ฟานไดจ์คอาจพักยาว, ติอาโกโชว์คลาส, สถิติหลังเกม

เกมเมื่อคืน ถือว่าเป็นเกมดาร์บีแมทช์แห่งลุ่มน้ำเมอร์ซีไซด์ที่สนุกที่สุดในรอบ 10 ปีเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพนักเตะคลาสของนักเตะที่ไม่ห่างกันมากชื่อของ อัลลัน, ฮาเมส, ริชาริสัน นั้นไม่ได้หนีจากติอาโก เฮนโด้ มาเน่ ของลิเวอร์พูลเลย และยิ่งดูกุนซือของทั้งสองทีมก็ต้องบอกว่าสูสี สมน้ำสมเนื้อ ทำให้เกมเมื่อคืนเราจึงได้เห็นการต่อสู้ของแชมป์เก่าและทีมจ่าฝูงซัดกันได้สนุก ว่าแล้วก็มาติดตามประด็นหลังเกมที่น่าสนใจกันดีกว่าครับ

ฟานไดจ์คส่อพักยาว

เรื่องที่แฟนหงส์หลายคนหวั่นใจไม่น่าจะใช่ฟอร์มในสนาม แต่เป็นเรื่องอาการบาดเจ็บของฟานไดจ์ค นักเตะหัวใจหลักของแนวรับลิเวอร์พูล ซึ่งเกมนี้เราสามารถพูดได้เลยว่า 2 ประตูที่ลิเวอร์พูลเสียไปนั้น ส่วนหนึ่งเพราะไม่มีเขาอยู่บัญชาการแดนหลัง เพราะโดยปกติลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เสียประจากลูกโหม่งน้อยมาก

อาการบาดเจ็บของฟานไดจ์คเกิดขึ้นจากจังหวะปะทะกับฟิกฟอร์ด ซึ่งหากดูภาพช้าย้อนหลังต้องบอกว่าเป็นการเข้าสกัดที่อันตรายไม่ต่างจากจังหวะใบแดงของริชาริสันเลย หลังเกมลิเวอร์พูล เอ็คโค่ สื่อท้องถิ่นเมืองลิเวอร์พูลรายงานว่า เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ยังต้องใช้ไม้ค้ำช่วยในการเดิน นั่นเป็นภาพที่น่าหนักใจมากสำหรับแฟนหงส์

ยังมีอีกแหล่งข่าวคือบีอิน สปอร์ต ที่รายงานถึงขนาดว่าอาการของฟานไดจ์คอาจจะหนักถึงขั้นปิดเทอมยาวจนจบฤดูกาลนี้ไปเลยทีเดียว ซึ่งนี่นับว่าเป็นเรื่องหนักหนามาก เพราะลิเวอร์พูลเพิ่งเสียอลิสซงไปเมื่อเกมก่อนและยังต้องพักอีกหลายสัปดาห์ หากมาเสียฟานไดจ์คไปอีกนั่นเท่ากับว่าสองกำแพงใหญ่ของเราได้พังทลายลงไปพร้อมกัน

แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่เป็นข่าวที่เป็นทางการนะครับ เพราะตอนนี้ทางสโมสรยังไม่ได้แถลงความคืบหน้าเพิ่มเพิ่มเติมอะไร สาเหตุน่าจะเพราะต้องรอผลสแกนโดยละเอียดก่อน ถ้าฟาน ไดจ์คต้องพักยาว นี่จะเป็นบททดสอบสำคัญในการป้องกันแชมป์ของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ อาจจะซ้ำรอยเดิมกับปีที่แล้วที่แมนซิตี้เสียกำลังหลักอย่างลาปอร์กตไป

ติอาโกเริ่มโชว์ของ

หนึ่งในนักเตะที่สร้างภาพจำของแมชท์นี้คือติอาโก สไตล์การเล่นที่ง่าย ๆ แต่เหนือชั้นชั้นเชิงในการอ่านเกมผ่านบอลของเขาทำให้เกมของลิเวอร์พูลเกิดมิติในการเข้าทำที่แตกต่าง มีทั้งความนุ่มนวล ความรวดเร็วเหนือความคาดหมาย ทักษะการจ่ายที่แค่ใช้ปลายเท้าก็เปลี่ยนทิศทางของเกมได้ของเขาคือสิ่งที่ลิเวอร์พูลขาดหายไปในแดนกลาง

สถิติของเขาวันนี้จ่ายบอล 79 ครั้งผ่านบอลสำเร็จถึง 73 ครั้ง คิดเป็น 92 % มีการจ่ายคีย์พาสถึง 2 ลูก แน่นอนว่าลูกที่ผ่านบอลให้มาเน่หลุดเข้าไปยิง แล้วขบด้วยเฮนเดอร์สันนั้นบ่งบอกถึงคลาสบอลของติอาโกได้เป็นอย่างดี การพลิกข้อเท้าเพียงเล็กน้อยหลอกล่อให้แนวรับของเอฟเวอร์ตันหลงทางกันเป็นแถว ตอบโจทย์ชัดเจนว่าทำไมหงส์ต้องทุ่มเงินซื้อเขาและทำไมเขาจึงเป็นตัวเลือกแรกในเกมสำคัญเช่นนี้

ความยอดเยี่ยมของเอฟเวอร์ตัน

หนึ่งสิ่งที่ทำให้เกมเมอร์ซีไซด์ดาร์บีครั้งนี้สนุกกว่าที่เคยเป็นมาในรอบหลายปีก็คือ การอัพเกรดของเพื่อนบ้านอย่างเอฟเวอร์ตัน ที่จริงพวกเขามีการอัพเกรดและเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีมาตลอด หลังจากได้แหล่งทุนที่ดีมาสนับสนุนทีม แต่ยังขาดหัวเรือใหญ่ที่จะมาคุมบังเหียนของทีม จนกระทั้งการปรากฏตัวของอัลเชลอ็อตติ ด้วยบารมีของเขาทำให้นักเตะอย่าง ฮาเมส, อัลลัน ต่างเลือกที่จะมาอยู่กับเอฟเวอร์ตันอย่างไม่ลังเล

คืนนี้เอฟเวอร์ตันสู้กับลิเวอร์พูลได้อย่างสนุกสูทีทันกันทุกตารางนิ้วจริง ๆ โดยเฉพาะในแดนกลางที่สู้กันสนุก ลิเวอร์พูลมีเฮนเดอร์สัน ติอาโก ฟาบินโญ่ คอยขับเคลื่อน พวกเขาก็มี อัลลัน ดูคูเร่ ฮาเมส ที่โชว์ผลงานได้เด่นไม่ต่างกัน สิ่งที่เอฟเวอร์ตันชุดของน้าแจ้แตกต่างจากชุดอื่นคือ ความมั่นใจในวิถีการเล่นของตัวเอง มั่นใจฝีมือของโค้ช เพื่อนร่วมทีม มันจึงน่าคิดต่อว่าเอฟเวอร์ตันชุดนี้จะไปได้ถึงไหนในปีนี้ อาจจะเป็นเลสเตอร์ภาคสองก็เป็นได้ ไม่แน่แชมป์พรีเมียร์อาจจะย้ายสำมะโนครัวจากเมืองแมนเชสเตอร์มาสสถิตอยู่ ณ ในกลางลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีก็เป็นได้

สติถิน่าสนใจหลังเกม

เกมนี้ยังมีสถิติเกิดขึ้นอีกมากมาย ให้ได้จดจำ อย่างแรกคือลิเวอร์พูลไม่แพ้เอฟเวอร์ตันมา 23 เกมติดต่อกันในทุกรายการ ถือเป็นการไม่แพ้คู่แข่ง 1 ทีมต่อเนื่องที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรเลยทีเดียว จากใบแดงของริชาริสันที่เกิดขึ้นในเกมนี้ยังทำให้การเจอกันของทั้งสองทีมมีใบแดงเกิดขึ้นมาที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกด้วย คือ 22 ใบ โดยเป็นทางฝั่งเอฟเวอร์ตันโดนไป 15 ใบ

มาดูเรื่องการทำประตูที่เกิดขึ้นบ้าง ทางฝั่งลิเวอร์พูลนั้น ซาลาห์ทำประตูที่ 100 ของตัวเองให้กับลิเวอร์พูลได้สำเร็จ รวมทุกรายการจากการลงเล่นไปเพียง 159 เกม เป็นรองเพียง โรเจอร์ ฮันต์ (144) และ แจ็กซ์ พากินสัน (153) เท่านั้นที่ทำได้เร็วกว่าเขา ส่วนลูกยิงของซาดิโอ มาเน่ ในนาทีที่ 2.15 น. ก็กลายเป็นการทำประตูได้เร็วที่สุดของดาร์บีแมทช์ระหว่างสองทีมในเวทีพรีเมียร์ลีก

ทางฝั่งเอฟเวอร์ตันเองก็ไม่น้อยหน้า โดมินิก ไคล์เวิรต์ เลวิน กลายเป็นนักเตะคนแรกที่ทำประตูได้ 5 เกมติดต่อกันของเอฟเวอร์ตัน ต่อจากทอมมี ลอว์ตัน ที่ทำได้ในปี 1938-939 สถิตินี้ยังทำให้เขาเป็นนักเตะคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ทำได้ 5 ประตูต่อเนื่องจาก 5 เกมแรก ต่อจาก เรเยส ของอาร์เซนอล (2004-2005) เวร์น รูนีย์ ของแมนยู (2011-2012) และกุน อเกวโร่ ของเรือใบ (2019-2020)