันเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อจะเล่นลูกสูตรเปลี่ยนจุด เพื่อให้นักเตะเชลซีไขว้เขว ซึ่งก็ได้ผลเพราะนักเตะเชลซีมัวพะวงกับการเตะเปลี่ยนจุดแล้ววิ่งอ้อมหลังมาเปิดของร๊อบโบ้ จนลืมประกบฟีร์มิโน่ และอย่าลืมนะครับ ทุกครั้งต้องมีคนรอเก็บตกเสาสอง

เพื่อนร่วมทีม

เหนือสิ่งอื่นใด นอกจากพรสวรร์และความสามารถส่วนตัวของอาร์โนล์ดแล้ว สิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่โดดเด่นด้วยวัยเพียงแค่นี้ก็คือการที่เขามีเพื่อนร่วมทีมที่ยอดเยี่ยมอยู่รอบ ๆ ตัวเขาด้วย ไม่ว่าจะเป็นเฮนเดอร์สันที่พร้อมจะลงมาช่วย Cover ตำแหน่งยามเขาเติมเกมสูง ลงมาช่วยเกมรับปิดจุดอ่อนเรื่องเกมรับของอาร์โนล์ดได้สนิท เราเห็นได้จากเกมล่าสุดที่เจอเวสต์แฮมเลยว่าการที่เขาไม่มีพี่ใหญ่อย่างเฮนโด้คอยประคองนั้นเหนื่อยขนาดไหน

นอกจากเฮนโด้ที่เป็นนักเตะที่ช่วยประคองเขาได้ทุกอย่างแล้ว ซาลาห์  มาเน่ ฟานไดจ์คก็ตัวจบบสกอร์จากลูกเปิดของเขาได้ดี ทั้งจากการครอส และการเปิดลูกนิ่งแต่ละครั้ง ร็อบโบ้ที่แม้ตำแหน่งการยืนจะคนละฟาก แต่เล่นได้อย่างเข้าขารู้ใจกัน พักหลังมีการสลับกันเล่นให้เห็นบ่อย การสวิชบอลข้ามไปมาอย่างแม่นยำ แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝึกซ้อมร่วมกันมามาก เหนือสิ่งอื่นใดก็โค้ชที่มอบความเชื่อมั่นให้เขาอย่างเต็มเปี่ยม