แผนชนเรือโมเดล 2 เหตุผลที่คล็อปป์อาจเลือกใช้แผน 4-4-2 ในเกมเจอกับเลสเตอร์คืนนี้

พรีเมียร์ลีกเกมที่ 9 ของฤดูกาลนี้อาจจะเป็นเกมที่แปลกตาที่สุดของเด็กหงส์ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะนักเตะตัวหลักหายไปจากไลน์อัพแน่ ๆ ถึง 5 คน ไล่ตั้งแต่ฟานไดจ์ค โกเมส อาร์โนล์ด เฮนเดอร์สัน และซาลาห์ นี่คือนักเตะที่ถ้าไม่ติดอะไรพวกเขาจะอยู่ใน 11 ตัวจริงเสมอ การขาดนักเตะตัวหลักไปพร้อม ๆ กันแบบนี้ คำถามสำคัญก็คือ คล็อปป์จัดทัพและรูปแบบการเล่นอย่างไรในเกมกับเลสเตอร์คืนนี้

สื่อและกูรูส่วนมากเชื่อว่าอย่างไรเสียคล็อปป์ก็น่าจะใช้แผน 4-3-3 เป็นหลักในเกมนี้ ด้วยการเพลย์เซฟระบบการเล่นและตัวผู้เล่นที่มีอย่างจำกัด แต่ผมเชื่อว่าแผน 4-4-2 ที่คล็อปป์ใช้เล่นกับเรือใบในเกมล่าสุดก็เป็นอีกแผนที่ดูจะเข้าท่าเหมือนกัน ยิ่งคล็อปป์บอกเองว่าหากใช้กับเรือได้ผลมันก็อาจถูกนำมาใช้ได้อีก วันนี้เลยมาลองวิเคราะห์กันว่ามีเหตุผลอะไรบ้างที่แผน 4-4-2 จะถูกนำมาใช้อีกครั้งต่อเนื่องในเกมนี้

ปรับน้อย-ได้มาก

จากภาพไลน์อัพด้านบนคือ 4-4-2 ที่คล็อปป์จัดในเกมเจอเรือใบ หากใช้แผนนี้ลิเวอร์พูลแทบจะไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมากนักจากเกมเจอกับเรือใบ เพราะผมแค่เอาตัวสำรองที่คล็อปป์ส่งลงในเกมดังกล่าวมาใส่แทนตัวจริงที่หายไปอย่าง ซาลาห์กับอาร์โนล์ด ทีนี้ก็เหลือแค่กองหลังกับแดนกลางที่จะหาใครมาลงแทนเฮนเดอร์สันและโกเมส ซึ่งจะทำให้เกิดตัวเลือกเพิ่มขึ้นที่หลากหลายอยู่เหมือนกัน

สำหรับแผนนี้ผมให้โชต้าลงไปเล่นเป็นหน้าคู่กับฟีร์มิโน่เพราะเป็นตำแหน่งที่เขาทำผลงานได้ดีในช่วงหลัง โชต้าในบทบาทการเล่นของซาลาห์คือบทบาทที่ใกล้เคียง ยิ่งไม่ต้องเล่นทับไลน์กับฟีร์มิโน่ บางทีทั้งสองอาจจะส่งเสริมกันด้วยเหมือนที่ฟีร์มิโน่ส่งเสริมซาลาห์ แน่นอนว่ามันจะทำให้กองหลังของเลสเตอร์เดาทางการเล่นแบบนี้ลำบากมาก

ทั้งสองเล่นเป็น f.9 ได้เหมือนกัน เป็นตัวจบสกอร์ได้เหมือนกัน มีทักษะและวิธีการอ่านเกมที่ใกล้เคียงกัน จุดเด่นอย่างหนึ่งของโชต้าคือเขาเป็นนักเตะที่ไม่หวงบอล และมักจะส่งให้เพื่อนที่อยู่ในตำแหน่งดีกว่าตัวเองเสมอ นั่นอาจจะช่วยให้เกมนี้ฟีร์มิโน่ได้รับการซัพพอร์ทมากขึ้นกว่าตอนที่เขาเล่นกับซาลาห์

ผมให้ชากิรี่มายืนเป็นปีกขวา เพราะเขาคือนักเตะที่เปิดบอลครอสบอลจากด้านข้างได้ดีไม่แพ้อาร์โนล์ด ตรงจุดนี้เขาจะมาเติมเต็มการขาดหายไปของอาร์โนล์ดและทำให้เกมด้านข้างเรายังน่ากลัว ทำให้วิงแบ็กสองข้างของเลสเตอร์ทั้งจัดสตินและคาสเท็จจะเติมเกมไม่ได้ง่าย ๆ และแน่นอนคือลูกตั้งเตะของเขาก็อันตรายไม่แพ้อาร์โนล์ด ซึ่งจะเป็นทีเด็ดของหงส์แดงได้ในเกมนี้

ในแดนกลางผมคิดว่าหากฟาบิญโญ่ฟิตทันได้ลง เขาควรกลับมายืนในตำแหน่งกองกลางตัวตัดเกมร่วมกับไวนาดุม เพราะ เลสเตอร์เป็นทีมที่เล่นตรงกลางสนามได้น่ากลัว การมีฟาบิญโญ่คอยเบรกตั้งแต่แดนกลางจะทำให้กองหลังและด้านข้างเราทำงานเบาขึ้น ยิ่งหากเขามีนักเตะที่วิ่งไล่บอลและครองบอลเหนียวแน่นแบบไวนาดุมคอยช่วยจะทำให้แดนกลางหงส์แดงแน่นขึ้น แม้จะมีอีกตัวเลือกคือให้ฟาบิญโญ่ลงไปเป็นเซ็นเตอร์แล้วให้ติอาโกลงมาเป็นกองกลางแทน แต่นี่คือการวางไลน์อัพโดยมีนักเตะที่ยังไม่แน่ว่าจะได้ลงหรือเปล่าในสนามถึงสองคน

แบ็กขวาผมให้เจมส์ มิลเนอร์ยืนก่อนวิลเลียมส์ เพราะความเก๋าเกมในเกมรับ เพราะวิลเลียมส์นั้นมีจุดเด่นที่เกมรุกแต่เกมรับอาจจะยังไม่ดีพอจะยันแนวรุกของเลสเตอร์ได้ ส่วนเซ็นเตอร์ก็เป็นฟิลิปป์สกับมาติป ฟิลิปป์สอาจจะยังประสบการณ์น้อยและเพิ่งทำผลงานได้ดีเพียงเกมเดียว แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเป็นเกมที่เล่นด้วยระบบหลัง 4 ตามปกติของหงส์แดงนั่นคือเล่นเข้าระบบ

และที่สำคัญคือเขาเป็นเซ็นเตอร์ธรรมชาติ เกมนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญ หากมันได้ผล เท่ากับว่าเราอาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อเซ็นเตอร์ใหม่ และไม่จำเป็นต้องดึงนักเตะตำแหน่งอื่น ๆ มายืนแทน

นี่เป็นแผนที่ปรับน้อย และได้มาก เพราะลิเวอร์พูลสามารถจัดเอานักเตะที่เล่นด้วยกันมานานอยู่ในสนามได้ โดยไม่จำเป็นต้องจัดกระบวนทัพใหม่หมดหรือใช้นักเตะผสมจนเกินไป

ยืดหยุ่นแต่จับทางยาก

ยืดหยุ่นขนาดไหน ก็นักข่าวและกูรูทั่วไปมองว่าแผนที่คล็อปป์ใช้กับเรือใบเป็นแผน 4-2-3-1 ชัด ๆ แต่สำหรับคล็อปป์มันคือ 4-4-2 และระหว่างเกมเราจะเห็นว่ามันมีการปรับเป็น 4-3-3 ด้วย แผนที่ยืดหยุ่นของหงส์แดงนี้มาจากการที่นักเตะกองกลางลงไปกองหน้าของเราสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง

แผนที่ผมลองจัดมานี้ มาเน่กับชากิรี่เล่นเป็นปีกวิงแบ็กสองข้าง แต่มันสามารถยืดหยุ่นเป็น 4-4-1-1 ได้ โดยให้โชต้าถอยมาเป็นวิงแบ็กขวา แล้วหุบชากิรี่เข้าไปเล่นเป็นเบอร์ 10 อยู่หลังฟีร์มิโน่ ที่จริงแผนนี้คือแผนที่คล็อปป์ใช้ปิดเกมด้านข้างของเรือใบนัดก่อนคือให้มาเน่กับโชต้าวิ่งขึ้นลงปิดการขึ้นเกมริมเส้นของแมนซิตี ซึ่งก็เหมาะกับเลสเตอร์ที่ปรับระบบมาเป็น 3-4-2-1 มีวิงแบ็กอย่างคาสเท็จกับจัสตินคอยเติมเกมรุกบ่อย ๆ

มันสามารถปรับเป็น 4-3-3 ได้โดยการให้ชากิรี่เล่นเป็นเบอร์ 8 คือเล่นตำแหน่งเดียวกับเฮนเดอร์สันมีกองกลาง 3 คนคือไวนาดุม ฟาบิญโญ่ และชากิรี่ โดยให้มาเน่ ฟีร์มิโน่ กับโชต้าคอยอาละวาดอยู่แดนหน้า และมันก็เป็น 4-2-3-1 ได้ ฟาบิญโญ่กับไวนาดุมยืนกลางเหมือนเดิม โดยให้มาเน่ ฟีร์มิโน่ และชากิรี่เป็นสามตัวรุก และโชต้าเป็นหน้าเป้า

การจะเล่นแผนที่ยืดหยุ่นได้ขนาดนี้นักเตะต้องเล่นด้วยกันมานาน รู้ระบบและวิธีการเล่นของเพื่อนร่วมทีมรวมถึงอาจจะต้องมีเซ้นต์หรือทางบอลใกล้กันด้วย ถึงจะเล่นสลับตำแหน่งและททบาทกันได้อย่างลงตัว ซึ่งชากิรี่และมิลเนอร์เหมาะกับการเล่นอะไรแบบนี้

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการวิเคราะห์ในมุมมองของผมเท่านั้นและเป็นเพียงแผนหนึ่งในบรรดา 4-5 แผนที่คล็อปป์ใช้ จึงไม่มีใครรู้ว่า 11 ตัวจริงคืนนี้จะเป็นยังไง นั่นรวมถึงเลสเตอร์ด้วย และนี่กลับเป็นสิ่งที่ดีที่คล็อปป์ต้องการคือคู่แข่งคาดเดาการเล่นของเราไม่ได้ เหมือนที่คล็อปป์เคยอธิบายไว้หลังเกมกับแมนซิตีที่เซอร์ไพร้ส์ด้วยการส่งทั้งฟีร์มิโน่และโชต้าลงพร้อมกันว่า

“มันช่วยเราได้ โดยปกติผู้คนรู้ว่าเราเล่น ในระบบไหน ตอนนี้มันจบแล้วเพราะนับแต่นี้ไปเราสามารถเล่นได้ 3-4 ระบบซึ่งเป็นเรื่องที่ดี”