กัปตันชี้สองจุดทำพ่าย, คล็อปป์เดือดกระทบแมนยู, อาร์โนล์ด์ไม่ชอบปีนเขา

การทำได้แค่เสมอกับเวสต์บอร์ม นิวคาสเซิล ในขณะที่ทีมยังนำเป็นจ่าฝูงอยู่ แฟนหงส์หลายคนก็อจจะยังไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากนัก แต่การบุกแพ้นักบุญเมื่อคืน ในสถานการณ์ที่ทีมอาจตกไปอยู่อันดับสามทันทีหากแมนยูกับแมนซิตีชนะในเกมตกค้างที่เหลือของตน เปรียบเสมือนกระตุ้นให้ทีมตื่นตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตามฤดูกาลนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เราไม่สามารถตัดทีมอื่นได้ เช่นเดียวกับที่ใครก็ยังไม่สามารถตัดทีมเราออกจากสาระบบการป้องกันแชมป์ได้ ว่าแล้วมาติดตามประเด็นน่าสนใจหลังเกมกันครับ มีแต่ประเด็นเดือด ๆ ทั้งนั้น

คล็อปป์รับผิดหวังและโกรธนักเตะ

กับผลงานเก็บได้แค่ 2 แต้มจาก 3 เกมที่มองยังไงทีมระดับลุ้นแชมป์แบบหงส์แดงก็น่าจะลุ้น 9 แต้มมากกว่า และการพ่ายแพ้นัดนี้ก็เหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายให้คล็อปป์ได้ระเบิดอารมณ์ความรู้สึกต่อลูกทีมเต็มที่ แต่ก็แน่นอนว่าคล็อปป์ก็คือคล็อปป์เขามีวิธีการพูดเรื่องหนัก  ๆ ให้น่ารับฟังได้ เมื่อเขาให้สัมภาษณ์กับสื่อทางการของสโมสรว่าผิดหวังกับเกมนี้มากไหมเขาตอบว่า

“ผิดหวังมาก ผมพูดตรง ๆ ผิดหวังมากจริง ๆ เพียงเพราะว่ามันไม่จำเป็นเลย แต่มันก็ยังเกิดขึ้นจนได้ เราเริ่มเกมได้แย่มาก เราเล่นเข้าทางเซาท์แฮมป์ตันอย่างจัง และปล่อยให้เกมหลุดมือ เราต้องยอมรับว่าหลังจากสองสามนาทีแรก เราก็ไม่นิ่งพอจะสร้างโอกาสเพื่อพลิกเกม

ตอนนี้ผมได้ยินว่าเรายิงเข้ากรอบแค่ครั้งเดียว เราได้ยิงหลายครั้งแต่ไม่ตรงกรอบเลย นั่นเพราะเรายังสร้างจังหวะได้ไม่ดีพอ ความผิดพลาดของเราเป็นความรับผิดชอบของผมเอง

ใช่ ตอนที่ผมคิดว่าลูกทีมของผมควรทำได้ดีกว่านี้ ผมยอมรับว่าโกรธ ผมโกรธไม่นานนักหรอก แต่ผมโกรธ พวกเขารู้เรื่องนี้ดี เราไม่ชนะในเกมล่าสุด เกมก่อนหน้านั้น สี่เกมล่าสุด ผมไม่รู้ ใช่ไหม และนั่นคือความผิดของผมทั้งหมด แต่มันก็อยู่ในมือของเด็ก ๆ เช่นกัน เราต้องเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้”

จุดโทษเจ้าปัญหา คล็อปป์กระทบชิ่งแมนยู

ในเกมนี้มีอยู่สองจังหวะที่ลิเวอร์พูลควรจะได้จุดโทษหรืออย่างน้อยก็ควรมีการเช็ควีเอาร์ แต่ผู้ตัดสิน มาร์ริเนอร์ ก็ไม่ได้ใยดีต่อมันเลย นั่นทำให้ลิเวอร์พูลเสียโอกาสที่จะตีเสมอและหาจุดเปลี่ยนของเกม ก่อนพ่ายไปในท้ายที่สุด เกี่ยวกับเรื่องนี้คล็อปป์เองก็เดือดเหมือนกัน เขาไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของมาร์ริเนอร์ และพาดพิงถึงแมนยู แต่เจ้าตัวก็ยอมรับว่ามันไม่สามารถแก้หรือยกมาเป็นข้ออ้างได้เลย

“ราอยู่ในมุมที่ดี และผมก็หันไปรอบๆ เพื่อมองหาผู้ตัดสินใจที่ 4 แล้วก็บอกว่า –คุณเช็คจังหวะนี้หรือยัง-เขาก็ตอบว่า -เราเช็คแล้ว มันไม่ใช่จุดโทษ- นั่นเป็นเรื่องจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้คงมีใครซักคนอยากบอกผมว่าพวกเขาได้เช็คที่มุมหรือยัง แต่แน่นอนว่าพวกเขาเช็คภาพแล้ว มันไม่ใช่จุดโทษ เราเคยเจอกับช่วงเวลาแบบนี้เมื่อปีที่ผ่านมา ตอนที่เราได้จุดโทษในเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ แล้วมีบางคนบอกว่า ซาดิโอ มาเน่ ล้มง่ายเกินไป ถ้าเด็กคนนี้ล้มง่าย ป่านนี้เราคงได้จุดโทษในเกมกับนิวคาสเซิ่ลไปแล้ว”

“สิ่งที่ อันเดร มาร์ริเนอร์ ทำกับ ซาดิโอ มาเน่ ในค่ำคืนนี้ บอกตามตรงผมไม่มั่นใจว่ามันจะโอเคนะ นักเตะ (มาเน่) พยายามทำทุกอย่างๆ เต็มที่ มีสถานการณ์มากมายที่เขาน่าจะได้ฟรีคิกด้วย อย่างในจังหวะนั้นที่เขาล้ม หากคุณได้ดูอีกครั้ง เขาถูกสะกิดที่เท้าซ้าย และมันต้องเป็นจุดโทษ แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้วในตอนนี้”

“ผมได้ยินมาว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษเยอะมากในช่วง 2 ปีตอนที่ โอเล่ (กุนนาร์ โซลชา) เข้ามาคุมทีม มากกว่าผมอยู่ที่นี่มาห้าปีครึ่ง ผมไม่อยากเอามาเป็นข้อแก้ตัวสำหรับฟอร์มการเล่นในคืนนี้ นั่นเป็นสิ่งที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และตอนนี้เราต้องพยายามให้มากยิ่งขึ้น”

กัปตันเฮนโด้ชี้สองจุดทำพ่าย นักเตะผิดหวัง

ถือเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่เด็กหงส์อาจต้องจดจำไปอีกนานคือการที่คู่เซ็นเตอร์ของเราเป็นสองกองกลางของทีม เฮนโด้ กัปตันทีมที่ถูกปรับลงไปยืนคู่กับฟาบิญโญ่เพื่อให้อันคันทาร่าได้บัญชาเกมในแดนกลางแบบเต็มที่ และจากฟอร์มของดาวรุ่งกองหลังที่ยังไม่นิ่ง หลังเกมเฮนเดอร์สันให้สัมภาษณ์กับเว็บทางการของสโมสรถึงเหตุผลที่ทีมแพ้ว่ามาจากสองประเด็นหลัก คือการเริ่มเกมของตัวเองได้ช้าและการใช้จังหวะเปลือง

“การเริ่มเกมของเราไม่เวิร์คเลย เราเริ่มเกมได้ช้ามาก มันไม่ใช่เรา ผมคิดว่าฟอร์มในครึ่งหลังดีมาก แต่เราทำประตูไม่ได้อีกครั้ง ในสองเกมล่าสุดเรามีโอกาสดีๆ หลายครั้ง และไม่สามารถส่งบอลไปตุงตาข่าย ซึ่งนั่นเป็นอีกปัญหา ผมต้องบอกว่านั่นคือสองประเด็นหลัก

เรารู้ว่าพวกเขาจะออกมาเล่นเร็ว เรารู้ว่าเราจำเป็นต้องเริ่มเกมให้เร็ว แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การจ่ายบอลพลาดง่ายๆ เป็นเหตุให้เสียฟรีคิกครั้งหรือสองครั้ง และคุณจะถูกลงโทษในลีกนี้ ในครึ่งหลังเราเดินหน้าต่อ กดดันต่อ พยายามหาทางตีเสมอ แต่โชคร้ายที่เราทำไม่ได้ ผมคิดว่าเรายังคงสร้างสรรค์โอกาสดีๆ และน่าจะทำประตูตีเสมอได้ และมันน่าจะเหมาะสมสำหรับครึ่งหลัง แต่น่าเสียดายที่มันไม่เป็นอย่างนั้น”

กัปตันยังได้พูดเสริมว่าตอนนี้สภาพจิตใจของนักเตะเองก็หงุดหงิดผิดหวังไม่แพ้แฟนบอลเช่นกัน และเน้นย้ำว่าทีมต้องรีบกู้สถานการณ์กลับมาให้ได้ “เราหงุดหงิดและผิดหวัง แต่มันเกิดขึ้นได้ในเกมฟุตบอล ประเด็นอยู่ที่วิธีการที่คุณรับมือกับมัน ซึ่งเราจะมีเกมเอฟเอ คัพ กับ (แอสตัน) วิลลา และหลังจากนั้นในลีกกับ (แมนเชสเตอร์) ยูไนเต็ด เราต้องตอบสนองให้เร็ว และกลับมาอย่างรวดเร็ว เพราะสองสามเกมหลังในแง่ของผลการแข่งขันมันไม่ดีพอ”

อาร์โนล์ดไม่ชอบปีนเขา

ผลงานที่ดอร์ปลงของทีมส่วนหนึ่งคงปฏิเศธไม่ได้เลยว่าเป็นผลมาจากฟอร์มการเล่นที่ตกลงอย่างน่าใจหายของแบ็กสองข้างของเราที่เปรียบเสมือนเพลย์เมคเกอร์ของทีม คอยสร้างสรรค์โอกาสให้ทีม โดยเฉพาะทางฝั่งขวาอย่างอาร์โนล์ด ที่ฟอร์มตกจนน่าใจหาย กับสถิติการทำบอลเสียมากถึง 38 ครั้งในเกมเดียว ถือเป็นสถิติของพรีเมียร์ลีกปีนี้ไปเลย

นอกจากนั้นประตูแรกที่ลิเวอร์พูลเสียส่วนหนึ่งก็เพราะการรับบอลพลาดของเขาจนบอลหลุดไปถึงอิงค์ จังหวะนี้อลิสซงต้องชะงักระหว่างทางที่จะออกมา เพราะคาดว่าอาร์โนล์ดที่กำลังจะพักบอลน่าจะรับบอลได้ เมื่อบอลหลุดมาถึงอิงค์ก็แทบไม่มีเวลาให้อลิสซงทำอะไรเลย

จ่ายบอลพลาด มีส่วนกับการเสียประตูแรก และยังไม่สามารถสร้างโอกาสให้เพื่อนได้เลย การประสานงานระหว่างเขากับซาลาห์ที่เคยเป็นทีเด็ดของทีมก็หดหายไป เรียกว่าตอนนี้อาร์โนล์ดกำลังออกทะเลไปไกลจากฟอร์มของตัวเองมาก แต่นอนว่าทุกอย่างมันก็มีเหตุผลของมัน

หนึ่งในปัจจัยที่อาจทำให้อาร์โนล์ดทำผลงานได้ไม่ดีก็คือเขาไม่มีกองหลังที่คอยซัพพอร์ตเขาได้เหมือนยามทีมมีฟานไดจ์ค โกเมส หรือมาติป ทำให้การจะบุกก็ไม่สุด เพราะต้องกังวลกับเกมรับ เล่นเกมรับก็ไม่ถนัดเหมือนมีเพื่อนพี่คอยประคอง ก็ได้แต่หวังว่าทีมจะจูนระบบกันได้ใหม่ และอาร์โนล์ดจะเลิกออกทะเลหันมาปีนเขาเพื่อยืนอยู่บนยอดตารางคะแนนต่อไป