เก็บตก 5 ประเด็นเด่นจากเกมบุกแพ้แมนซิตี้ 4-0

การเล่นเกมแรกหลังเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกของลิเวอร์พูลต้องออกไปเยือนทีมแชมป์เก่าอย่างแมนซิตี้ และเป็นแมนซิตี้ของเป็บที่โชว์ฟอร์มโหดไล่อัดหงส์แดงไปถึง 4-0 ตอกย้ำสถิติไม่เคยแพ้ลิเวอร์พูลในบ้านในเกมลีกนับตั้งแต่เป๊บมาคุมทีม และนี่คือ 5 ประเด็นเด่นจากเกมที่เราเก็บตกมาให้แฟนหงส์ได้อ่านกัน

1 แถวเกียรติยศที่เงียบเหงา

ตามทำเนียมที่ปฏิบัติกันมา เมื่อทีมที่เพิ่งได้แชมป์ลงเล่นนัดถัดไปคู่แข่งก็จะตั้งแถวยืนปรบมือเพื่อแสดงถึงความชื่นชมในการได้แชมป์ แชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกกับการได้รับแถวเกียรติยศครั้งแรกของลิเวอร์พูลเกิดขึ้นในบรรยากาศที่เงียบเหงาพอสมควรนั่นก็เพราะไม่มีแฟนบอลร่วมอยู่ในสนาม ถือเป็นครั้งแรกของลีกอังกฤษที่การยืนแถวเกียรติยศปราศจากคนดู

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนไม่ได้เป็นส่วนสำคัญของวันที่ยิ่งใหญ่ของลิเวอร์พูลเลย เราจะเห็นว่านักเตะของแมนซิตี้เองก็ยืนทำหน้าเซ็ง ๆ ปรบมือไปตามทำเนียม นักเตะของลิเวอร์พูลเองก็รีบเดินลงสนาม ถึงแม้จะเงียบเหงา แต่ก็เอานะ ได้เห็นสปิริตของนักเตะทั้งสองทีมและเป็นภาพที่แฟนหงส์ก็ได้เห็นสักที

2 มันไม่ใช่วันของลิเวอร์พูล

หากดูจากตัวเลขสกอร์แล้วไม่ได้ดูเกม หลายคนอาจจะคิดว่าลิเวอร์พูลโดนแมนซิตี้ขึงเกมถลุงใส่ แต่จริง ๆ แล้วในเกมการเล่นนั้นสูสีกันมาก โดยเฉพาะก่อนที่จะเสียประตูแรก ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายครองเกมบุกได้มากกว่า ด้วยการการวางบอลยาวจากแนวลึกไปพื้นที่ว่างหน้าประตูของซิตี้ แถมยังมีจังหวะการไล่เพรสแย่งบอลเข้าทำได้หลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายของลิเวอร์พูลวันนี้ไม่เฉียบคมเองทำให้พลาดโอกาสในการขึ้นนำก่อน

แนวรับของลิเวอร์พูลมีช่องให้แมนซิตี้โจมตีเยอะ เนื่องจากวันนี้ลิเวอร์พูลเปิดเกมแลกกับซิตี้ตั้งแต่ต้นเกม ไม่ได้คุมจังหวะ เน้นเกมรัดกุมแล้วใช้การโต้กลับเร็วเหมือนที่เคยทำมา ทั้งสองทีมดันกองหลังขึ้นสูงเหมือนกัน เกมรับมีความผิดพลาดให้เห็นเหมือนกัน การเข้าทำจังหวะการยิง มีพอ ๆ กัน แต่สิ่งที่ลิเวอร์พูลไม่พกมาด้วยในวันนี้คือความเฉียบคม ทั้งซาลาห์ มาเน่ ประสานงานกันขาด ๆ เกิน ๆ ลิเวอร์พูลทำได้ดีมากในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก แต่เมื่อโดนลูกแรกทุกอย่างก็เข้าทางแมนซิตี้

3 คุณภาพอันตื่นตาของแมนซิตี้

ด้านแมนซิตี้ก่อนได้ประตูขึ้นนำยังตั้งเกมของตัวเองไม่ค่อยได้ มีจังหวะจ่ายบอลทะลุแนวรับของลิเวอร์พูลสองสามครั้งแต่ล้ำหน้าไปหมด หลังจากได้ประตูขึ้นนำจากจุดโทษ อะไร ๆ ก็เข้าทางแมนซิตี้หมด และพวกเขาก็แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของการเล่นบอลกับพื้นที่สวยงาม การจ่ายบอลอย่างเข้าขารู้ใจ

จะเห็นว่าลูกที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ล้วนแต่มาจากจังหวะการตัดบอลได้จากแดนของลิเวอร์พูลและทำเกมเร็วใช้จังหวะน้อย บวกกับลิเวอร์พูลต้องดันเกมรุกเปิดพื้นที่แดนหลังไว้มาก การโจมตีแต่ละครั้งของซิตี้จึงทะลุทะลวง โดยเฉพาะประตูที่สามก่อนหมดครึ่งแรก เป็นการเข้าทำที่สวยงามไร้ที่ติ

เควิน เดอบรอยน์ แสดงให้เห็นถึงการเป็นนักเตะเวิร์ดคลาส เป็นจอมทัพ และเป็นนักเตะประเภทชี้ขาดเกมได้ วันนี้เขาเล่นได้เข้าฝักเหลือเกิน จินตนาการในการสร้างสรรค์ของเขาทำให้นักเตะลิเวอร์พูลตามไม่ทัน ไม่ว่าจะหุบเข้าในเป็น F9 หรือจะถ่างออกไปเล่นลูกครอสจากด้านข้างก็ล้วนอันตราย แมนซิตี้ที่มีเดอบรอยน์เป็นจอมทัพคือความสวยงามของฟุตบอลจริงๆ อันนี้เราต้องยอมรับ

4 อีกครั้งกับคำถามว่า “ดีพอหรือยัง”

จากเกมที่พ่ายแพ้ยับเยินขนาดนี้ คำถามเดิม ๆ ที่วนกลับมาทุกปีก็คือ แค่นี้ดีพอหรือยัง สำหรับขุมกำลังของลิเวอร์พูล ไม่ว่าจะเป็น 11 ตัวจริงที่มีคำถามโตๆ กับโกเมสที่ฟอร์มยังแกว่ง และดูเหมือนจะเป็นจุดด้อยจุดเดียวในแผง 11 ตัวจริงชุดนี้ ขณะที่แมนซิตี้มีขุมกำลัง 11 ตัวจริงที่เลือกสรรได้หลากหลาย นักเตะส่วนใหญ่คุณภาพไม่ห่างกันมาก ยามเล่นในสนาม

ในส่วนของผู้เล่นสำรอง เราจะเห็นคุณภาพที่แตกต่างกันมากระหว่างสองทีม ริยาร์ด มาเรช, แบนาโด ซิลวา คือนักเตะระดับที่สามารถลงมาสร้างความเปลี่ยนแปลงของเกมได้ หวังผลได้จากคุณภาพฝีเท้า แต่นักเตะสำรองของลิเวอร์พูล ไม่ว่าจะเป็น แชมเบอเลน, เกอิตา, โอริกี้ มินามิโนะ ล้วนแต่ต้องลุ้นกันไปนัดต่อนัด

แม้เกมลีกจะเป็นการแข่งขันระยะยาว และซิตี้เองก็ทำให้เห็นแล้วว่าการมีผู้เล่นฝีเท้าดีมากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะยืนระยะได้เสมอ และลิเวอร์พูลก็แสดงให้เห็นว่าด้วยขุมกำลังที่มีเขายืนระยะได้ดีกว่า แต่ต้องยอมรับว่าปีนี้นักเตะของลิเวอร์พูลไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนมากนัก และนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าลิเวอร์พูลจะโชคดีแบบนี้เสมอไป

เพราะหากพิจารณาจากการเสริมทัพของบรรดาทีมใหญ่ที่ลุ้นแชมป์อย่างเชลซี,แมนยู พวกเขามีการเสริมทัพนักเตะฝีเท้าดีเข้าทีมทำให้ผลงานของทั้งสองทีมดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา การป้องกันแชมป์ของลิเวอร์พูลกับแนวทางการพัฒนาทีมชุดนี้ภายใต้ข้อจำกัดในการเสริมทัพของคล็อปป์จึงน่าติดตามว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

5 สัญญาณเตือนว่าฤดูกาลหน้าได้เริ่มขึ้นแล้ว

หลังเกมราฮีม สเตอริงให้สัมภาษณ์ว่า เป๊บพูดกับลูกทีมว่า ฤดูกาลหน้าเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ นี่เป็นเหมือนคำปลุกใจ ปลุกไฟในทีมของแมนซิตี้ให้ติดอีกครั้ง และเป็นสัญญาณเตือนบรรดาทีมใหญ่ ๆ ในลีก รวมถึงแชมป์ล่าสุดอย่างลิเวอร์พูลด้วยว่า ฤดูกาลหน้าแมนซิตี้จะกลับมาด้วยความมุ่งมั่นอีกครั้ง

ยิ่งหากปีนี้พวกเขาไปได้ถึงการเป็นแชมป์ UCL ก็อาจจะเป็นจูงใจให้นักเตะตัวหลักของทีมไม่ย้ายไปไหน หากปีหน้าแมนซิตี้ถูกแบนในถ้วยยุโรป นั่นยิ่งจะสร้างแรงจูงใจให้พวกเขาในการหันมามุ่งมั่นกับการทวงบัลลังค์แชมป์คืนเราอาจจะได้เห็นการถ่ายเทนักเตะของเป๊บพร้อมกับการเสริมนักเตะดัง ๆ เข้าทีม