เก็บตกหงส์ซ้อมวันแรก,มาเน่เด็กมีปม,ร็อดเจอร์โต้นักข่าวเรื่องเจอร์ราร์ด

เก็บตก 3 ประเด็นหงส์แดงซ้อมแบบกลุ่มวันแรก

หลังจากวันจันทร์ที่ผ่านมาพรีเมียร์ลีกได้แถลงการณ์อนุญาตให้สโมสรฟุตบอลสามารถกลับมาซ้อมแบบกลุ่มได้แล้ว ลิเวอร์พูลก็กลับมาซ้อมแบบกลุ่มทันที ผมสรุปประเด็นที่เห็นจากการกลับมาซ้อมครั้งนี้มาให้อ่านกัน

ประเด็นแรกคือ นักเตะหงส์แดงที่มาซ้อมวันนี้ ทุ่มเทเต็มร้อย โดยทาง เจมส์ เพียซ นักข่าวสายวงในของหงส์แดงได้รายงานว่าไม่มีผู้เล่นลิเวอร์พูลรายไหนเลย ที่ไม่แสดงความกระหายที่จะกลับมาลงสนามเพื่อแข่งขันส่วนที่เหลือของฤดูกาล ทุกคนอยากกลับมาซ้อมและแข่งโดยเร็วที่สุด ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ อย่างไวนาดุม ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า

“ผมตั้งตารอมานาน เพราะคุณก็รู้ว่าพวกเราทุกคนรักฟุตบอล พวกเรารักที่จะเล่นฟุตบอล ดังนั้นพวกเราต้องการเล่นให้ได้มากเท่าที่จะทำได้ ตลอดช่วงสองเดือนพวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย พวกเราจึงมีความสุขมากที่สามารถกลับมาเริ่มอีกครั้ง”

ประเด็นที่สองคือ เรื่องความปลอดภัย แม้จะเป็นการกลับมาซ้อมแบบกลุ่มวันแรกแต่ลิเวอร์พูลก็ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของผู้เล่นเป็นหลัก ตามข้อกำหนดของพรีเมียร์ลีกที่ยังต้องรักษาระยะห่างทางสังคม โดยยังไม่อนุญาตให้มีการฝึกซ้อมแบบสัมผัสตัว สโมสรหงส์แดงเองก็แสดงความจริงใจด้วยการไม่มีการบังคับใดๆ หากนักเตะคนไหนไม่ต้องการลงเล่นเพราะห่วงความปลอดภัย แต่ก็ไม่มีใครที่ไม่มานะ

คล็อปป์เองก็พูดถึงประเด็นเรื่องการซ้อมโดยไม่ปะทะกันว่าต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์พอสมควร “เราเล่นแบบจ่ายบอลแล้วพลิกตัว เพราะไม่มีการอนุญาตให้เข้าปะทะกันได้ ซึ่งการปะทะกันมันเป็นกิจกรรมส่วนใหญ่ของเกม แต่มันจะไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ เราต้องมีความคิดสร้างสรรค์ เราจะต้องสร้างสรรค์”

ประเด็นที่สาม ความรู้สึกในแง่บวกของคล็อปป์หลังกลับมาซ้อมได้ คล็อปป์ให้สัสมภาษณ์กับเว็บทางการของสโมสรถึงความรู้สึกหลังกลับมาซ้อมว่า “มันเป็นเช้าที่เริ่มต้นได้ดีทีเดียว, ผมตื่นเช้ากว่าปกติ หลังจากนั้นก็พบว่ามันเป็นวันแรกของผม มันรู้สึกเหมือนวันแรกที่คุณเข้าโรงเรียน สำหรับผมมันก็ 46 ปีมาแล้ว มันคล้ายกันเลย ผมแต่งชุดยูนิฟอร์ม ขับรถไปเมล์วู้ด และโคตรดีใจที่เห็นเด็ก ๆ”

วานยามาเผยปมของมาเน่สมัยอยู่นักบุญ

แม้ภายนอกจะมีบุคลิกที่ดูเป็นคนแข็งแกร่ง มีความมั่นใจ และออกจะเฮฮานิด ๆ สำหรับ ซาดิโอ มาเน่ แต่ภายในใจเขาค่อนข้างเป็นคนอ่อนไหวกับความสัมพันธ์ของเขาและเพื่อน ๆ ในสนามมาก เราคงเคยเห็นจังหวะที่มาเน่สติหลุดโวยวายซาลาห์มาแล้วเมื่อปีก่อน เหตุเพราะเขารู้สึกว่าซาลาห์ไม่ยอมส่งบอลให้เขา นั่นเป็นครั้งแรกที่แฟนบอลหงส์แดงเห็นมาเน่แสดงความอ่อนไหวออกมา

แต่ที่จริงแล้วว่ากันว่ามาเน่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ย้ายมาเล่นกับนักบุญแล้ว เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจากปากของวิคเตอร์ วานยามา อดีตเพื่อนร่วมทีมของมาเน่สมัยเล่นให้นักบุญที่มีเมาริชิโอ โปเช็ตติโน่เป็นนายใหญ่ วานยามาเล่าให้สัมภาษณ์กับทีวีช่อง Madgoat ถึงมาเน่ว่า “พวกเราเป็นเหมือนลูกภายใต้พ่อคนเดียวกันคือโปเช็ตติโน แต่ผมกับมาเน่เราเป็นเหมือนพี่น้องร่วมสายเลือด”

“วันหนึ่ง, มาเน่เข้ามาหาผมและพูดกับผมว่า ‘ นี่ เพื่อน, นักเตะเหล่านี้ไม่ต้องการส่งบอลมาให้ฉันเลย พวกเราเล่นกันเองสองคนดีกว่าไหม พวกเขาไม่อยากให้ฉันทำประตูได้’ ผมจำใจเห็นด้วยกับเขา และทุกครั้งที่ผมได้บอล ผมก็มักจะส่งบอลไปที่เขาเสมอ ผมอยากปฏิบัติต่อเขาอย่างถูกต้อง เพราะเขาเป็นคนดี และน่ารัก”

แม้จะมองดูว่ามาเน่แอบเป็นคนขี้น้อยใจ แต่นั่นไม่ใช่เพราะว่าเขาเห็นแก่ตัวอะไรหรอกครับ ผมว่าเขาอยากได้รับความรัก ความเชื่อใจและความสนิทใจจากเพื่อนร่วมทีมมากกว่า และที่ลิเวอร์พูลหากไม่นับจังหวะหัวร้อนนั้น เขาและเพื่อนร่วมทีมหงส์แดงก็ค่อนข้างสนิทกันดีมาก ๆ

วิบากกรรมพรีเมียร์ลีก

แม้จะได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลให้เดินหน้าแข่งต่อได้เต็มที่ รวมถึงสโมสรส่วนใหญ่ก็เห็นพ้องกันว่าควรกลับมาแข่งให้จบ แต่ก็ยังไม่วายมีเรื่องให้ปวดหัวและต้องเร่งจัดการอีก เพราะล่าสุดพรีเมียร์ลีกมีการสุ่มตรวจนักเตะและเจ้าหน้าที่รวมจำนวน 748 คน แล้วพบผู้ติดเชื้อถึง 6 คน จากสามสโมสร ซึ่งแน่นอนว่าทั้ง 6 คนต้องถูกกักตัว รวมถึงคนใกล้ชิดที่มีโอกาสเสี่ยงก็ต้องกักตัวดูอาการไปด้วย

การกลับมาแข่งอีกครั้งมีทั้งกระแสที่คนตอบรับ แต่แน่นอนว่าก็ต้องมีเสียงของฝั่งที่ไม่เห็นด้วย ล่าสุดแดนี่ โรส กองหลังนิวคาสเซิลที่ถูกยืมตัวมาจากสเปอร์ส ก็ออกโรงตำหนิพรีเมียร์ลีกแบบค่อยข้างรุนแรงในรายการพอดแคสต์ว่า มองนักเตะเป็นเหมือนหนูทดลอง

“ผู้คนแนะนำให้เรากลับมาแข่งอีกครั้ง ผมนึกภาพได้เลยว่า คนทางบ้านจะพูดว่า ดีแล้ว พวกเขาได้เงินเดือนมากขนาดนั้น พวกเขาควรกลับไปเล่นฟุตบอล ในความเห็นของผม ผมว่ามันไม่คุ้มค่ากับความยุ่งยากที่ผมอาจต้องเอาสุขภาพของตัวเองไปเสี่ยงเพื่อสร้างความบันเทิงให้ผู้คน”

“มันอาจฟังดูเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ผมจะไม่พูดโกหก รัฐบาลอยากให้ฟุตบอลกลับมาเล่นอีกครั้งเพื่อขวัญกำลังใจของคนทั้งชาติ ผมไม่สนใจเรื่องไร้สาระพวกนั้นหรอก ผู้คนกำลังชีวิตอยู่บนความเสี่ยง ฟุตบอลก็ไม่ควรพูดอะไรเกี่ยวกับการกลับมาเล่น จนกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด”

หลังจากโรสออกมาสวดยับแบบไม่ไว้หน้าพระอินทร์ พระพรหม แบบนั้น สตีฟ บรูซ ผู้จัดการทีมนิวคาสเซิล ถึงกับต้องออกมาเตือนโรส เพื่อขอให้รดความรุนแรงของภาษาหน่อย ถ้าจะแสดงความคิดเห็นอะไรสู่สาธารณะ และไม่ใช่แค่โรสนะครับ นักเตะจำนวนหนึ่ง เช่น แทมมี่ อับราฮัมของเชลซี และทรอย ดีนี่ กับตันทีมวัตฟอร์ด ก็ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับการตัดสินใจของพรีเมียร์ลีกในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน (แต่ไม่ได้ด่ายับ)

เรื่องความปลอดภัยและความรู้สึกของนักเตะ ไม่มีใครผิดใครถูกนะครับ เพราะแต่ละคนเงื่อนไขการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน ฉะนั้นผมฝั่งที่อยากให้กลับมาเตะก็ไม่ควรไปตำหนิหรือด่าทอนักเตะเลย แค่ลองนึกว่าเรากำลังอยู่ในประเทศที่คนติดเชื้อนี้เกือบสามแสน ตายไปสามหมื่นกว่า และมีคนติด คนตายเพิ่มทุกวัน ผมว่าเราก็พอจะเข้าใจพวกเขาได้อยู่

ส่วนคนที่ยืนยันว่าจะกลับมาแข่งให้จบ ผมว่าเราก็ต้องให้กำลังใจและอวยพรให้ทุกอย่างราบรื่น เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักเตะ เพราะจะช่วยให้นักเตะที่ยังไม่มั่นใจได้เกิดความมั่นใจขึ้นนั่นเอง

ร็อดเจอร์โต้นักข่าวปมเจอร์ราร์ดย้าย

ร็อดเจอร์ กับการที่เจอร์ราร์ดย้ายทีม มักจะเป็นเหมือนเรื่องราโชมอนคือเรื่องเดียวกันแต่เล่าจากหลายมุม และมุมที่แฟนบอลรวมถึงนักข่าวทั่วไปสนใจคือ ร็อดเจอร์ เป็นตัวการ หรือสาเหตุที่ทำให้เจอร์ราร์ดต้องย้ายออกจากสโมสรหรือไม่ ล่าสุด ริชาร์ด คียส์ นักข่าวชื่อดังในอังกฤษ ให้สัมภาษณ์ทำนองว่า “ร็อดเจอร์ อยากให้เจอร์ราร์ดย้ายออกจากทีมต่อจากคาราเกอร์ที่เลิกเล่น เพราะเขาจะได้คุมทีมแต่เพียงผู้เดียว”

ปกติร็อดเจอร์เองก็ไม่ค่อยออกมาโต้แย้งอะไรเมื่อมีคนพูดเรื่องพวกนี้ แต่คราวนี้อาจด้วยว่านักข่าวที่ออกมาพูดค่อนข้างพอมีชื่ออยู่ หรือช่วงนี้ว่างหรือเปล่าก็ไม่รู้ ร็อจเจอร์เลยออกมาโต้แย้ง โดยเขาบอกว่า

“มันก็มักจะมีเรื่องเล่าแบบนี้เสมอแหละ, แต่ผมจะบอกอะไรให้นะ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุด ตลอดเวลาที่ผมคุมทีมลิเวอร์พูล โดยเฉพาะช่วง 1-2 ปีแรก และแม้เขาจะเข้าสู่ช่วงบั้นปลายอาชีพ เขาก็ยังเป็นนักเตะชั้นยอดอยู่”

“ดังนั้น แม้คุณจะพูดสิ่งที่เกิดในช่วงนั้น แต่โชคไม่ดีเลย ที่มันแทบจะไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นสิ่งที่คุณคุ้นเคยในแวดวงฟุตบอล มันมีเรื่องซุบซิบนินทามากมายเกิดขึ้น แต่มันก็น่าสนใจเลยนะ ตอนที่ผมได้อ่าน”