รัฐบาลยื่นข้อเสนอหากกลับมาเตะ, คราเวียตส์เล่าถึงคล็อปป์อย่างฮา,หงส์เกือบคว้าบาติสตูตา

รัฐบาลไฟเขียวพรีเมียร์ลีกกลับมาเตะได้ พร้อมยื่นเงื่อนไขแลก

หลังจากที่มีการประชุมหารือกันระหว่างตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและ 3 องค์กรที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปแล้วว่า รัฐบาลไฟเขียวให้พรีเมียร์ลีกกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งได้ โอลิเวอร์ ดาวเด้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล, วัฒนธรรม และกีฬาได้แถลงหลังการประชุมเสร็จว่า

“เราทุกคนต่างเห็นด้วยที่จะให้เป็นไปตามนั้น ภายใต้ความปลอดภัย เรื่องสุขภาพ และสวัสดิภาพของผู้เล่น, โค้ช และทีมงานทุกคน ตอนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานของฟุตบอลว่าจะตอบตกลงและสรุปรายละเอียดต่างๆ ตามแผนที่เป็นผลดีโดยรวมต่อทั้งแฟนบอล, วงการฟุตบอล และประเทศชาติหรือไม่ ทางรัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ต่างพร้อมที่จะให้คำแนะนำและสนับสนุนเกมฟุตบอลต่อไปเรื่อยๆ”

อย่างไรก็ตาม หากพรีเมียร์ลีกสามารถกลับมาแข่งได้อีกครั้ง ทางรัฐบาลได้เสนอเงื่อนไขให้ทางพรีเมียร์ลีกดำเนินการ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อแฟนบอลและวงการฟุตบอลภายในประเทศด้วย โดยนายดาวเด้น ได้พูดถึงข้อเสนอดังกล่าวว่า

“รัฐบาลได้เปิดประตูให้เกมฟุตบอลกลับมาแข่งขันได้อย่างปลอดภัยในเดือนมิถุนายน ภายใต้การเข้าถึงของแฟนบอลในวงกว้างผ่านการถ่ายทอดสด นอกจากนั้นยังจะมีการแบ่งรายได้จากการกลับมาแข่งขัน เพื่อให้การสนับสนุนครอบครัวฟุตบอลทุกระดับ” ทั้งนี้หากทุกอย่างเป็นได้ด้วยดี เชื่อว่าพรีเมียร์ลีกจะกลับมาเตะได้หลังวันที่ 12 มิถุนายนนี้

ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องการกลับมาแข่งใหม่แล้ว ขออัพเดทความเคลื่อนไหวของการแก้ไขปัญหาเรื่องสัญญานักเตะหลายคนที่กำลังจะหมดลงตอนสิ้นเดือนมิถุนายน ซึ่งล่าสุด พรีเมียร์ลีกก็ได้ข้อสรุปแล้ว คือสโมสรทุกสโมสรสามารถขยายสัญญานักเตะออกไปจนจบฤดูกาลนี้ได้ แต่ต้องมีการเห็นชอบทั้งสองฝ่ายทั้งตัวนักเตะเองและสโมสร

“นักเตะสามารถขยายสัญญาของพวกเขาไปจนจบฤดูกาลนี้ แต่มันต้องเป็นที่ยินยอมของทั้งสองฝ่าย” ริชาร์ด มาสเตอร์ ประธานบริหารพรีเมียร์ลีก กล่าว

ปีเตอร์ คราเวียตส์ เล่าถึงการทำงานของเขาและการพบกับคล็อปป์ทั้งสองครั้ง

ปีเตอร์ คราเวียตส์ ถือเป็นหนึ่งในทีมงานคุณภาพของคล็อปป์ เขามีหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์แผนการเล่นในแต่ละเกม ล่าสุดเขาออกมาให้สัมภาษณ์กับทางเว็บไซด์ทางการของลิเวอร์พูลถึงการทำงานของตัวเอง และแน่นอนว่าเขาได้พูดถึงคล็อปป์ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาได้พบกับคล็อปป์ 2 ครั้ง

ครั้งแรกคือการที่เขาได้มาทำงานกับสโมรสรไมนซ์ 05 ซึ่งตอนนั้นเขาเพิ่งจะอายุได้ 16-17 ปี และเพิ่งเรียนจบ การได้มาทำงานที่ไมนซ์ทำให้เขาได้พบกับคล็อปป์

“ผู้จัดการทีมไมนซ์ในขณะนั้น กำลังต้องการนักเรียนบางคน ที่สามารถสนับสนุนการทำงานของพวกเขา และนั่นก้าวที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผมคือ เราทำการวิเคราะห์ข้อมูลและพยายามจะช่วยนิด ๆ หน่อย ๆ ในการพัฒนาทีม ตอนนั้นทีมกำลังมีปัญา พวกเขาอยู่อันดับท้ายตาราง พวกเขามีกองหลังฝั่งขวาที่มีปัญหาหนัก ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกนักเตะคนนั้นจะชื่อ เจเก้น คล็อปป์นะ”

นอกจากนั้น ปีเตอร์ก็ยังได้เผยถึงวินาทีที่คล็อปป์โทรชวนเขามาทำงานด้วยที่ลิเวอร์พูลว่า “ผมไม่ได้กระโดดโลดเต้นลงจากโซฟาและพูดว่า ‘ตกลงกระเป๋าเดินทางของผมอยู่ที่ไหน ไปกันเถอะ ไปกัน’ แต่ผมใช้เวลาคิดนานเช่นกัน ผมต้องบอกภรรยาของผมด้วย”

“แต่หลังจากตกผลึก มันก็ชัดเจน ลิเวอร์พูล, สโมสรใหญ่, อังกฤษ และพรีเมียร์ลีก, ความท้าทายครั้งใหญ่ เขา(คล็อปป์)เป่าหูผมได้อย่างรวดเร็ว”

อาเดรียนพร้อมรบ ไม่กลัวการกลับมาแข่งอีกรอบ

ทันทีที่พรีเมียร์ลีกประกาศว่าจะมีการกลับมาเตะกันต่อ มีนักเตะจำนวนมากมายที่ไม่มั่นใจและกังวลเรื่องความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว สวนทางกับอาเดรียน ผู้รักษาประตูมือสอง ครองมาแล้ว 2 แชมป์ ได้เปิดเผยความรู้สึกของเขากับการกลับมาแข่งใหม่ว่า

“พวกเราไม่มีความกลัวใดๆ เลย แม้เราจะรู้ว่ามันมีความเสี่ยงก็ตาม เราให้ความเคารพต่อความเห็นที่แตกต่าง แต่เราก็มีหน้าที่ที่ต้องทำ สถานการณ์มันค่อนข้างรุนแรง แต่เราก็เป็นมืออาชีพ เรากำลังซ้อมกันอีกครั้งที่ เมลวู้ด เราเป็นนักฟุตบอล และก็อยากทำงานกันอีกครั้ง แต่แน่นอนว่าต้องเป็นในสภาพที่มันมีความเสี่ยงน้อยที่สุดด้วย”

“อาทิตย์นี้มันจะมีการประชุมที่สำคัญ ๆ หลายเรื่อง ยังต้องมีการประชุมของบรรดากัปตันทีม, ผู้จัดการทีม และโค้ชของ พรีเมียร์ลีกอีก พวกเขาอนุญาตให้เราเริ่มซ้อมกันแบบกลุ่มเล็กๆ อีกครั้งในวันจันทร์หน้า และมีการคาดกันว่าลีกจะเริ่มกลับมาเตะกันได้ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน แต่ตอนนี้สถานการณ์ที่นี่ยังค่อนข้างน่าเป็นห่วงอยู่ ดังนั้น คุณต้องจัดการกับจำนวนคนที่เสียชีวิตให้ได้เสียก่อน”

อาเดรียนออกมาโชว์ฟิตเต็มร้อยขนาดนี้ กะจะทำคะแนนแย่งตัวจริงกับอลีสซงตั้งแต่นัดแรกเลยหรือเปล่าน้า

รอย อีแวนส์ เผยครั้งหนึ่งหงส์เคยเกือบคว้ากาเบรียล บาติสตูต้า

เว็บไซด์ทางการของลิเวอร์พูลทำสกูปพิเศษ เป็นการเล่าขุดเรื่องในอดีตมาเล่ากันให้ฟังอีกครั้ง และสัมภาษณ์แรกคือการสัมภาษณ์รอย อีแวนส์ อดีตผู้จัดการทีมหงส์แดงในช่วงทศวรรษ 1990 ส่วนหนึ่งของการพูดคุย อีแวนส์ ได้เผยว่า เขาพยายามจะคว้าตัว บาติโกล หรือ กาเบรียล บาติสตูตา สุดยอดตำนานกองหน้าของโลกอีก 1 คน เพื่อมาเล่นคู่กับร็อบบี ฟาวเลอร์

“รามีความสนใจในตัวเขา มีการพูดคุยกันบางอย่างระหว่างลิเวอร์พูลกับต้นสังกัดของเขา และตัวเขาก็สนใจนะ แต่น่าเสียดายที่มันไม่เคยเกิดขึ้น เรื่องของเรื่องคือคุณได้ทำการทาบทามไป แต่มันไม่ได้ไปไกลกว่านั้น ซึ่งผมแน่ใจว่าเขาจะสร้างสิ่งที่ดีให้กับเรา ถ้าเราคว้าตัวเขามาได้”

คล็อปป์แซวเนวิลล์ เจอกันมานาน เพิ่งรู้จักตัวตนที่แท้จริง

จะบอกว่าเป็นหยิกแกมหยอกก็ไม่เชิง เพราะคล็อปป์ได้พูดถึงแกรี่ เนวิลล์ อดีตแบ็กขวาของแมนยูฯ ว่าเป็นสิ่งเดียวที่เขาได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากการจัดรายการวิจารณ์ลูกหนังของเนวิลล์

คล็อปป์พูดเรื่องนี้ผ่าน บีบีซีว่า “ผมไม่ได้เรียนรู้อะไรมากนักในช่วงล็อกดาวน์ ยกเว้น แกรี่ เนวิลล์ เขามีความเห็นไปทุกๆ เรื่อง มันไม่น่าเชื่อจริงๆ” จากนั้นเนวิลล์ก็แชร์ข่าวนี้พร้อมแค๊บชั่นว่า “ดีใจจริง ๆ เขาฟังผมด้วย” สร้างรอยยิ้มมุมปากกันไปหนึ่งตับ

สโคลส์ยกย่องเจอร์ราร์ด-แลมพาร์ดเก่งกว่าตน

ยุคหนึ่งอังกฤษมีกองกลางขั้นเทพอยู่รวมกันถึง 3 คน คือ สโคลส์ เจอร์ราร์ด และแลมพาร์ด แม้ทั้งสามคนจะโชว์ฟอร์มได้ดีกับต้นสังกัด แต่ยามต้องลงรับใช้ทีมชาติมักจะทำผลงานได้ไม่ดีอย่างที่แฟนบอลคาดหมาย ทุกครั้งที่มีการส่งนักเตะอีกคนลง ก็จะมีเสียงวิจารณ์จารณ์และเปรียบเทียบว่านักเตะอีกคนดีกว่า

อย่างไรก็ตาม สโคลส์ได้ไปออกรายการพอสแคสต์ของบ็อบบี้ ซาเวจ และโดนถามว่าระหว่างเขา เจอร์ราร์ด และแลมพาร์ดใครเป็นคนที่เก่งกว่ากัน ซึ่งสโคลส์ได้พูดไว้อย่างน่าสนใจว่า “ สตีวี่ จี กับ แฟร้งค์ เก่งกว่าผมแน่นอน”

“แต่เอาตามตรงนะ ผมโคตรเบื่อกับการต้องได้ยินเรื่องพวกนี้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย ทั้งคู่ต่างก็เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีสไตล์ที่แตกต่างกัน” สโคลส์อธิบายการเล่นที่แตกต่างของเจอร์ราร์ดและแลมพาร์ดต่อว่า

“แฟร้งค์ เล่นในตำแหน่งนั้นได้ดีมากๆ เขาอยู่กับทีมที่ช่วยทำให้เขาสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการ มาเกเลเล่ ช่วยทำให้เขาสามารถทำเรื่องต่างๆ ได้ตามสบาย เขาอาจจะเป็นกองกลางจอมทำประตูที่เก่งที่สุดตลอดกาล (ของอังกฤษ) ด้วยซ้ำ”

“ขณะที่ สตีเว่น สามารถทำทุกอย่างในสนามได้ เขาเร็ว, แข็งแกร่ง, มีร่างกายที่สุดยอด, สามารถทำประตูได้ และช่วยสร้างโอกาสทำประตูได้เช่นกัน เกมรับอาจจะไม่ใช่หนึ่งในจุดเด่นของเขา แต่ผมคิดว่าเราทั้ง 3 คนก็เล่นเกมรับกันได้ไม่ดีเท่าไหร่พอๆ กันอยู่แล้ว”