นักเตะ 11 ตัวจริง ชุดแชมป์อิสตันบลู พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง

วันนี้คือวันครบรอบ 15 ปีที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีกสมัยที่ 5 ซึ่งถือเป็นแชมป์ในความทรงจำของแฟนหงส์แดงทั่วโลก กับการคัมแบ็กกลับมาชนะเอซีมิลานจากที่ตามอยู่ 3-0 ในครึ่งแรก ในโอกาสครบรอบ 15 ปีของแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแชมป์หนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสร ผมจะมาอัพเดทชีวิตของนักเตะชุดแชมเปี้ยนลีกสมัยที่ 5 ว่าพวกเขาไปอยู่ไหนกันมั่ง ทำอะไรอยู่

บทความที่ผมเขียนพยายามจะอัพเดทให้มากและล่าสุดที่สุด โดยเน้นไปที่ 11 ตัวจริงที่ลงแข่งนัดชิง บางคนมีรายละเอียดเยอะ บางรายมีรายระเอียดน้อย หากมีเนื้อหาของคนหนึ่งคนใดอัพเดทไม่ตรงปัจจุบัน ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

เจอร์ซี่ ดูเด็ค (ผู้รักษาประตู)

จากการเสีย 3 ประตูในครึ่งแรกกลายเป็นฮีโร่ในช่วงครึ่งหลังที่เซฟลูกโหม่งจ่อ ๆ ของเซฟเชนโก้ และการเซฟ 2 จุดโทษในช่วงดวลจุดโทษ โดยเฉพาะลูกสุดท้ายที่เซฟด้วยปลายมือ ผลงานนัดชิงน่าจะเป็นผลงานที่ดีที่สุดในชีวิตของป๋าดูเด็คแล้ว เพราะปีต่อมาเขาถูกเปเป้ เรนา แย่งตำแหน่งมือหนึ่งไป และสุดท้ายปี 2007 เขาก็ยายไปอยู่กับเรอัล มาดริด รวมแล้วเขาเล่นให้หงส์แดงไปทั้งหมด 127 เกม ใน 7 ปี และที่มาดริด เขาเองเป็นได้แค่สำรองของกาซิยาส และลงเล่นไปเพียง 2 เกมเท่านั้นตลอด 5 ปี

ดูเด็ดแขวนถุงมือที่มาดริดในปี 2011 ต่อมาปี 2013 เขาได้รับเกียรติจากสมาคมฟุตบอลโปแลนด์เชิญให้ลงสนามในนามทีมชาติให้ครบ 60 นัด เพื่อจะได้เข้าเงื่อนไขในบรรจุชื่อของดูเด็ด เข้าสู่หอเกียรติยศของประเทศได้

หลังจากแขวนถุงมือ ดูเด็ดหันไปเอาดีด้านการเป็นนักแข่งรถอยู่ช่วงหนึ่งในปี 2014 เขาเข้าร่วมรายการ โวล์ฟกัง คลาสโตรล คัพ ในปี 2015 ดูเด็ดได้ออกหนังสืออัตชีวประวัตของเขาเป็นภาษาโปแลนด์ หนังสือเล่าถึงประสบการณ์การเป็นนักฟุตบอลชองเขา หนังสือเล่มนี้ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 2016 ในชื่อว่า The Big Pole in Your Goal

นอกจากนั้นดูเด็ดยังเดินสายเป็นทูตสัมพันธไมตรีทั้งในนามทีมชาติโปแลนด์ ทั้งสโมสรลิเวอร์พูล รวมถึงลงเล่นในกรายการการกุศลต่าง ๆ ด้วย เขาเคยเป็นทูตสัมพันธไมตรีในการแข่งขันรอบชิงยูโรป้า ปี 2015 ด้วย

สตีฟ ฟินแน่น (แบ๊กขวา)

นักเตะที่ไม่ใช้โซเชียลเลย จนเกิดแคมเปญ #FindSteveFinnan ในทวิตเตอร์มาแล้ว จนเจ้าตัวทนไม่ไหวต้องเปิดทวิตเตอร์ของตัวเอง ฟินแน่นได้ชื่อว่าเป็นนักเตะที่เคยผ่านทั้งบอลโลก UCL ยูโรป้า อินเตอร์โตโต้ คัพ และเคยเล่นทั้งใน 4 ลีกของอังกฤษ รวมถึงฟุตบอลนอกลีก

เขาเล่นให้ลิเวอร์พูลไป 145 นัด (2003-2008) ทำประตูได้ 1 ลูก ปี 2008 ย้ายไปเล่นให้เอสปัญญ่อล ปี 2009 ย้ายไปเล่นให้พอร์ทมัธ และแขวนสตั๊ดในปี 2010 หลังจากรีไทร์แล้วฟินแน่นห่างหายจากวงการฟุตบอลไปเลย เขาหันมาเอาดีด้านการทำธุรกิจก่อสร้างกับครอบครัวในลอนดอน

คาราเกอร์ (กองหลัง)

ตอนเป็นนักเตะเขาเป็นตำนานนักเตะที่ลงเล่นให้สโมสรมากที่สุดเป็นอันดับสอง มีความเป็นผู้นำในสนามสูง (แม้จะชอบทำเข้าประตูตัวเองบ่อย ๆ) เป็นนักเตะที่เล่นให้สโมสรเดียวตลอดชีวิต ตั้งแต่ปี 1988 ที่เข้ามาอยู่ในอคาเดมีหงส์จนขึ้นชุดใหญ่ในปี 1996 จนกระทั่งแขวนสตั๊ดในปี 2013 ลงเล่นให้ทีม 508 นัด ทำได้ 4 ประตู

จริง ๆ คาราเกอร์เองมีความฝฝันว่าอยากรับงานเป็นโค้ชเหมือนกันนะครับ เขาอบรมหลักสูตรโค้ชของยูฟ่าแล้ว แต่พี่แกเหมือนจะมีฝันร้ายกับการเป็นโค้ชอยู่หน่อย ๆ คือการที่เขาเห็นกุนซือสองคนที่เขารักมากอย่าง เชราร์ อุลลิเยร์ กับ ป๋าราฟา โดนสโมสรไล่ออก ทำให้เขาคิดว่าหากต้องคุมทีมจริงเขาคงเลือกที่จะคุมทีมเล็ก ๆ มากกว่า

ปัจจุบันเราเห็นบทบาทของคาราเกอร์ในการเป็นนักวิเคราะห์เกมการแข่งขันให้กับทาง Sky Sports สื่อดังของอังกฤษ เขาทำงานร่วมกับคู่หูทีมชาติแต่เป็นอริสโมสรอย่างแกรี่ เนวิลล์ การทำงานของทั้งสองคนถือว่าเข้าขากันมาก มีลูกแซะ ลูกอำกันตลอดรายการ ยิ่งฤดูกาลนี้หงส์แดงทำผลงานได้ดี พี่คาราเกอร์ของเราก็ดูจะมีความสุขเป็นพิเศษกับการทำงานด้านนี้

ฮูเปีย (กองหลัง)

กัปตันทีมขวัญใจเด็กหงส์ยุค 20 ฉายาภูผาน้ำแข็ง ก่อนได้แชมป์ปี 2005 เขาเป็นตัวหลักทำให้ทีมคว้าทริปเปิลแชมป์บอลถ้วยเมื่อปี 2001 การจับคู่กับคาราเกอร์ทำให้กองหลังของหงส์แดงในปี 2005 นั้นดูดุดัน เข้มแข็งมาก เขาย้ายมาอยู่ลิเวอร์พูลเมื่อปี 1999 และรับใช้ทีมถึง 10 ปี ลงเล่นให้ทีมไปทั้งหมด 318 นัด ทำได้ 22 ประตู

ช่วงสุดท้ายของการค้าแข้งฮูเปียไปใช้ชีวิตในบุนเดสลีกากับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จนถึงแขวนสตั๊ดในปี 2011 หลังแขวนสตั๊ด ฮูเปียเป็นอีกคนของนักเตะชุดนี้ที่หันมาเอาดีด้านการเป็นโค้ช โดยเริ่มจากการเป็นผู้ช่วยโค้ชฟินแลนด์ก่อนในปี 2011-2012 และจับงานโค้ชจริงๆที่เลเวอร์คูเซ่นปี 2012-2014 จากนั้นมาเป็นกุนซือไบร์ทตันช่วงสั้น ๆ ปี 2014 และสุดท้ายคือเป็นกุนซือเอฟซี ซูริค ปี 2015-2016 แต่การเป็นโค้ชของเขาถือว่าล้มเหลวทั้งสามที่ มีทั้งที่โดนไล่ออก ตั้งใจลาออก

ปัจจุบันฮูเปียไม่ได้ทำงานเป็นโค้ชแล้ว เขารับงานเป็นทูตสโมสรให้ลิเวอร์พูล ในแถบเอเชีย เขาเคยเดินทางมาปรีซีซั่นกับทีมที่ฮ่องกงปี 2017-2018 (ปีที่ได้แชมป์ทรูนั่นแหละครับ) ช่วงหลัง ๆ เราจะเริ่มเห็นฮูเปียในบทบาทของคอมเมนเทเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นในรายการทีวีต่าง ๆ ด้วย อย่างล่าสุดก็ออกมาชมฟานไดจ์คว่าเป็นกองหลังที่ดีที่สุดในโลก ชมฟีร์มิโน่ว่าเล่นได้เด่นกว่าตอนอยู่บุนเดสลีกา

ตราโอเร่ (แบ๊กซ้าย)

อยู่กับลิเวอร์พูลนานถึง 7 ปี แต่ไม่ค่อยได้ลงเล่นเท่าที่ควรเขาลงเล่นให้สโมสรไปเพียง 88 เกม เคยถูกปล่อยให้แลนส์ทีมจากลีกเอิงยืมไปใช้งานปี 2001-2002 ฤดูกาลที่เขาทำผลงานได้ดีที่สุดก็เป็นปี 2005 นี่แหละครับในตำแหน่งแบ๊กซ้าย โดยนัดชิงเขาโชว์ผลงานเด่นด้วยการเคลียร์ลูกยิงของเชฟเชนโก้ออกจากเส้น

หลังได้แชมป์ปีนั้นปีต่อมาเขาก็ย้ายออกจากหงส์แดงและกลายเป็นนักเตะพเนจรกับ ชาร์ลตัน แอธเลติก, พอร์ทสมัธ, เบอร์มิงแฮม, โมนาโก มาร์กเซย และแขวนสตั๊ดกับซีแอตเทิล ซาวเดอร์ในอเมริกาปี 2014 จากนั้นเขาก็รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยโค้ชให้กับซีแอตเทิลมาจนถึงตอนนี้

อลอนโซ่ (กลางรับ DM)

เจ้าของฉายาคุณชาย เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่แฟนบอลรักมากที่สุดในชุดนี้ เป็นนักเตะที่มีบุคลิกนิ่ง ๆ เท่ ๆ บวกกับฝีเท้าที่ใช้สมองบัญชาเกม เขาคือขุนพลนักเตะสเปนชุดแรกที่ป๋าราฟาดึงตัวมาจากลาลีกาพร้อมกับหลุยส์ กาเซีย อันโตนิโอ นูเนส และเพียงฤดูกาลแรกเขาก็กลายเป็นกำลังหลักของทีมในการคว้าแชมป์ UCL

เขาเป็นนักเตะคนสำคัญของลิเวอร์พูลมาตลอด เล่นให้ลิเวอร์พูล 143 นัดทำไป 15 ประตู ก่อนจะย้ายไปประสบความสำเร็จมากมายที่มาดริด 5 ปีในปี 2009 ได้ทั้งลาลีกาและ UCL กับทีมในตอนนั้น ก่อนจะขนของย้ายมาคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 3 ปีซ้อนที่บาเยิร์น และแขวนสตั๊ดในปี 2017 จากนั้นในปี 2018-2019 เขาก็หันมาเอาดีด้านการเป็นโค้ช เริ่มต้นที่ชุด U-14 ของมาดริด ก่อนที่จะขยับมาเป็นกุนซือของเรอัล โซเซดาด ชุดบี จนถึงปัจจุบัน และติดโผ 1 ในคนที่อาจจะได้มาสานต่อการเป็นกุนซือที่ลิเวอร์พูลในอนาคต

หลุยส์ กาเซีย

นักเตะจากลามาเซีย ที่รฟาซื้อตัวมาจากบาร์เซโลนา ชอบยิงประตูสำคัญและลูกยาก ๆ ให้หงส์แดงเสมอ ลูกยิงที่เขายิงใส่เชลซีในรอบรองชนะเลิศ ถูกมูรินโญ่ขนานนามว่าเป็น “ลูกยิงที่ไม่เคยเกิดขึ้น” เขาเป็นปีกสายพันธ์ดุคนหนึ่งของทีมเข้ามาสโมสรพร้อมอลอนโซ่ ในปี 2004 แต่อาชีพค้าแข้งในแอนฟิลด์ของเขาสั้นกว่าเพื่อนร่วมชาติ กาเซียย้ายจากลิเวอร์พูลในปี 2007 สิริรวมเล่นให้หงส์แดง 77 นัด ทำไป 18 ประตู

หลังจากย้ายออกจากหงส์เขากลายเป็นนักเตะพเนจร เขาย้ายไปเล่นในสเปนกับแอตแลนติโก มาดริด, ราซิ่ง ซานตาเดย์, ทีมละปีสองปี ก่อนไปโชว์ลูกยิงไกลที่พานาธิไนกอส ประเทศกรีช ต่อด้วยแม๊กซิโกกับ ปูเอบลา เอฟซี กับ คลับ อูนิเวร์ซิดัด นาซิองงนาล ต่อด้วยลีกอินเดีย กับ แอตแลนติโก เด โกลกาตา 1 ฤดูกาล แล้วไปต่อที่ออสเตเรียกับโคสต์ มาริเนิร์ส 1 ปี และแขวนสตั๊ดในปี 2016

แม้จะเป็นนักเตะพเนจร แต่สโมสรที่เขาเล่นให้มากที่สุดคือลิเวอร์พูล ฉะนั้นหลังแขวนสตั๊ดเขายังกลับมาทำงานเป็นทูตสโมสร เล่นแมตการกุศลให้ทั้งลิเวอร์พูลและบาร์เซโลนา ส่วนอาชีพหลัก ๆ ของเขาตอนนี้ก็เป็นทั้งผู้บรรยาย คอมเมนเทเตอร์ และนักวิเคราะห์ให้กับบีอินสปอร์ต

ยอร์น อาเน่ ริเซ่

อีกหนึ่งนักเตะที่สามารถพูดได้ว่าเป็นตำนานนักเตะหงส์แดง เพราะลงเล่นให้สโมสรมากถึง 234 เกม ทำประตูให้หงส์แดง 14 ประตู ย้ายมาอยู่ลิเวอร์พูลตั้งแต่ปี 2001 ปกติเล่นเป็นแบ๊กซ้าย แต่ใน UCL เราจะเห็นว่าเขาถูกดันขึ้นมาเล่นเป็นปีกซ้ายเลย ลูกยิงหนักหน่วงของเขายังตราตรึงใจแฟนบอลหลายคน

หลังจากเข้าชิง UCL ครั้งที่สองกับทีมแล้วผิดหวัง ฤดูกาลต่อมาในปี 2008-2009 เขาก็ย้ายไปเล่นให้กับโรม่า ก่อนจะกลับมาพรีเมียร์ลีกอีกครั้งกับฟูแล่ม ย้ายไปอาโปแอล ในไซปรัช ไปอินเดีย ก่อนจะมาจบการค้าแข้งของตัวเองที่สโมสรแรกของเขาที่อาเลซุนด์ เอฟเค นอร์เวย์

หลังจากรีไทร์ เขาก็ทำงานหลายอย่าง ทั้งเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า เคยทำงานเป็น Sports Director ให้ทีม Birkirkara ในมอลตาร์  และปัจจุบันเขาหันมาทำงานเป็นเอเยนต์ให้นักเตะ แต่ผมยังหาข้อมูลไม่ได้ว่าแกได้เป็นเอเยนต์ให้นักเตะแล้วกี่คน

สตีเว่น เจอร์ราร์ด

กัปตันที่เด็กหงส์ยุค 20 ให้เป็นกัปตันในดวงใจ นักเตะที่หายใจเข้าออกเป็นสโมสรลิเวอร์พูล ประตูตีไข่แตกของเขาในครึ่งหลังช่วยจุดประกายให้หงส์แดงกลับมามีความหวังอีกครั้ง ก่อนที่ทีมจะคว้าแชมป์มาครอง และเป็นแชมป์เมเจอร์ใหญ่เพียงรายการเดียวที่เขาคว้ามันได้กับสโมสร

ตอนจบของเจอร์ราร์ดอาจไม่ได้สวยหรูเหมือนตำนานคนอื่น ๆ เพราะนัดสุดท้ายที่เขาลงเล่นให้สโมสรเขาลงไปเพียง 18 วินาที แถมช่วงท้ายของการเล่นก็มีปัญหากับร็อดเจอร์ สโมสรในตอนนั้นไม่ยอมยื่นสัญญาใหม่ให้เขา ช่วงท้าย ๆ ก็เกือบย้ายไปเชลซี สุดท้ายเมื่อความสำคัญในทีมลดลง แต่เขายังอยากเล่นบอล เขาจึงตัดสินใจย้ายไป เอลเอ แกแล็กซี่ ในเมเจอร์ลีกอเมริกา ในปี 2015-2016 สวนทางกับการมาของคล๊อปป์แค่ครึ่งฤดูกาลเท่านั้น

หลังจากย้ายไปเล่นในอเมริกา 1 ปี ในปี 2017 เขาก็หวนกลับมาที่แอนฟิลด์อีกครั้ง แม้ไม่มีโอกาสได้ร่วมงานกับคล๊อปป์ในฐานะนักเตะ แต่ก็มาพัฒนาทีมร่วมกับคล๊อปป์ โดยเจอร์ราร์ดรับหน้าที่เป็นโค้ชเยาชน U-18 ของทีม และเมื่อเดือนกันยายนปี 2017 เขาก็รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชุด u-19 ของหงส์แดงลงแข่ง ยูฟ่า ยูธ ลีก

โดยสามารถพาทีมเด็กหงส์ผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยการเขี่ยทีมแมนยูในรอบ 16 ทีม ก่อนจะแพ้ดวลจุดโทษให้แมนซิตีรอบ 8 ทีม นักเตะดาวรุ่งภายใต้การทำทีมของเขาที่โดดเด่นขึ้นมาในยุคของคล๊อปป์ก็มีทั้งอาร์โนล์ด โจนส์ วิลเลียมส์ และอย่างที่รู้ว่าตอนนี้เขาทำงานเป็นผู้จัดการทีมที่เรนเจอร์ส พร้อมกับเป็นตัวเต็งว่าที่ผู้จัดการทีมคนต่อไปของลิเวอร์พูลต่อจากคล๊อปป์

แฮรรี่ คิเวลล์

นักเตะที่เจ็บออด ๆ แอด ๆ แต่กลับได้ลงเล่นนัดชิงเฉยเลย แต่ก็โชคร้ายที่เขาได้ลงเล่นแค่ 23 นาทีก็บาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนเอา ซมิเซอร์ลงมาแทน คีเวลล์ย้ายมาเล่นให้หงส์แดงปี 2003 และย้ายออกจากหงส์แดงปี 2008 ลงเล่นไป 96 นัด ยิงไป 12 ประตู

เขาย้ายจากลิเวอร์พูลไปเป็นขวัญใจชาวกาลาตาซาราย ที่นั่นเขาทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ ก่อนจะย้ายไปเมลเบิร์น วิคตอรี เอล การาฟา และแขวนสตั๊ดที่ เมล์เบิร์น ฮาร์ท ในปี 2014 จากนั้นก็ผันตัวเองมาเป็นโค้ชให้ทีมชุดเยาวชนของวัตฟอร์ด 2 ปี 2015-2017 แล้วชิมลางการเป็นผู้จัดการทีมกับทีมนอทส์ เคาวน์ตี ในปี 2018 ก่อนจะโดนไล่ออกเพราะผลงานไม่ดี  ตอนนี้ก็มีข่าวเชื่อมโยงกับเมลเบิร์น วิคตอรีว่าจะมาเป็นกุนซือคนใหม่

มิลาน บารอส

เขาย้ายมาเล่นให้หงส์แดงปี 2003 ก่อนจะกลายเป็นดาวซัลโวยูโร 2004 ลงเล่นนัดชิง 85 นาทีก่อนที่ฌิบริล ซิสเซ่ ลงมาแทน เรื่องตลกก็คือเขาทำถ้วย UCL บุบเล็กน้อย เพราะทำหล่นที่โรงแรม หลังจากได้แชมป์ปีนั้น เขาก็ออกจากลิเวอร์พูลทันที

บารอสกลายเป็นนักเตะพเนจรอย่างแท้จริง ย้ายไปเล่นให้กว่า 10 สโมสร แต่ที่น่าเหลือเชื่อก็คือเขาคือนักเตะเพียงคนเดียวของชุดนั้นที่ยังเล่นฟุตบอลอยู่ โดยปัจจุบันเขาเล่นให้กับทีม บานิค ออสตราวา ในเซ็ก และยังทำประตูได้เรื่อย ๆ ในวัย 38 ปี เขาลงเล่นฤดูกาลนี้ไป 10 เกมและทำไป 3 ประตู