4 ความประทับใจหลังเกมลิเวอร์พูลเปิดบ้านชนะบอร์นมัธ 2-1

หลังจากฟอร์มตกแพ้ 3 จาก 4 นัดหลังสุด แถมก่อนแข่งยังมีข่าวร้ายเมื่ออลีสซง ผู้รักษาประตูมือหนึ่งชาวบลาซิลและโรเบิร์ตสันมีอาการบาดเจ็บลงไม่ได้ ทำให้ต้องส่งอาเดรียนและมิลเนอร์ลงแทน นอกจากนั้นรูปเกมยังโดนบอร์นมัธขึ้นนำก่อน 0-1 ตั้งแต่ 10 นาทีแรก แต่หงส์แดงชุดนี้ก็ไม่ทำให้แฟนบอลในแอนฟิลด์ผิดหวังด้วยการบุกกดดัน เล่นอย่างมุ่งมั่นจนยิงแซงบอร์นมัธได้ 2-1 ในครึ่งแรกจากซาลาห์และมาเน่ เก็บชัยชนะที่ 27 ของฤดูกาล และ 82 แต้ม เหลืออีกเพียง 9 คะแนนจะการันตีแชมป์ และนี่คือเรื่องประทับใจหลังเกมที่ผมเก็บตกมาฝาก

นักเตะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น

แม้ว่าเกมนี้เรายังเห็นข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของนักเตะอยู่บ้าง แต่สิ่งที่เราเห็นว่าทีมพัฒนาขึ้นจาก 2 เกมหลังสุดคือความมุ่งมั่นและแรงกระหายในชัยชนะ เกมนี้ลิเวอร์พูลบุกกดดันตั้งแต่เริ่มเกม แม้จะถูกยิงประตูนำก่อน 1 ลูกตั้งแต่นาทีที่ 9 แต่นักเตะยังเล่นด้วยความมุ่งมั่นเหมือนเดิม โดยเฉพาะเกมรุกที่เริ่มเข้าขากันอีกครั้ง เกมสวนกลับของเราทำได้ดีขึ้น

ส่วนตัวผมประทับใจความมุ่งมั่นของเราหลังจากที่เราโดนนำ และหลังจากที่เราตีเสมอได้ในครึ่งแรกมาก ที่นักเตะของเรามุ่งมั่นจะทำประตูเพิ่ม รู้เลยว่าพวกเขาต้องการสร้างความมั่นใจให้ตัวเองขนาดไหนและวิธีเดียวที่จะทำแบบนั้นได้คือพวกเขาต้องทำประตูเพิ่มให้มากขึ้น จนกระทั่งมาเน่ทำประตูขึ้นนำ 2-1 แล้ว นักเตะลิเวอร์พูลก็ยังเดินหน้าบุกต่อเนื่อง

สิ่งที่ผมกลัวคือในครึ่งหลัง นักเตะจะผ่อนเกม เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้มีจังหวะทำเกมขึ้นมา และนักเตะเราช่วงหลังยังไม่นิ่งพอจะคุมสถานการณ์ได้ การได้เห็นความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นในครึ่งหลัง ในฐานะคนดูจึงประทับใจมาก ช่วง 10 นาทีแรกของครึ่งหลังเราบุกกดดันได้ต่อเนื่อง ครองบอลได้มากกว่า 80 % แม้จะมีช่วงที่ผ่อนเกมจนเกือบโดนตีเสมอ แต่หลังจากนั้นเราก็ไม่ผ่อนเกมอีกเลย

นักเตะตัวหลักเรียกฟอร์มของตัวเองมาได้

สองเกมหลังสุดลิเวอร์พูลยิงตรงกรอบรวมกันแค่ 6 ครั้ง และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้เลย แต่เกมนี้แค่ครึ่งแรกเราสร้างโอกาสทำประตูไป 5 ครั้ง และเปลี่ยนเป็น 2 ประตู ทั้งซาลาห์และมาเน่แสดงให้เห็นการทำประตูที่เฉียบคมอีกครั้ง ส่วนฟีร์มิโน่ก็มีบทบาทมากขึ้นในการเชื่อมเกมรุก อาร์โนล์ดที่เล่นพลาดมาหลายเกม นัดนี้ก็ทำผลงานได้ดีขึ้น

แดนกลางอย่างแชมเบอเลนและไวนาดุมมีส่วนกับเกมรุกมากขึ้น ขับเคลื่อนเกมรุกสร้างสรรค์โอกาส ลงมาช่วยซ้อนเกมรับได้ดี รวมถึงวันนี้แดนกลางของเราเก็บจังหวะสองได้มากขึ้นซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เราทำไม่ค่อยได้มาหลายเกม ต้องชมฟาบินโญ่ที่นัดนี้เล่นได้นิ่งขึ้น ดักจับจังหวะสองได้หมด

อีกหนึ่งคนที่เป็นหัวใจของทีมวันนี้คือ ฟานไดจ์คที่กลับมาท๊อปฟอร์มอีกครั้ง เด่นทั้งเกมรับและเกมรุกมีส่วนร่วมกับประตูแซงขึ้นนำ ด้วยการเติมขึ้นมาดักบอลแดนกลางแล้วแอสซิสต์ให้มาเน่ นัดนี้เขาลงเป็นตัวจริงให้ทีมในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดที่ 80

คนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ จ่าเจมส์ของเรา ที่ลงเล่นพรีเมียร์ลีกนัดที่ 534 การมีเขาอยู่ในสนามทำให้ทีมเราดูแข็งแกร่งและดุดัน มีความเก๋ามากขึ้น การเล่นบอลง่าย และเน้นชัวร์ก็ทำให้ทีมเล่นง่าย มีการเติมเกมและเปิดลูกครอสได้เสียวหลายครั้ง ที่น่าประทับใจที่สุดก็คงเป็นจังหวะการช่วยสกัดบอลออกจากเส้น ช่วยให้ลิเวอร์พูลไม่โดนตีเสมอ

ซาลาห์สร้างสถิติใหม่

ซาลาห์ถือเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้ดีมากเวลาเจอกับบอร์นมัธ ตลอด 5 เกมที่ผ่านมาที่ซาลาห์มีโอกาสลงเล่นเจอกับอร์นมัธเขาทำประตูไป 7 ลูก แอสซิสต์อีก 1 ลูก  รวมกับ 1 ประตูที่เจ้าตัวทำได้ในเกมนี้ทำให้ซาลาห์ทำประตูบอร์นมัธไปแล้ว 8 ลูก และกลายเป็นนักเตะพรีเมียร์ลีกคนแรกที่ทำประตูทีมเดิมต่อเนื่องได้ถึง 6 ครั้งแบบ 100 % ซาลาห์ยังลงเล่นให้ลิเวอร์พูลในลีกครบ 100 เกม ทำไป 70 ประตู

โดยที่ผ่านมามีเพียงคริส วูด ของเบิร์นลีย์เท่านั้นที่สามารถทำประตูทีมเดิมได้ 5 ครั้งติดต่อกันคือการเจอกับเวสต์แฮม ไม่ใช่แค่ซาลาห์เท่านั้นที่มีสถิติดียามเจอบอร์นมัธ ทีมลิเวอร์พูลเองก็มีสถิติชนะบอร์นมัธมา 5 นัดติดต่อกัน โดยทำประตูไม่ต่ำกว่า 3 ประตู รวม 5 นัดยิงไป 17 ลูก และไม่เสียประตูเลยสักลูก หลังจบเกมนี้สถิติจึงเป็น 19-1

ในบ้านยังไร้เทียมทาน

แม้จะแพ้ 3 จาก 4 นัด แต่ล้วนเป็นการแพ้นอกบ้านทั้งสิ้น ลิเวอร์พูลยังเป็นทีมที่เล่นได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลในสนามตัวเอง ก่อนหน้านี้พวกเขาทำสถิติไม่แพ้ใครในแอนฟิลด์ต่อเนื่องกัน 54 เกม และเพิ่มเป็น 55 ในเกมนี้ นอกจากนั้นยังเดินหน้าคว้าชัยชนะในแอนฟิลด์ติดต่อกันเป็นเกมที่ 22 ติดต่อกัน นอกจากนั้นยังช่วยให้ลิเวอร์พูลมีโอกาสจะทำลายสถิติชนะเกมเหย้ามากที่สุด 18 เกม ได้ต่อไป