อัพเดทสถานการณ์โควิดที่ส่งกระทบต่อโลกฟุตบอลและลิเวอร์พูล

อย่างแรกที่พวกเราต้องรู้คือตอนนี้ไวรัส โควิด-19 ถูกยกระดับให้เป็น “การระบาดใหญ่ทั่วโลก” (Pandemic) โดยเฉพาะสถานการณ์ในยุโรป แค่เมื่อวานวันเดียวสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบที่ยากจะดาดเดาต่อโลกฟุตบอลและต้องประเมินกันชั่วโมงต่อชั่วโมง มีแถลงการณ์ ประกาศ ข่าวด่วน ออกมาอย่างต่อเนื่องจนตามแทบไม่ทัน

ผมเองตามอ่านข่าวทั้งวันทั้งคืนและเริ่มลงมือเขียนข่าวนี้ตอน 23.30 น. ของเมื่อวานและตั้งเวลาลงไว้เช้าวันนี้ (13-3-63) ดังนั้นแม้จะบอกว่าเป็นการอัพเดทแต่ก็ไม่ใช่อัพเดทล่าสุดอย่างแน่นอน เป็นเพียงการประมวลสิ่งที่เกิดขึ้นของเมื่อวานเท่านั้น

โดยผมจะแบ่งรายงานนี้ออกเป็น 4 ส่วนเพื่อให้ง่ายต่อการอ่านคือ 1) สถานการณ์โดยภาพรวมในโลกฟุตบอลเกิดอะไรขึ้นบ้าง 2) การประเมินและการแก้ไขที่ออกมาในแต่ละประเทศและแต่ละระดับมีอะไรบ้าง 3) สถานการณ์ในพรีเมียร์ลีกมีอะไรที่น่าจับตามองบ้าง รวมถึงการประเมินและการแก้ไขที่ออกมา และสุดท้าย 4) สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อลิเวอร์พูลอย่างไรบ้าง

ภาพรวมที่เกิดขึ้นในโลกฟุตบอล (ไม่รวมพรีเมียร์)

ก่อนหน้าเมื่อวานสถานการณ์ในลีกอิตาลีและสเปนเริ่มไม่สู้ดีแล้วเพราะโรม่า สโมสรจากอิตาลีไม่สามารถเดินทางไปเตะเกมยูโรปา ลีก กับเซบีย่าได้ เพราะสเปนออกมาตรการควบคุมการเข้าออกประเทศ โดยเฉพาะขาเข้าจากประเทศกลุ่มเสี่ยงอย่างอิตาลี เครื่องบินจากอิตาลี จึงไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจอดที่สเปน

ซ้าย รูกานี่ ขวา ติโม

ขณะที่ทีมในสเปนที่มีคิวจะไปเตะในอิตาลีอย่างเคตาเฟ่ก็ออกแถลงการณ์ว่าจะไม่บินไปเตะกับอินเตอร์ ที่มิลานแน่ เพราะไม่ต้องการเอาตัวเองไปเสี่ยงกับการเข้าไปอยู่ในศูนย์กลางการแพร่ระบาดโควิด-19 ในยุโรป ถึงขนาดว่าแม้จะต้องตกรอบก็ยินดี สุดท้ายยูฟ่าต้องออกประกาศให้เลื่อนเกมของทั้งสองคู่ออกไปก่อน

จากนั้นในช่วงเช้าตรู่ของบ้านเราก็เกิดข่าวใหญ่ เมื่อสโมสรยูเวนตุสออกแถลงว่า ดานิเอเล่ รูกานี่ กองหลังวัย 25 ปีได้ตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัส (ถือเป็นนักเตะเซเรีย อา คนแรกที่ติดเชื้อ) ต้องกักตัว ทำให้นักฟุตบอลและทีมงานของสโมสรต้องหยุดและกักกันตัวเองด้วย ยังรวมถึงนักเตะอินเตอร์ มิลาน ที่แข่งขันกับยูเวนตุสในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย

จากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมาก็มีการประกาศจากทางสโมสรเรอัล มาดริดว่า ต้องหยุดทำกิจกรรมทุกอย่างและกักตัวผู้เล่นรวมถึงสต๊าฟทั้งหมด เพราะมีนักบาสทีมเรอัล มาดริดที่ใช้สนามซ้อมร่วมกับทีมฟุตบอลติดเชื้อ

การประเมินและการแก้ไขที่ออกมา

จากสถานการณ์การที่กล่าวมาด้านบนซึ่งเกิดขึ้นภายในวันเดียว นั่นทำให้เกิดความปั่นป่วยทั่วยุโรป เพราะเพิ่งผ่านพ้นเกม UCL มามันจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดการแข่งขันฟุตบอล ทำให้หลายลีกต้องงัดมาตรการป้องกันต่าง ๆ ออกมาใช้

เริ่มที่อิตาลี กัลโช เซเรีย อา ประกาศหยุดแข่งไปจนถึงวันที่ 3 เมษายน และมีข่าวว่าทางสมาคมฟุตบอลอีตาลีกำลังถกกันถึงการแก้ไขปัญหานี้แบบจริงจัง ได้เคาะทางออก 3 ทางในการแก้ไขไว้คือ 1 จะไม่มีการมอบรางวัลใด ๆ ในฤดูกาลนี้ (โมฆะไปเลย) 2 ยึดเอาอันดับในตารางคะแนน ณ ตอนที่หยุดการแข่งขัน หรือ 3 เตะเพลย์ออฟระหว่างทีมแชมป์ และทีมที่จะตกรอบหรือเลื่อนขึ้นมา คือในอิตาลีไม่ใช่แค่ฟุตบอล แต่กีฬาทุกชนิดก็ต้องหยุดพักเหมือนกัน

ขณะที่ลีกเอิงเองก็ประกาศจะลงเล่นในสนามปิดไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน เพื่อรอดูสถานการณ์ ขณะที่สเปนได้ออกแถลงการณ์ให้มีการหยุดพักการแข่งขันไปก่อน 2 สัปดาห์ ทางฝั่งบุนเดสลีกา เยอรมัน ก็คล้ายกับอิตาลีคือ ฮันโนเวอร์ ได้ออกมาแถลงว่า ติโม ฮูเบอร์ส นักเตะของทีมติดเชื้อ จนถึงขั้น เดเอฟเบ และเหล่าผู้บริหาร 36 คนจากบุนเดสลีกา และลีกา สอง ต้องนัดพบกัน เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการ

ที่เป็นข่าวใหญ่ก็คือ ทางสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป ประกาศว่าจะมีการเรียกประชุมแบบวิดีโอ คอนเฟอเร้นซ์ กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในวันอังคารที่ 17 มีนาคมนี้ ทั้งตัวแทนจาก 55 สหพันธ์ฟุตบอลชาติสมาชิก, บอร์ดบริหารสมาคมสโมสรฟุตบอลยุโรป (ECA), ลีก, สหภาพนักเตะ (FIFPro) เพื่อกำหนดแนวทางร่วมกัน ทั้งเรื่องฟุตบอลลีกในประเทศ (ที่ต้องพักยก), ฟุตบอลสโมสรยุโรปทั้ง 2 ถ้วย และศึกยูโร 2020 (ที่ไม่น่าจะมีขึ้นตามกำหนดการเดิมได้แล้ว)

ดังนั้น 4 จาก 5 ลีกใหญ่ในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี สเปน ฝรั่งเศส เยอรมัน ต่างได้รับผลกระทบทั้งหมด โดย 2 จาก 4 มีการตรวจพบนักฟุตบอลที่ติดเชื้อนี้

สถานการณ์ในพรีเมียร์ลีก

ข้ามมาที่พรีเมียร์ลีก ลีกที่ยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงหรือจัง ๆ เหมือนลีกอื่น แต่ก็มีมาตรการออกมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วด้วยการไม่อนุญาตให้นักเตะและกรรมการจับมือกันก่อนเตะ ก่อนที่จะมาเปิดเคสกรณีของอาเซน่อลที่นักเตะและสต๊าฟจะต้องรอกักตัวให้ครบ 14 วันหลังมีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของสโมสรโอลิมเปียกอสที่ติดเชื้อตั้งแต่ฟุตบอลยูโรป้าเมื่อเกือบสองสัปดาห์ก่อน ทำให้ต้องเลื่อนเกมแข่งขันนัดตกค้างกับแมนซิตี้ออกไป แต่กรณีนักเตะอาร์เซน่อลคือยังไม่มีใครแสดงอาการ

กระแสผลกระทบที่เกิดขึ้นทั่วโลกภายในวันเดียว ทำให้ช่วงบ่าย ๆ The Times สื่อที่น่าเชื่อถือได้ลงข่าวว่ารัฐบาลอังกฤษเตรียมออกมาตรการป้องกันในประเทศอังกฤษด้วยการกำหนดให้พรีเมียร์ลีกเตะกันแบบปิดสนามไม่ให้มีแฟนบอลเข้าชม รวมถึงไม่อนุญาตให้มีการเปิดเกมการแข่งขันในผับ

จากนั้นดูเหมือนสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงในช่วงหัวค่ำ  เบรนดัน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ออกมาแถลงข่าวยอมรับว่ามีผู้เล่นเลสเตอร์ ซิตี้ 3 คน กำลังอยู่ในขั้นกักตัวหลังแสดงอาการคล้ายติดเชื้อโควิด-19 จึงถูกกันออกจากทีม แต่ไม่กี่อึดใจ แหล่งข่าวจากสโมสรก็ออกมายืนยันว่า ทีมแพทย์ได้เช็คอาการนักเตะ 3 รายดังกล่าวที่มีอาการป่วยแล้วพบว่า เป็นเพียงอาการไม่สบาย และเจ็บคอเท่านั้น ซึ่งล่าสุด ได้ให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านเรียบร้อย

โดยสรุปสถานการณ์ในลีกอังกฤษที่สำคัญคือ “ยังไม่มีรายการการพบนักฟุตบอลหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโลกฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกที่ติดเชื้อ” และมาตรการตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนหรือมีอะไรเพิ่มเติมจากการจะให้แข่งแบบปิด แต่มีรายงานว่าหลายสโมสรได้ยุติการซ้อมไปก่อนเพื่อรอดูท่าทีและประกาศจากเอฟเอฯ อีกที

ผลกระทบต่อลิเวอร์พูล

ก่อนอื่นเราก็ต้องยอมรับร่วมกันก่อนว่าสถานการณ์ตอนนี้มันลุกลามไปทั่วโลก และส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ไม่ใช่ปัญหาของลิเวอร์พูลหรือพรีเมียร์ลีกเท่านั้น สถานการณ์มันไม่นิ่ง ไม่มีอะไรแน่นอน สำหรับลีกพรีเมียร์ลีก แต่ขั้นตอนต่าง ๆ จะเป็นไปจากมาตรการเบาไปหาหนักตามแต่สถานการณ์ สิ่งที่จะเป็นตัวแปรสำคัญคือ หากมีนักฟุตบอลในลีกอังกฤษถูกตรวจพบว่าติดเชื้อจริง มาตรการเร่งด่วนก็จะต้องออกมา

ภาพแฟนบอลเข้าชมเกมลิเวอร์พูล

ตอนนี้มาตรการที่เป็นทางการมากที่สุดก็คือหากยังไมพบนักเตะป่วยหรือสถานการณ์การแพร่ไวรัสในอังกฤษยังไม่ได้มากเหมือนกับอิตาลี สเปน การแข่งขันในสนามปิดก็จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แน่นอนว่าหากมีนักฟุตบอลติดเชื้อหรือสถานการณ์ในประเทศแย่ลงการพัก หรือยุดพักไว้ก่อนก็จะเป็นมาตรการต่อไป

ประเด็นที่จะต้องถกเถียงกันต่อไปก็คือ จะต้องพักนานเท่าไหร่ และหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหานั้นมีหลากหลายเหลือเกิน ตามแต่สถานการณ์ในตอนนั้นด้วย อาจออกมาในรูปแบบข้อเสนอ 3 ข้อของกัลโช่ หรือเอฟเอเองอาจจะมีแนวทางแก้ปัญหาที่แตกต่างก็เป็นได้ แต่แน่นอนว่าแนวทางเหล่านั้นจะต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

สำหรับสโมสรลิเวอร์พูลนั้น แม้จะเข้าใกล้แชมป์อย่างเป็นทางการเข้าไปทุกที โดยขอเพียงแค่ 6 แต้ม ก็จะการันตีแชมป์แรกในรอบ 30 ปีของพวกเขาได้แล้ว แต่ในสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้ มันจึงไม่แน่นอนว่ามันจะจบลงแบบไหน แต่ในฐานะนักเตะ แฟนบอล ไม่ว่ามันจะออกมาแนวทางไหนเราก็คงต้องยอมรับมันให้ได้

ผมชอบคำให้สัมภาษณ์ของคล็อปป์ก่อนเกมลีกกับบอร์นมัธและก่อนเกม UCL กับตราหมีคล็อปป์ ที่โดนถามประเด็นนี้ทั้งสองครั้ง ซึ่งคล็อปป์ให้คำตอบไว้ดีมากว่า ตัวเขาเองไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ คำตอบของเขาจึงไม่สำคัญอะไร เขามีหน้าที่พานักเตะลงเล่น และเขาพร้อมจะเคารพทุกการตัดสินใจของพรีเมียร์ลีก

สิ่งที่นักเตะลิเวอร์พูลและสโมสรทำได้ตอนนี้คือต้องเร่งเก็บชัยชนะให้ได้ในเกมที่จะมาถึง โฟกัสแค่นั้น แฟนบอลอย่างเราก็ทำได้แค่ภาวนา ให้กำลังใจทีมในทุกสถานการณ์ ครั้งหนึ่งกัปตันเฮนโด้เคยพูดว่า ฟุตบอลนั้นสำคัญก็จริง แต่ชีวิตคนเรายังมีอะไรที่สำคัญอีกหลายอย่าง ดังนั้นตอนนี้เรื่องสุขภาพของเราเอง ของคนทั้งโลก จึงสำคัญกว่าการคว้าแชมป์ของลิเวอร์พูลไปแล้ว ผมเชื่อว่าทั้งแฟนบอล นักเตะ และทุกคนหากต้องเลือกระหว่างโลกปลอดภัยจากไวรัสกับแชมป์ของลิเวอร์พูล ทุกคนก็คงเลือกให้โลกเราปลอดภัยน่าอยู่ เช่นกัน