3 ประเด็นน่าประทับใจหลังเกมหงส์ดับห้าวปืน

ย้อนกลับไป นับตั้งแต่กุนซืออย่างอาร์เตตาเข้ามาคุมอาร์เซนอล ลิเวอร์พูลยังไม่เคยชนะพวกเขาในเวลา 90 นาทีได้เลย จากการดวลกันมา 3 ครั้ง ยิ่งในลีกอาร์เซนอลเป็นหนึ่งใน 3 ทีมเท่านั้นที่เก็บ 3 แต้มจากลิเวอร์พูลได้สำเร็จเมื่อปีที่แล้วหรือพูดให้ถูกก็คงเป็นว่า ทีมของอาร์เตตาเป็นทีมล่าสุดที่ชนะลิเวอร์พูลได้ในเกมลีก

ก่อนเกมหงส์พบอาร์เซนอลมีเพียง 2 ทีมเท่านั้นที่ชนะ 100 % จากการลงแข่งขันพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้คือเอฟเวอร์ตันกับเลสเตอร์ โดยที่ลิเวอร์พูลกับอาร์เซนอลต่างก็ชนะรวดมาด้วยกันทั้งคู่ สุดท้ายเป็นหงส์แดงที่โชว์ชั้นเชิงของแชมป์เอาชนะทีมเยือนที่ฟอร์มกำลังห้าวของอาร์เตตาได้สำเร็จอย่างหมดจด 3-1 และนี่คือ 4 ประเด็นที่น่าประทับใจหลังเกมนี้

ชั้นเชิงแชมป์

เกมแรกที่ลิเวอร์พูลเฉือนชนะลีดส์ 4-3 เกิดคำถามขึ้นมากมายเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นของทีม (หลังจากแพ้หงส์แดงลีดส์ก็ชนะ 2นัดรวด) แม้จะมาแก้ตัวได้ในเกมชนะเชลซี 2-0 แต่ก็ยังมีเรื่องจำนวนผู้เล่นเข้ามาทำให้ผลงานดูยังไม่สุด แต่ในเกมกับอาร์เซนอลทีมที่เปิดตัวฤดูกาลใหม่ได้อย่างดีเยี่ยมด้วยการชนะ 2 เกมรวดในลีกและชนะเลสเตอร์ในบอลถ้วย ลิเวอร์พูลได้แสดงให้เห็นถึงชั้นเชิงและศักยภาพของการเป็นแชมป์เก่าได้อย่างหมดจด

ชั้นเชิงที่ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นคือความไม่ลน ไม่ตระหนกกับการเสียประตูแรกเลย ประตูแรกที่ที่อาร์เซนอลได้ ต้องบอกว่าเป็นประตูที่เข้าแผนและเข้าทางอาร์เตตาหมดเลย คือพวกเขาเปิดพื้นที่ให้ลิเวอร์พูลดันขึ้นสูงบุกใส่ และหาโอกาสสวนกลับ แถมประตูนี้ยังพ่วงด้วยความผิดพลาดส่วนบุคคลของโรเบิร์ตสันอีก หงส์บุกหนักแต่ไม่ได้ประตูแถมยังมาเสียประตูจากจังหวะแบบนี้อีก ถ้าเป็นยุคก่อนคงเป๋ไปแล้ว

แต่ลิเวอร์พูลเมื่อคืนไม่ได้แสดงอาการลนลานหรือตระหนกกับสิ่งที่เกิดเลยพวกเขากลับมาเล่นในแนวทางของตัวเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สถิติหลังเกมบ่งชี้ถึงชั้นเชิงการเล่นที่เกิดขึ้นในสนามได้เป็นอย่างดี ลิเวอร์พูลเปิดโอกาสให้อาร์เซนอลทำประตูเพียง 4 ครั้งเท่านั้น ขณะที่แชมป์เก่าสร้างโอกาสมากถึง 20 ครั้ง ครองบอลเหนือกว่าเกือบจะ 70-30

ฤดูกาลนี้ขณะที่ทีมใหญ่ ๆ ต่างพากันสะดุดทั้งเชลซี แมนยู สเปอร์ส และแมนซิตี้ แต่ลิเวอร์พูลยังคงรักษาฟอร์มการเล่นของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่นักเตะใหม่ต่างก็ทำผลงานได้ดี มีการแข่งขันในทีมสูง และมีความกระหายที่ยังไม่ลดละไปไหน

มาเน่-อลิสซง โชว์เทพ

หลังจากปล่อยให้ซาลาห์ฉายแสงในเกมแรก มาเน่ก็กลับมาทำผลงานได้ดีเยี่ยมอีกครั้งใน 2 เกมหลังสุด ด้วยการเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมชนะเชลซีและโชว์ฟอร์มการเล่นขั้นเทพในเกมนี้ มาเน่กับซาลาห์ควงกันทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนี้ พวกเขาสร้างความปวดหัวให้กับแบ็กสองข้างของอาร์เซนอลแทบตลอดทั้งเกม ทั้งตอนมีบอลและไม่มีบอลอยู่กับตัว

ส่วนอลิสซงนั้น ก่อนเกมแข่งขันมีข่าวว่าเขากับแข้งใหม่อย่างติอาโกจะหมดสิทธิ์ลงเล่นเกมนี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ สุดท้ายอลิสซงยังลงเล่นได้และกลายเป็นคนสำคัญที่ช่วยทำให้ลิเวอร์พูลเก็บ 3 แต้มได้ในเกมนี้ จากจังหวะที่เซฟลูกยิงของลากาแซตที่หลุดเดี่ยวมาดวลตัวต่อตัวกับเขา ช่วยให้ลิเวอร์พูลยังนำอาร์เซนอลอยู่ 2-1 แน่นอนว่าหากลิเวอร์พูลโดนตีเสมอสำเร็จ โมเมนตัมของเกมอาจเทไปทางทีมเยือนก็เป็นได้

โชต้าฉายแววเด่น

นักเตะใหม่ที่หงส์ทุ่มทุนซื้อมาในราคาแพงเหมือนกันสำหรับโชต้าปีกตัวจี๊ดของวูล์ฟ หลังได้ประเดิมให้หงส์แดงแล้วในช่วงท้ายเกมลีกคัพที่หงส์แดงถล่มลินคอน ซิตีไป 7-2 ซึ่งหลังเกมคล็อปป์ได้บอกกับนักข่าวว่าให้รอติดตามดูผลงานของโชต้าว่าเขาจะนำอะไรมาให้ลิเวอร์พูลบ้าง

ลิเวอร์พูลซื้อโชต้ามาเพื่อให้เกิดการแข่งขันและมีตัวเลือกมากขึ้นในแนวรุก ซึ่งสองปีที่ผ่านมาหงส์แดงก็พยายามทำเช่นนี้เหมือนกันทั้งการซื้อชากิรี่ มินามิโนะ หรือให้โอกาสโอริกี แต่ยังไม่สามารถเพิ่มความกดดันหรือแบ่งเบาภาระให้กับ 3 ประสานได้มากนัก

เกมนี้โชต้าลงมามาเป็นสำรองลงมาแทนมาเน่ในนาทีที่ 80 และสามารถทำประตูได้ในนาทีที่ 88 สิ่งหนึ่งที่เห็นได้แน่ ๆ คือเขาเล่นด้วยความมั่นใจกล้าเรียกขอบอลจากเพื่อน การเคลื่อนที่ในกรอบเขตโทษของเขาถือว่าวูบวาบ และหาช่องได้เก่ง แม้จะพลาดโอกาสจากการถวายพานของซาลาห์ก็ตาม

และแม้จะลงมาเล่นได้เพียง 10 นาทีสุดท้าย แต่โชต้าสามารถสร้างโอกาสในการทำประตูได้ถึง 3 ครั้ง มากกว่าฟีร์มิโน่ที่อยู่ในสนาม 90 นาทีแต่มีโอกาสยิงแค่ 1 ครั้ง (เป็น 1 ครั้งที่ไม่ตรงกรอบ) มันอาจจะยังเร็วไปนักที่จะเยินยอนักเตะที่เพิ่งลงเล่นเพียง 10 นาที แต่ด้วยฟอร์มการเล่นและความมั่นใจของเขา เชื่อว่าเราได้เห็นอะไรดี ๆ จากเขาอีกมากแน่