ลิเวอร์พูลจะแกร่งขึ้นอีกได้อย่างไรในฤดูกาลหน้า

ฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกและเป็นแชมป์ลีกในรอบ 30 ปีของสโมสรได้สำเร็จ โดยเฉพาะผลงานในช่วง 27 เกมแรกที่เอาชนะไปได้ 26 เกมและเสมอไปเพียง 1 เท่านั้น นั่นเป็นช่วงที่ทีมลิเวอร์พูลแสดงศักยภาพของทีมออกมาแบบสมบูรณ์ทุกด้าน

อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นทีมหงส์แดงเองก็มีบางช่วงที่ฟอร์มหลุดไป ตั้งแต่การแพ้ 3 เกม จาก 4 เกมที่ลงเล่น และหลังจากที่ทีมคว้าแชมป์ได้แล้วผลงานในช่วงหลังก็ดรอป์ลงอย่างชัดเจน เผยให้เห็นว่าทีมชุดนี้ก็ยังมีบางจุดที่อ่อนไหว และเป็นจุดที่คล็อปป์และทีมงานอาจต้องแก้ไขให้ดีขึ้นสำหรับการป้องกันแชมป์ในฤดูกาลหน้า วันนี้เลยจะพามาดู 3 จุดใหญ่ ๆ ที่ผมคิดว่าลิเวอร์พูลยังสามารถพัฒนาให้แข็งแกร่งขึ้นได้อีก

เกมรุก-การผลิตสกอร์-การใช้โอกาส

เรื่องแรกที่ผมคิดว่าลิเวอร์พูลยังสามารถพัฒนาให้แข็งแกร่งขึ้นได้คือเกมรุกของเรา ไม่ใช่ว่าที่เป็นอยู่มันไม่ดี แค่นี้ก็ดีมากโขแล้ว เพียงแต่มันยังมีบางจุดที่ลิเวอร์พูลเคยทำได้ดีกว่านี้มาก่อน

ประการแรกการผลิตสกอร์ของทีมเราในปีนี้ลดลงจาก 2 ฤดูกาลก่อน โดยฤดูกาล 2017-2018 เราทำไปทั้งหมด 84 ประตู จากการยิงเข้ากรอบ 233 ครั้ง จากโอกาสยิงทั้งหมด 638 ครั้ง ฤดูกาล 2018-2019 เราปรับตไลต์การเล่นมาเน้นรัดกุมมากยิ่งขึ้น ไม่ได้บุกแหลกไล่เพรส 90 นาทีเหมือนเดิม แต่เรากลับทำได้ถึง 89 ประตู จากโอกาสยิงตรงกรอบ 226 ครั้ง จากโอกาสยิงทั้งหมด 575 ครั้ง

เมื่อเทียบกับฤดูกาลนี้ที่เรายึดแนวทางจากากรเล่นเมื่อฤดูกาลก่อนการยิงประตูของเราลดลงเหลือแค่ 77 ประตู จากโอกาสยิงตรงกรอบ 218 ครั้ง จากโอกาสยิงทั้งหมด 567 ครั้ง (นับถึงเกมที่ 36) ถ้ามองจากโอกาสยิงสองฤดูกาลหลังเราใกล้เคียงกันมาก ยิ่งหากรับรวมกับอีกสองเกมที่เหลือสถิติอาจเท่ากันหรือมากกว่า แต่เป็นไปได้ยากที่เราจะขยับจาก 77 ลูกเป็น 89 ลูก

สถิตินี้สะท้อนถึงการใช้โอกาสเปลืองและความคมที่ลดลงของ 3 ประสานของเราอย่างชัดเจน เมื่อดูจากสถิติส่วนตัว โดยเฉพาะซาลาห์ที่สถิติลดลงแทบทุกอย่างต่อปี ทำประตู 32-22-19 (ตามลำกับปี) โอกาสยิง 144-137- 126 และการยิงตรงกรอบ 67-64-58

นอกจากนั้นปีนี้สิ่งที่น่าตกใจก็คือผลงานส่วนตัวของฟีร์มิโน่ลดลงมากจากเดิมที่เคยยิงได้หลัก 10 ลูก ปีนี้เพิ่งทำไปได้ 8 ลูก แต่สถิติหนึ่งที่น่าตกใจก็คือฟีร์มิโน่กลายเป็นนักเตะที่พลาดจังหวะสำคัญมากเป็นอันดับสามของลีกที่ 20 ครั้ง จากฤดูกาลก่อนที่พลาดไปแค่ 9 ครั้ง เป็นครั้งแรกที่เขาพลาดโอกาสสำคัญเหนือซาลาห์และมาเน่ด้วย

เราอาจจะมองว่าเพราะทีมอื่นจับทางเราได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างของทีมที่จะป้องกันแชมป์ นี่คือจุดแรกที่ผมเชื่อว่าฤดูกาลหน้าเราจะต้องกลับมาทำได้ดีกว่าฤดูกาลนี้ ในสถานการณ์ที่เราพลาดการเสริมทัพอย่างแวร์เนอร์ ก็ยิ่งท้าทายคล็อปป์ว่าจะทำให้เกมรุกและสามประสานของเรากลับมาผลิตสกอร์ได้มากและใช้โอกาสไม่เปลืองได้อย่างไร

แก้ไขการขาดหายไปของเฮนเดอร์สัน

นี่อาจจะเป็นปัญหาใหม่ และเป็นสิ่งที่หลายคนอาจคิดว่าไม่น่าเป็นปัญหามาก่อน นั่นเพราะในช่วง 2 ปีหลังมานี้กัปตันของเราพัฒนาการเล่นและฝีเท้าขึ้นมามากจนกลายเป็นตัวหลักของทีม และยิ่งตอกย้ำว่าไม่ใช่แค่ตัวหลักเท่านั้น แต่กลายเป็นตัวที่ขาดไม่ได้เลยในทีมนี้

หากยังจำกันได้ช่วงหนึ่งฟาบินโญ่เจ็บต้องพักยาวเป็นเดือน ช่วงนั้นฟาบินโญ่ทำผลงานได้ดี เป็นตัวหลัก หลายคนคิดว่าที่กัปตันเล่นได้ดีขึ้นในช่วงหลังเป็นเพราะมีฟาบินโญ่ แต่กลับกันคือเฮนเดอร์สันลงมาเล่นแทนฟาบินโญ่ได้ดีแบบเนียนกริบ แต่เมื่อทีมขาดกัปตันไปช่วงหนึ่ง ทีมเราเกิดอาการเป๋  แดนกลางดูหลวม นักเตะเหมือนขาดเสาหลัก และมาตอกย้ำอีกครั้งกับผลงานเสมอ 1 แพ้ 1 ในสองนัดหลังสุดที่ไม่มีกัปตัน

ตอนนี้อาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าของเฮนเดอร์สันน่าเป็นห่วงกว่าที่คิด แม้รอบนี้จะไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่มันทำให้เรานึกถึงคำพูดของเฟอร์กูสันที่เคยบอกว่าสาเหตุที่ไม่ซื้อตัวเฮนโด้ในช่วงที่อยู่กับซันเดอร์แลนด์ทั้งที่มือขวาของป๋าชื่นชอบมาก เพราะเฮนโด้วิ่งโดยใช้เข่าเป็นหลัก และนั่นจะทำให้เกิดปัญหากับอาชีพนักเตะของเขา

ตอนนี้เฮนเดอร์สันพลาดลงเล่นให้หงส์แดงทั้งฤดูกาลและยังไม่แน่นอนว่าตอนเปิดฤดูกาลเขาจะลงเล่นได้หรือไม่ นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่อันดับต้น ๆ ที่คล็อปป์ต้องเร่งแก้ไข บางทีการที่เรามีข่าวหนาหูกับติอาโก อันคันทาร่า ของบาเยิร์น มิวนิก อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินอาการบาดเจ็บของกัปตันก็เป็นได้ (เหมือนครั้งหนึ่งที่แชมเบอเลนเจ็บยาวต้องพักทั้งฤดูกาลแต่สโมสรปิดไว้ก่อนในตอนแรก)

ยกระดับนักเตะขุมกำลังเชิงลึก

แชมเบอเลนกับเกอิตาคือสองนักเตะที่ได้ชื่อว่าเป็นเหมือนนักเตะใหม่ของทีมทุกปี นั่นเพราะในแต่ละปีพวกเขาลงเล่นน้อยมาก และใช้เวลาไปกับการรักษาอาการบาดเจ็บ พอเริ่มฤดูกาลใหม่ทุกคนก็คาดหวังให้พวกเขาได้ลงเล่นเยอะขึ้นทำผลงานให้ดีขึ้น ฤดูกาลหน้าก็เช่นกัน

อีกหนึ่งนักเตะใหม่จริง ๆ ของเราคือมินามิโนะ ที่ยังจับทางการเล่นของตัวเองไม่เจอ และยังไม่มีผลงานที่โดดเด่นประทับใจให้เห็นเลยสักนัด ต่างจากสองคนก่อนหน้าที่แม้จะลงไม่สม่ำเสมอแต่มีจุดเด่นชัดเจนไม่ว่าจาการยิงไกล การจ่ายบอล การประสานงานกับเพื่อน

ในฤดูกาลที่จะเริ่มนี้ทั้งสามจึงถือเป็นนักเตะใหม่ เป็นตัวความหวังของทีม และจะเป็นส่วนหนึ่งที่ตัดสินผลงานของทีมในท้ายที่สุดด้วย เพราะหากขุมกำลังเชิงลึกของเราสามารถยกระดับการเล่นของตัวเองให้ทัดเทียมกับตัวหลักจะทำให้คล็อปป์มีขุมกำลังในมือมากขึ้นในการสร้างสรรค์แท็กติกต่าง ๆ

แน่นอนว่านักเตะเหล่านี้อาจรวมถึง ชากิรีและลอฟเรน สองนักเตะรุ่นซีเนียร์ที่ลงเล่นน้อยมากในฤดูกาลนี้ และรวมไปถึงบรรดาดาวรุ่งที่ถีบตัวโชว์ผลงานได้ดีอย่างโจนส์กับวิลเลียมส์

ทั้งหมดคือสามจุดที่หากมีการปรับปรุงแก้ไข จะทำให้หงส์แดงของเขาแกร่งขึ้นมากในฤดูกาลหน้า ที่บรรดาทีมใหญ่หลายทีมพื้นตัวและเสริมหนักกันหลายทีม แม้ลิเวอร์พูลจะเป็นรองเรื่องการเสริมทัพจากภายนอก แต่ข้อได้เปรียบคือขุมกำลังภายในที่มีอยู่ของเรามันดีอยู่แล้วและยังสามารถพัฒนาให้แกร่งขึ้นได้