วิกฤติฟีร์มิโน่, โจต้าฟีเวอร์, ปังเวอร์รีห์ช วิลเลียมส์

เกาะกระแสโจต้า

ผลงานดีจนกลายเป็นกระแสโจต้ฟีเวอร์ในกลุ่มแฟนบอลและนักวิจารณ์ไปแล้วสำหรับดิโอโก โจต้า ที่ซัดแฮตทริกได้ในเกม UCL กับอตาลันตามาได้ แถมยังโชว์ฟอร์มยิงประตูชัยในเกมลีกกับเวสต์แฮม ซึ่งทั้งสองเกมนี้เขาลงเล่นในตำแหน่งของฟีร์มิโน่และเล่นเคียงข้างกับมาเน่ ซาลาห์ จนหลายคนมองว่าอาจจะขึ้นมาเป็น 3 ประสานคนใหม่ของทีมได้ แต่นั่นเดียวเราจะมาว่ากันอีกทีตอนท้าย ตอนนี้ผมจะเก็บตกกระแสเกี่ยวกับตัวเขาก่อน

อันดับแรกมาดูเรื่องสถิติหลังเกมของเขาที่มีการรวบรวมมา เฉพาะในเกมนี้เขาทำผลงานดีกว่าใครในสนามใน 5 เรื่องด้วยกันคือ ชนะดวล 11 ครั้ง, โอกาสยิงมากที่สุด 4 ครั้ง, ทำประตูมากที่สุด 3 ประตู และ ชนะการทำฟาวล์ 2 ครั้ง ทีนี้พอมาดูสถิติในภาพรวมทั้ง 10 เกมที่เขาลงเล่น โจต้าทำได้ถึง 7 ประตู คิดเฉลี่ยแล้ว 1 ลูกต่อ 71.4 นาที

โจต้านักเตะคนที่สองที่ซัดแฮตทริกให้ ลิเวอร์พูล ในการลงเล่นเป็นตัวจริง แชมเปี้ยนส์ ลีก สองนัดแรก ต่อจาก ร็อบบี้ คีน ที่เคยทำได้เมื่อปี 2008 เป็นคนที่ 5 ที่ทำแฮตทริกใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อจาก ไมเคิ่ล โอเว่น, ยอสซี่ เบนายูน, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ ซาดิโอ มาเน่ และทำไปแล้วถึง 3 แฮตทริกในเกมยุโรป (2 หนก่อนหน้าทำให้ วูล์ฟส์ ในถ้วย ยูโรปา ลีก) โดยที่ไม่มีนักเตะคนไหนที่ทำได้เกิน 1 แฮตทริกในช่วงเวลานี้

ซึ่งเจ้าตัวเองก็ออกมาให้สัมภาษณ์กับเว็บทางการของสโมสรถึงผลงานและความรู้สึกของเขาในหลายเรื่อง โดยสรุปโจต้าบอกว่าเขากำลังเล่นให้ทีมที่ดีที่สุดในอาชีพของเขา เขามีความสุขที่ทำประตูได้มากมายตามแนวทางการเล่นของตัวเอง เขาชอบประตูแรกที่ทำได้ในเกม UCL เมื่อคืนเพราะเป็นประตูปลดล็อกทีม สุดท้ายคือการได้เล่นกับมาเน่และซาลาห์คือการเล่นร่วมกับนักเตะระดับโลกสำหรับเรา มันทำให้เขาทำอะไรได้ง่ายขึ้นเมื่อเล่นกับพวกเขา

เจาะผลงานวิลเลียมส์

อีกหนึ่งนักเตะที่ได้โอกาสและทำผลงานดีคือเจ้าหนูรีช วิลเลียมส์ ด้วยวัยเพียง 19 ปีเขาลงเล่นเป็นตัวหลักของทีมในยามที่ทีมประสบปัญหาผู้เล่นแนวรับบาดเจ็บยกแผง แต่เจ้าตัวก็ทำผลงานดีเกินวัยผลงานเด่น ๆ ของเจ้าตัวเมื่อคืนก็อย่างเช่น การผ่านบอลสำเร็จถึง 92 เปอร์เซ็นต์ วางบอลยาว 3 ครั้ง การชนะแท็กเกิลแบบ 100 เปอร์เซ็นต์คือแทกเกิล 2 ครั้ง ชนะทั้งสองครั้ง และช่วยเคลียร์บอลได้อีก 3 ครั้ง

คล็อปป์ให้สัมภาษณ์ถึงเจ้าหนูคนนี้หลังเกมว่า “การที่รีห์สเป็นตัวจริงเป็นข้อยกเว้น ผมนึกภาพไม่ออกว่าตอนอายุ 19 ปี และกำลังลงเล่นเกมที่สองในเกมอาชีพของทีมชุดใหญ่ในแชมเปียส์ลีกกับมูเรียล และซาปาต้า หรือใช้เวลาส่วนใหญ่ปะทะกับซาปาต้า มันน่าเหลือเชื่อมาก ผมคงจะตื่นเต้นแทบบ้า แต่เด็กๆ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น นั่นช่วยได้เป็นอย่างมาก

มันดีจริงๆ ที่ได้เห็น และผมคงจะไม่มีความสุขไปกว่านี้กับรีห์ส เพราะว่าคุณเห็นเขาในห้องแต่งตัว คุณน่าจะต้องการอะไรที่พิเศษที่จะพรากรอยยิ้มไปจากใบหน้าของเขา มันน่าจะไม่มีทางเป็นไปได้ นั่นเป็นเรื่องที่ดีมากที่ได้เห็นอย่างนั้น”

วิกฤติฟีร์มิโน่

ทีนี้มาถึงเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องที่พูดถึงกันมากที่สุดหลังโจต้าทำผลงานได้โดดเด่นในตำแหน่งเดียวกับฟีร์มิโน่ (ทั้งทีเดิมทีคาดกันว่าโจต้าจะมาเล่นเป็นแบ็กอัพให้มาเน่) พร้อมกับฟอร์มการเล่นที่ตกลงอย่างน่าใจหายของกองหน้าชาวบราซิล จนมีการรวบรวมสถิติออกมาเลยว่า โชต้า ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ในปี 2020 มากกว่า โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กองหน้าชาวบราซิเลียนไปแล้ว แม้ลงเล่นเป็นเวลาน้อยกว่าถึง 1,930 นาทีก็ตาม

โจทย์ใหญ่ ๆ คือ คล็อปป์จะทำอย่างไรกับสถานการณ์ของฟีร์มิโน่ดี มีนักข่าวไปถามคล็อปป์หลังเกมเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าจะปวดหัวในการจัดทีมไหมที่โจต้าเล่นดี คล็อปป์ตอบว่า

“ฟอร์มการเล่นที่ดีไม่เคยทำให้ผมปวดหัว ผมตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผลในค่ำคืนนี้ อย่างแรกคือการใช้โจต้าก่อนเพราะเขาอยู่ในสภาพดี เพราะวิธีการเล่นของอตาลันตา และการตั้งรับ เรื่องพวกนี้มันเหมาะสมกับทักษะต่าง ๆ ของโจต้า

บางทีโลกนี้ก็แย่ จริง ๆ ในช่วงที่บางคนโดดเด่นขึ้นมา เราก็จะพาดพิงถึงนักเตะอีกคนทันที นักเตะที่เล่นให้กับทีมเรามาที่ผมรู้สึกราวกับว่าลงเล่น 500 นัดติดต่อกันเลย โอเค เราน่าจะไม่ได้เล่น UCL ด้วยซ้ำถ้าเราไม่มีบ็อบบี้ ฟีร์มิโน่ และในทันทีผมก็ต้องอธิบายว่าทำไมเขาไม่อยู่ในทีมคืนนี้ เขาจะยังอยู่ในทีม หากคุณไปถามผู้คนว่า อะไรทำให้ลิเวอร์พูลมีความพิเศษในบางวัน ผมจะตอบว่าวิธีการเล่นของบ็อบบี้ เพราะในวันที่ดี ๆ เขาไม่ต้องเล่นเกมรับ

ค่ำคืนนี้ดิโอโกใช้ความสดของเขาในแนวทางที่เหลือเชื่อมาก และเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ แต่ไม่มีอะไรต้องพาดพิงถึงบ็อบบี้ และไม่มีเหตุผลที่ผมจะต้องปวดหัว”

หลายเสียงสนับสนุนพักฟีร์มิโน่

ในขณะที่โค้ชและเพื่อน่วมทีมอย่างอลิซสงออกมาปกป้องฟีร์มิโน่และยืนยันถึงความสำคัญของนักเตะคนนี้ แต่ก็มีอีกหลายคนที่มองว่าสุดท้ายแล้วคล็อปป์อาจต้องเด็ดขาดเพื่อทีมด้วยการพักฟีร์มิโน่และให้โอกาสโจต้าลงสนามเป็นตัวจริงต่อเนื่องเพื่อรักษาฟอร์มที่ดีของทีม

คนแรกคือจอห์น อัลดริดจ์ อดีตดาวยิงของลิเวอร์พูลออกมาสนับสนุนให้คล็อปป์พักฟีร์มิโน่ไปก่อน ผ่านการให้สัมภาษณ์กับเอคโค่ว่า “ผมยังคงเป็นแฟนตัวยงของ บ็อบบี้นะ ผมชอบเขาในฐานะนักเตะของลิเวอร์พูลกับสิ่งที่เขาทำให้กับทีม แต่เขามีผลงานที่ไม่ดีมาสักระยะหนึ่งแล้ว และตอนนี้เขาก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด บางทีเขาอาจจะต้องการพัก”

“เขาไม่ได้มีบทบาทที่สำคัญมากนัก ในทีมของ เยอร์เกน คลอปป์ ตอนนี้ เขาขาดความเฉียบคมไปจากเดิม ซึ่งเขาเองและผู้จัดการทีมต่างก็รู้เรื่องในนี้ดี ผมคิดว่าทีมยังต้องการเขา เพราะเขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม แต่ผู้จัดการทีมต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้เขากลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง เหมือนที่เราเคยรู้จักเมื่อ 2-3 ปีก่อน”

คนต่อมาคือปีเตอร์ เคร้าซ์ อดีตกองหน้าโรบอทของเราก็ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ของฟีร์มิโน่ในคอมลัมน์ข่าวของเขาทางเดลี เมล์ ว่า “ผมเคยให้ความเห็นเกี่ยวกับฟีร์มิโน่ว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่คล็อปป์จะไม่มีทางดร็อปป์ แต่เพราะฟอร์มการเล่นที่ตกลงของเขา อาจจะมีการตัดสินใจครั้งใหญ่สำหรับนายใหญ่ของหงส์แดงก็เป็นได้

ผมประทับใจผลงานของโจต้ามาก เขาทำประตูได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมกับเวสต์แฮม และดูเหมือนเขาจะสร้างความแตกต่างได้ในทุก ๆ ครั้งที่เขาลงสนาม เขาทำให้คู่ต่อสู่คาดเดาไม่ได้ และทำให้ค่าตัวของเขากลายเป็นโคตรถูกไปเลย เขาคู่ควรที่จะได้ลงเล่นในเกมพบกับแมนซิตี้ แต่ผมก็จะไม่ลืมทุกอย่างที่ฟีร์มิโน่ทำได้ มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเรขา ถ้าเขาไม่ได้ลงเล่นในคืนวันอาทิตย์นี้”

ทั้งหมดทั้งมวลคือประเด็นที่ผมนำมาเสนอ แล้วเพื่อน ๆ ละครับคิดอย่างไรกับผลงานของโจต้าและมองว่าเขาควรจะลงเล่นในเกมกับแมนซิตีก่อนฟีร์มิโน่หรือไม่ มาแชร์ความเห็นกันได้ในเพจ we aer Liverpool นะครับ