อัพเดทนักเตะบาดเจ็บ,แค่ยืนจ้องเฉยๆ,คำแนะนำที่ล้ำค่าของคล็อปป์

ขณะที่ตามหน้าสื่อยังตื่นกับประเด็นการซื้อขาย แต่อีกเพียงสามสัปดาห์ข้างหน้าพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2020-2021 ก็จะเริ่มขึ้นแล้ว ในมุมมองของผมตลาดการซื้อขายของลิเวอร์พูลน่าจะปิดตัวลงแล้วตั้งแต่การเริ่มเก็บตัวฝึกซ้อมที่ออสเตรีย การได้ซิมิกาส นักเตะในตำแหน่งที่จำเป็นอย่างแบ็คซ้ายมาก่อนปรีซีซั่นก็ดูจะเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบสำหรับลิเวอร์พูลแล้ว คงไม่ปล่อยให้อะไรมากวนใจนักเตะ และหากจะซื้อจริงคงอยากให้นักเตะใหม่ได้มีโอกาสซ้อมกับทีมก่อนเปิดฤดูกาลมากกว่าส่วนตัวก็เลยคิดว่าประตูซื้อขายของทีมน่าจะปิดลงแค่นี้แล้ว

เข้าเรื่องของประเด็นที่จะนำมาเสนอในวันนี้กันดีกว่าครับ ผมมีอัพเดทสถานการณ์อาการบาดเจ็บของนักเตะ 3 คนในทีมจากปากของคล็อปป์มาฝาก มีเรื่องของจิตวิทยาข้างสนามของคล็อปป์ที่สร้างความกดดันให้คู่แข่งตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม เรื่องวิธีการแนะนำนักเตะเยาวชนในการฝึกซ้อมของคล็อปป์ที่เป็นหนึ่งในกระบวนการพัฒนานักเตะเยาวชนเก่ง ๆ ของทีม และเรื่องราวของมินามิโนะกับคางาวะ

อัพเดทอาการบาดเจ็บ 3 นักเตะ

มากันที่เรื่องแรกคือเรื่องอาการบาดเจ็บของนักเตะลิเวอร์พูลที่ตอนนี้มีอยู่ 3 รายคือ มาติป เฮนเดอร์สัน และล่าสุดคือแชมเบอเลนที่อาจต้องพลาดการปรีซีซั่นและเกมคอมมูนิตีชิลล์กับอาร์เซนอล ในสองรายแรกที่มีอาการบาดเจ็บติดตัวมาก่อนการปรีซีซั่นคล็อปป์อัพเดทอาการบาดเจ็บล่าสุดของพวกเขาว่า

“ดีขึ้น, ทั้งสองมีทิศทางในแง่บวก พวกเขายังต้องปรับในเรื่องของความเข้มข้นของการฟื้นฟูซึ่งพวกเขาทำได้กับโค้ชฟิตเนส แต่ยังไม่ใช่กับพวกเรา ถ้าถึงเวลาที่พวกเขาได้รับไฟเขียวก็จะสามารถกลับมาซ้อมได้ อย่างที่บอกผมไม่เร่งรีบ ผมต้องการเห็นพวกเขาทั้งคู่ในทีมของผม แต่ช่วงนี้ยังไม่ใช่ พวกเขาจะกลับมาในช่วงต้นของฤดูกาลใหม่ ผมหวังว่าจะเป็นเกมแรกเลย”

ในส่วนของแชมเบอเลนที่มีอาการบาดเจ็บในระหว่างการฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมเนื่องจากการปะทะกันเล็กน้อย จนพลาดการซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมในการปรีซีซั่นคล็อปป์พูดถึงอาการบาดเจ็บของเขาว่า “เป็นความโชคร้ายในสถานการณ์ที่โชคร้ายเช่นกัน มันมีการปะทะกันเล็กน้อยในการซ้อม อาการของเขาดูคล้ายกับสิ่งที่เฮนเดอร์สันเจอ ซึ่งพวกเราไม่รู้แน่ชัดว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน แต่แน่ใจได้ว่า ปรีซีซั่นสำหรับเขามันจบแล้ว เกมกับอาร์เซนอล (คอมมูนิติซิลล์) ก็น่าจะไม่ทัน หลังจากนั้นต้องมาดูกัน

“พวกเราต้องรอ แต่มันยังไกลจากการเริ่มต้นที่เฟอร์เฟค แน่นอน มันเป็นเรื่องยากสำหรับเขา และก็ยากสำหรับเราด้วย แต่มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง”

เมอร์เรย์เผยจิตวิทยาข้างสนามของคล็อปป์

ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือตั้งใจ ที่หลายๆ การกระทำหรือหลาย ๆ คำพูดของคล็อปป์มักจะถูกจับโยงไปเป็นเรื่องของจิตวิทยา แต่ก็อาจจะไม่แปลกเพราะเขาจบด้านนี้มาเหมือนกัน เช่นล่าสุดเกลน เมอร์เรย์ กองหน้าของไบร์ทตันก็ออกมาเปิดเผยถึงพฤติกรรมแปลก  ๆ ของคล็อปป์ในสนามก่อนแข่ง ที่เขาเชื่อว่ามันเป็นจิตวิทยาในการสร้างความกดดันให้นักเตะคู่แข่ง โดยเมอร์เรย์เปิดเผยกับทอล์คสปอร์ตว่า

“คล็อปป์ทำแบบนี้ก่อนเกม ผมไม่รู้ว่าคนอื่นสังเกตเห็นมันไหม เขาจะเดินตรงมาที่บริเวณเส้นกลางสนาม ยืนบนจุดและเขาแค่ยืนเพ่งไปที่ทีมคู่แข่ง แต่มันโคตรกดดันเลย เขาแค่ยืนมองนักเตะคู่แข่งซ้อมอยู่บริเวณครึ่งสนาม มันปั่นหัวคุณได้พอสมควรกับครั้งแรกที่มันเกิดขึ้น คุณจะรู้สึกว่า เขาทำอะไร เขาไม่ใช่แค่กำลังมองลูกทีมตัวเอง แต่เขามองเราด้วย, เขาไม่ละสายตาเลย เขามองพวกเราตลอดเวลา”

มาตอสเผยฟีดแบกที่ล้ำค่าของคล็อปป์

เมื่อเอ่ยถึงชื่อของ วิคเตอร์ มาตอส แฟนบอลลิเวอร์พูลอาจจะงงว่าเป็นใคร เพราะปกติเราไม่ค่อยเห็นเขาออกหน้าสื่อเท่าไหร่ แต่บุรุษนามนี้แหละครับที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนานักเตะเยาวชนของทีม เขาเข้ามารับตำแหน่งโค้ชด้านการพัฒนาต่อจากเปบ ลินเดอร์ส ที่ขยับขึ้นไปเป็นมือขวาของคล็อปป์แทนที่เชจโก บูวัจ หน้าที่หลักของมาตอสคือฝึกสอนบรรดาผู้เล่นอายุน้อย ๆ ปลูกฝังให้เด็ก ๆ มีความพร้อมก่อนที่จะก้าวขึ้นไปเล่นในระดับทีมชุดใหญ่ เหมือนอย่างที่ เปปิน ลินเดอร์ส เคยทำกับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

แต่แม้มาตอสจะมีหน้าที่หลักในการปลุกปั้นนักเตะเยาวชน แต่ปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่จะทำให้นักเตะเยาวชนมีการพัฒนาที่ก้าวกระโดดก็คือการได้มีเวลาร่วมฝึกซ้อมอยู่ในสายตาและได้รับคำแนะนำของผู้จัดการทีมอย่างคล็อปป์ด้วย ซึ่งมาตอสได้ออกมาเปิดเผยถึงความสำคัญของเรื่องนี้ว่า

“มันถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเลยแหละ ยกตัวอย่างเช่น สถานการณ์ของ บิลลี่ คูเมติโอ (กองหลังดาวรุ่งวัย 17 ปี ที่เดินทางมาซ้อมร่วมกับทีมที่ออสเตรีย) มันดีมาก  ๆ สำหรับเขาที่ได้รับฟังฟีดแบกที่สำคัญจากผู้จัดการทีม ถึงความเข้าใจในบทบาทเกมรับของตัวเอง ในฐานะนักเตะดาวรุ่ง การได้รับฟีดแบกและสอนจากผู้จัดการทีม ถือเป็นเรื่องที่ประเมินค่าไม่ได้”

“เวลาและความอดทนเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เมื่อเราพูดถึงการพัฒนา ในขณะเดียวกันก็ไม่มีใครทำได้ดีกว่าผู้จัดการทีม มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีเวลาเช่นนี้ (เวลาที่ดาวรุ่งได้ลงฝึกซ้อมในสายตาของโค้ชชุดใหญ่) มันไม่มีแบบแผนตายตัวในการทำเช่นนั้นหรอกครับ มันเป็นเรื่องของความรู้สึกและจังหวะเวลา เป็นเรื่องของการทำงานร่วมกับดาวรุ่ง”

“พวกดาวรุ่งไม่ต้องการการวิจารณ์ พวกเขาต้องการคำแนะนำ และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่เราต้องมีการสื่อสารเชื่อมโยงระหว่างทีมชุดใหญ่ ทีมชุดรองและทีมอคาเดมี เมื่อพวกเขาได้ฟังฟีดแบกพวกเขาก็จะสามารถเชื่อมโยงกับแนวทางที่ควรจะเป็น นี่เป็นการเชื่อมโยงที่สำคัญมาก ๆ”

มินามิโนะเผยเลือกมาหงส์เพราะคางาวะ

ถือเป็นนักเตะใหม่ที่มีพื้นที่ในสื่อมากพอสมควรสำหรับมินามิโนะ ไม่ว่าจะขยับ จะทำอะไรก็ถูกหยิบยกมาเป็นข่าวเสียหมด นี่แหละคือข้อเสียของการมีแฟนสวย 555 ล่าสุดก็เพิ่งมีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับเขาออกมาว่า เขาปรึกษาชินจิ คางาวะ รุ่นพี่ในทีมชาติญี่ปุ่นและเป็นนักเตะญี่ปุ่นที่เคยทำงานร่วมกับคล็อปป์มาก่อนที่ดอร์ทมุนด์ ก่อนตัดสินใจย้ายมาหงส์แดง

“ผมถามเขาว่า ‘พี่คิดว่าไงฮะ’ ตอนที่ผมคิดเรื่องนี้ ผมคิดเพราะมีข้อเสนอจากทีมอื่นยื่นเข้ามาเหมือนกัน แต่ผมขอไม่บอกว่ามาจากทีมอะไร รุ่นพี่คางาวาะเขาก็บอกว่า ‘เขา (คล็อปป์) เป็นผู้จัดการทีมที่เข้าใจนักเตะ’ ผมต้องการฟังคำแนะนำจากรุ่นพี่ เพราะเขาเคยร่วมงานกับคล็อปป์มาก่อน”

นอกจากนี้มินามิโนะยังพูดถึงการคว้าแชมป์กับลิเวอร์พูลอีกว่า “เราไดแชมป์ลีก และผมมีความสุขมาก แต่ผมอยากทำประตูหรือแอสซิสต์ได้ด้วย ผมตั้งใจกับมันมาก ๆ แต่มันน่าเสียใจที่ผมทำไม่สำเร็จ”