คล็อปป์อธิบายแผน 4-4-2, อัพเดทเทรนท์, ซาราห์ขึ้นแท่นตำนาน

ศึกพรีเมียร์ลีกต้องหลีกทางให้กับเกมทีมชาติในข่วงนี้ การจบเกมที่ 8 ด้วยการไม่แพ้แมนซิตี้และยังอยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์ ด้วยสภาพทีมที่ขาดผู้เล่นตัวหลักมากมายน่าจะเป็นเรื่องที่แฟนหงส์และทีมงานของสโมสรมองมันในแง่บวกได้

สำหรับ 4 ประเด็นรอบวันหงส์วันนี้ ประเด็นหลักคือการที่คล็อปป์ปรับมาใช้แผนใหม่ 4-4-2 หลายสำนักมองว่าเป็น 4-2-3-1 แต่ในบทสัมภาษณ์ของคล็อปป์เขาพูดว่ามันเป็นระบบ 4-4-2 และยังมีประเด็นอื่น ๆ ให้ติดตามกันเช่นเคย

อัพเดทอาการบาดเจ็บของเทรนท์ อาร์โนล์ด

ลิเวอร์พูลเพิ่งได้โจเอล มาติปกลับมาเป็นกำลังสำคัญในแดนหลัง หลังจากฟานไดจ์คและฟาบิญโญ่เจ็บไป แต่ก็ต้องโชคร้ายที่อาร์โนล์ดมาบาดเจ็บในเกมล่าสุด ซึ่งเป็นการบาดเจ็บบริเวณน่อง ที่อาจต้องใช้เวลารักษานาน เบื้องต้นหลังเกมคล็อปป์ยืนยันแน่ว่าเขาตะต้องถอนตัวจากการเล่นทีมชาติในช่วงนี้แน่นอน ส่วนเรื่องความหนักหนานั้นต้องรอผลการแสกนก่อน

ล่าสุดแม้เว็บทางการของลิเวอร์พูลจะยังไม่ประกาศออกมา แต่นักข่าวสายวงในอย่าง พอล จ๊อยซ์ แห่งเดอะไทม์ ก็ออกมาให้ข่าวที่ค่อยข้างเชื่อถือได้ว่า เทรนท์ อาจจะต้องพักรักษาตัวอย่างน้อย 4 สัปดาห์ นั่นจะทำให้เขาพลาดการลงแข่งขันให้กับลิเวอร์พูลอย่างน้อย 5 เกม เป็นเกมลีก 3 เกมที่จะต้องเจอกับจ่าฝูงเลสเตอร์ ไบร์ทตัน และวูล์ฟ รวมถึง 2 เกมใน UCL ที่จะต้องเปิดบ้านเจอทั้งอตาลันตาและอาแจ็กซ์

ต่อเนื่องจากอาการบาดเจ็บของเทรนท์และนักเตะอื่น ๆ ในพรีเมียร์ลีกที่ทะยอยกันเจ็บเนื่องจากโปรแกรมการแข่งขันที่หนักและการได้พักน้อยจากสถานการณ์โควิดเมื่อฤดูกาลก่อน ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้นำเรื่องกฎการเปลี่ยนตัวได้ 5 คนกลับมาพิจารณากันอีกครั้ง โดยคล็อปป์ได้เน้นย้ำว่าพรีเมียร์ลีกต้องดูแลนักเตะด้วยไม่ใช่คิดแต่เรื่องการจัดโปรแกรมถ่ายทอดสด และพูดเชิงตัดพ้อว่าหากทีมเล็ก 14 ทีมไม่เห็นด้วยเนื่องจากข้อได้เปรียบเสียเปรียบ ก็อาจจะปล่อยให้ 6 ทีมสามารถเปลี่ยนได้เวลาเจอกันเอง

รอย คีน ชี้หงส์ยังยอดเยี่ยมในเส้นทางป้องกันแชมป์

ผลงานที่ถือว่ายอดเยี่ยมในการไปบุกเอดิฮัด สเตเดียมของลิเวอร์พูลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนยังเชื่อว่าทีมลิเวอร์พูลชุดนี้ยังมีดีพอจะป้องกันแชมป์ได้แม้ต้องประสบปัญหาตัวผู้เล่นบาดเจ็บเยอะและมีฟอร์มที่ไม่ปริ๊ดปร๊าดเหมือนฤดูก่อนก็ตามที หนึ่งในนั้นคือ รอย ตีน อดีตตำนานของแมนฯยู ที่ผันตัวมาเป็นนักวิเคราะห์เกมก็ออกมาพูดถึงประเด็นนี้ในรายการของสกาย สปอร์ตว่า

“เมื่อผมพิจารณาถึงภาษากาย ความมุ่งมั่น ความกระหายของทีมที่เคยได้แชมป์ลีก ผมก็เห็นว่า ลิเวอร์พูลทีมนี้มีครบทุกอย่าง ผมคิดว่ายังมีอีกหลายทีมต้องพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะหยุด ลิเวอร์พูล ชุดนี้ให้ได้ ผมรู้ดีว่าตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด แต่พวกเขาก็ยังสู้จนได้ผลการแข่งขันที่ดีกลับไป วันนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ น่าจะพอใจ เขาคงคิดว่าวันนี้ทีมของเขาลงเล่นแบบฮึกเหิมเต็มที่ พวกเขาแสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง”

ซาราห์ขึ้นแท่นตำนาน

อีกหนึ่งนักเตะที่กลับมาโชว์ฟอร์มเข้าฟัก ในปีนี้คือ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ที่หลังผ่านไป 8 เกมซาลาห์ทำประตูไปแล้วทั้งสิ้น 8 ประตู เป็นดาวซัลโวร่วมกับไคล์เวิร์ต เลเวิน, วาร์ดี้, และซอน ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัดผมทรงใหม่หรือเปล่า แต่ผลงานนี้ถือว่าทำให้เขาขึ้นแท่นเป็นตำนานของหงส์แดงในอีกหลายสถิติเลยทีเดียว

นี่เป็นการออกตัวที่ร้อนแรงกว่าฤดูกาลแรกของเขากับลิเวอร์พูลที่ฤดูกาลนั้นเขากดไป 32 ตุงตลอดซีซั่นและทำไป 4 ประตูจากการเล่นผ่านไป 8 เกม แต่ปีนี้เขากดไปแล้ว 8 ประตูจาก 8 เกม ทำให้เห็นแววว่าหากรักษาสภาพร่างกาย ความฟิตแบบนี้ได้ต่อไปเลข 3 น่าจะไม่ไกลเกินเอื้อม

จากการบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการของสโมสรยังไม่มีนักเตะลิเวอร์พูลคนไหนออกสตาร์ท 8 เกมแรกด้วยการทำประตูที่มากกว่าซาลาห์ มีเพียงตอเรสในปี 2009-2010 และฟาวเลอร์ในปี 1995-1996 เท่านั้นที่ออกสตาร์ทได้เท่ากันกับเขา จริง ๆ ซาลาห์ยังเพิ่งทำสถิติทำประตูใน UCL เทียบเท่ากับเจอร์ราร์ดมาเมื่อเกมกับอตาลันตา และน่าจะทำลายสถิตินี้ได้ในเร็ววัน แถมยังเพิ่งเป็นนักเตะคนที่ 3 ที่ทำประตูครบร้อยลูกให้ลิเวอร์พูลสำเร็จ เรียกว่าขึ้นแท่นตำนานตั้งแต่ยังไม่แขวนสตั๊ดกันเลยทีเดียว

คล็อปป์อธิบายแนวทางการใช้แผนใหม่ 4-4-2

ก่อนเกมกับซิตี้ประเด็นที่หลายคนสนใจคือคล็อปป์จะส่งใครลงก่อนกันระหว่างฟีร์มิโน่กับโชต้า แต่ปรากฏว่าคล็อปป์เซอร์ไพร้ส์แฟนบอลและเป๊บด้วยการจัดนักเตะทั้งสองคนลงพร้อมกัน ในแผนใหม่คือ 4-4-2 สำหรับการเรียกชื่อแผนนั้นอาจจะแตกต่างกันไปบ้างบางสำนักข่าว บางกูรูบอกว่าคล็อปป์ใช้แผน 4-2-3-1 ต่างหาก แต่คล็อปป์ออกมาบอกเองว่ามันคือ 4-4-2 ซึ่งก็ไม่มีใครผิดเพราะระบบการเล่นมันปรับเปลี่ยน ยึดหยุ่นภายในเกมอยู่แล้ว

หากมองในมุมของคล็อปป์ว่าเป็น 4-4-2 มันก็ชัดเจนถึงวิธีการเล่นในเกมที่มาเน่กับโชต้าเน้นเกมริมเส้นและลงมาชวยเกมรับเหมือนปีกสองตัว ส่วนฟีร์มิโน่กับซาลาห์เป็นหน้าคู่ แต่เวลาทำเกมรุกเราก็จะเห็นว่ามันอาจจะเป็น 4-2-4 และบางจังหวะก็เป็น 4-3-3 เหมือนเดิมให้โชต้าประจำเป็นกองกลางฝั่งขวา แล้วมีสามประสานยืนอยู่หน้าเหมือนเดิม

หลังเกมเกิดคำถามว่าคล็อปป์จะยึดแผนนี้เป็นแผนหลักหรือไม่เพราะมันตอบโจทย์คนดูและฟอร์มการเล่นของโชต้าที่ไม่อาจดอร์ปเขาลงได้ ขณะที่ฟีร์มิโน่ก็มีความสำคัญและต้องการเรียกความมั่นใจคืนมา คล็อปป์ได้อธิบายถึงแนวทางการใช้แผนนี้ไว้ว่า

“เมื่อเราทำได้กับซิตี เราก็สามารถใช้มันได้ในการเจอกับทีมอื่นๆ เช่นกัน มันไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเรา แต่มีหลายจังหวะที่เราอาจจะใช้มัน มันจะช่วยเราได้ โดยปกติผู้คนรู้ว่าเราเล่นในระบบไหน ตอนนี้มันจบแล้ว เพราะนับแต่นี้เราสามารถเล่นได้ 3-4 ระบบซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เรายังต้องการทำความทำความคุ้นเคยทักษะ และพลังของสี่ประสานในแดนหน้าในช่วงเวลาเฉพาะเจาะจงที่สร้างปัญหาให้กับซิตี้ นั่นคือเรื่องหนึ่ง

และสำหรับเป๊บ ผมไม่คิดว่าเขาจะรู้ว่าเราจะเล่น 4-4-2 มันไม่ค่อยสำคัญนักหรอก แต่พวกเขาก็ต้องการเวลาสักพักในการปรับตัวเข้ากับแผนที่เราเตรียมมา นั่นคือแผนสำหรับวันนี้ และเราไม่จำเป็นจะต้องใช้มันเป็นครั้งสุดท้าย” สำหรับใครที่ยังไม่หนำใจกับการอธิบายแผนใหม่ของคล็อปป์ บทความต่อไปของผมที่จะลงในเพจ We Are Liverpool จะวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อยของแผน 4-4-2 นี้ให้ระเอียดกันอีกทีครับ รอติดตามได้เลย