วิเคราะห์ โอกาสและความท้าทาย ในการลุ้นตั๋ว UCL ของลิเวอร์พูล

ย้อนกลับไปช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาหลังลิเวอร์พูลชนะไลป์ซิกผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย UCL ส่วนในเกมลีกนั้นเราอยู่ดันดับที่ 6 มี แต้มตามหลังพื้นที่อันดับ 4 อย่างเชลซีอยู่ 5 แต้ม แถมยังมีโอกาสถูกทีมอันดับที่ 7-9 ทำแต้มแซงได้เพราะแข่งน้อยกว่า

ตอนนั้นคล็อปป์ถึงกับออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านควอลิฟายตามระบบฟุตบอลลีก ด้วยอันดับของเราตอนนี้” นั่นคือคล็อปป์ยอมรับตรง ๆ ตอนนั้นว่าลิเวอร์พูลคงหมดโอกาสลุ้นที่ 4 แล้ว และมาโฟกัสที่ UCL จากวันนั้นถึงวันนี้สถานการณ์กลับพลิกผัน ลิเวอร์พูลตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย UCL แต่ผลงานลีกของลิเวอร์พูลดีขึ้นทันตาเห็น

สถานการณ์ในลีกตอนนี้ลิเวอร์พูลก็ยังอยู่ที่ 6 เพียงแต่สถานการณ์แวดล้อมมันแตกต่างออกไป ช่องว่าจากพื้นที่อันดับ 4 เหลือแค่ 3 แต้ม ที่สำคัญคือเป็นการอยู่อันดับ 6 แบบมั่นคงเพราะ ทีมที่ตามหลังมาไม่มีโอกาสแซงหงส์ได้ในเชิงทฤษฎีของการแข่งเท่ากัน

จากที่คล็อปป์บอกว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ตอนนี้การลุ้นอันดับ 4 ในลีกกลับกลายเป็นความหวังสุดท้ายของหงส์แดงในปีนี้ที่จะได้ไปเล่นใน UCL ฤดูกาลหน้า และจบซีซั่นนี้แบบมีอะไรติดมือกับเขาบ้าง สถานการณ์ตอนนี้คล็อปป์อธิบายให้ฟังว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สถานะของลิเวอร์พูลก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่แย่กว่าทีมอื่น ๆ แล้ว ลิเวอร์พูลมีโอกาสจบที่ 4 ได้หรือ บทความนี้จะมาพูดถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของลิเวอร์พูลในเส้นทางแห่งความหวังสุดท้ายนี้

ความท้าทายที่ต้องฝ่าฟัน

มาวิเคราะห์กันที่ความท้าทายหรือพูดแบบไม่เกรงใจก็คือ ข้อเสียเปรียบในการแข่งขันของลิเวอร์พูล ความท้าทายแรกก็คือ ตารางคะแนนไม่โกหกใคร ลิเวอร์พูลยังเป็นทีมอันดับหก มีแต้มตามหลังเวสต์แฮมอันดับ 4 อยู่ 3 แต้ม และตามหลังเชลซีอันดับ 5 อยู่ 2 แต้ม ว่ากันตามตรงก็คือ ตอนนี้ทุกอย่างไม่ได้อยู่ในมือของหงส์แดงเอง แต่อยู่ในมือของคู่แข่ง

แต่หากมองแบบเข้าข้างหงส์หน่อยก็คือ สถานการณ์ของลิเวอร์พูลดูดีขึ้นเยอะหลังเก็บชัย 3 นัดติด และบรรดาทีมลุ้นแย่งพื้นที่อันดับที่ 4 จริง ๆ ตอนนี้ อาจจะมีมากถึง 6 ทีม คือ เลสเตอร์ เวสต์แฮม เชลซี ลิเวอร์พูล สเปอร์ส และเอฟเวอร์ตันโดยเลสเตอร์เป็นทีมที่ถูกดึงลงมาในศึกครั้งนี้ด้วย เพราะทำผลงานได้แย่ แพ้มา 2 เกมติดทำให้มีแต้มห่างจากอันดับ 4-6 แค่ 4 แต้มเท่านั้น

ในบรรดาทั้ง 6 ทีมนี้ ลิเวอร์พูลทำผลงานได้ดีที่สุดในรอบ 3 เกมที่ผ่านมา ขณะที่ทีมอื่นมีแต้มตกเรี่ยรายตามทางบ้าง ความท้าทายแรกคือลิเวอร์พูลต้องรักษาฟอร์มการเล่นในลีกได้แบบนี้ โอกาสที่ทีมอื่นจะพลาดแล้วหงส์แดงจะไต่เต้าขึ้นก็มีอยู่มาก ซึ่งจะมาวิเคราะห์กันในข้อต่อไปในเรื่องของตารางการแข่งขัน

การตกรอบบอลถ้วยทุกถ้วยแล้ว จะมองให้เป็นเรื่องดีก็ได้เพราะเท่ากับลิเวอร์พูลจะได้พักเต็มที่และโฟกัสอยู่กับเกมในลีกได้ เมื่อเทียบกับทีมอื่น ๆ ที่ยังต้องมีพะวงอยู่ โดยเฉพาะเชลซี ที่ยังต้องเล่น UCL รอบตัดเชือก และมีนัดชิงลีกคัพกับแมนซิตี้ อยู่ ขณะที่สเปอร์สเองก็มีชิงเอฟเอคัพกับแมนซิตี้อีกเช่นกัน โอกาสที่จะหลุดโฟกัสและเสียแต้มในลีกก็มีพอสมควร

ความท้าทายอีกหนึ่งอย่างจากตารางการแข่งขันที่เหลืออีก 7 เกมคือ วันที่ 24 เมษายนนี้ ที่ลิเวอร์พูลต้องออกไปเยือนโอล์ด แทรฟฟอร์ด ที่จะเป็นแดงเดือดที่มีส่วนในการชี้ชะตาการได้อันดับ 4 ของหงส์แดงมาก เพราะหากเรามองว่าเกมอื่นมันมีโอกาสที่ลิเวอร์พูลจะชนะได้ การเก็บแต้มให้ได้จากเกมสำคัญเช่นนี้เป็นความท้าทายที่นักเตะลิเวอร์พูลต้องผ่านไปให้ได้ หากหวังจะยึดสิทธิ์ในการเล่น UCL

ตารางการแข่งขัน โอกาสทองที่จับต้องได้

เรื่องตารางการแข่งขันที่เหลือนี่เป็นจุดแข็งและเป็นโอกาสทองมากที่สุดที่ลิเวอร์พูลจะสามารถเบียดทุกทีมขึ้นไปยืนบนแท่นได้ หากมองจากตารางการแข่งขันลิเวอร์พูลมีโอกาสไปยืนสูงถึงอันดับสามได้ หากนับจำนวน ลิเวอร์พูล, เวสต์แฮม, และเอฟเวอร์ตัน สามทีมเท่านั้นที่ไม่ต้องลงเล่นในบอลถ้วย และเหลือเกมในมือเพียงทีมละ 7 เกม

ส่วนทีมอื่นที่ต้องแย่งกันเชลซีมีตารางการแข่งขันเยอะที่สุดเพราะมีลุ้นบอลถ้วยอีกสองคือ เอฟเอคัพ รอบ 4 ทีมสุดท้ายที่ต้องพบกับแมนซิตี้ และ UCL รอบ 4 ทีมสุดท้ายที่ต้องพบกับมาดริด และนั่นอาจจะเพิ่มตารางมาอีกหากเชลซีผ่านเข้ารอบชิง เลสเตอร์กับสเปอร์สก็เป็นอีกสองทีมที่ยังได้ลุ้นบอลถ้วย เลสเตอร์ยังต้องแข่งกับนักบุญในเอฟเอคัพ ส่วนสเปอร์สมีนัดชิงลีกคัพกับแมนซิตี้รออยู่

แต่จุดที่ลิเวอร์พูลได้เปรียบเหนือทีมอื่นจริง ๆ คือ ลิเวอร์พูลไม่ต้องมีเกมตัดแต้มกันเองกับทีมลุ้นแย่งอันดับ 4 ที่เหลือ แต่ทีมอื่นนั้นมีโปรแกรมต้องเจอกันและตัดแต้มกันเองทุกทีม นั่นเท่ากับว่าหากมีผลแพ้ชนะเกิดขึ้นระหว่างทีมเหล่านั้น ผลประโยชน์จะตกมาที่หงส์แดงทันที

ขอพูดถึงแค่ 3 ทีมที่อยู่เหนือหงส์แดง เพราะหากลิเวอร์พูลจะบรรลุเป้าหมายคือทั้งสามทีมต้องสะดุด มาเริ่มที่เลสเตอร์ก่อน มี 3 เกมสุดท้ายที่หนักหนามาก เกมที่ 36 พกเขาต้องออกไปเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อด้วยการไปเยือนเชลซีและเล่นในบ้านนัดสุดท้ายเจอกับสเปอร์ส การเจอกับเชลซีสำคัญมาก ที่หากพวกเขาสามารถหยุดหรือแบ่งแต้มกับเชลซีได้ ลิเวอร์พูลก็มีโอกาสที่จะแซงหน้าเชลซีได้ หรือหากพวกเขาแพ้หรือสะดุดหนัก ๆ ในสามเกมดังกล่าว โอกาสที่จะล่วงมาต่ำกว่า 4 ก็มีเช่นกัน

มาต่อกันที่เวสต์แฮม ทีมที่ครองอันดับ 4 อยู่ตอนนี้ ดูจากตารางการแข่งขันแล้วต้องบอกว่าพวกเขาถือเป็นอีกทีมที่มีโอกาสมาก ๆ เพราะโปรแกรมไม่หนักเลย แต่กระนั้นก็มีถึง 2 เกม ที่ต้องตัดแต้มกับทีมลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ คือ การเปิดบ้านเจอกับเชลซีและเอฟเวอร์ตัน โดยเฉพาะเกมกับเชลซีจะเป็นเกมที่เข้าทางหงส์แดงมากเพราะเป็นการตัดแต้มกันเองระหว่างอันดับ 4 และ 5 ในตอนนี้ ไม่ว่าใครพลาดก็จะเปิดโอกาสให้หงส์แดงแซงไปได้

มากันที่เชลซี ทีมที่ถือว่าหนักหนาพอสมควรกับตารางการแข่งขันที่เหลืออยู่ ไม่ใช่เพราะมีจำนวนเกมที่มากกว่าคนอื่นเท่านั้น แต่ตารางการแข่งที่เหลือในลีกพวกเขาต้องเจอแต่งานยาก ๆ ทั้งนั้น ตัดแต้มกับเวสต์แฮม ไปเยือนแมนซิตี้ เจออาร์เซนอล และตัดแต้มกับเลสเตอร์อีก ก่อนที่นัดสุดท้ายจะต้องเยือนวิลล่า ผลงานของเชลซีที่ต้องเจอกับทั้งเวสต์แฮมและเลสเตอร์จะเป็นโอกาสทองของหงส์แดงที่จะสอดแทรกได้

การที่ลิเวอร์พูลไม่ต้องตัดแต้มกับพวกเขาเองและไม่ต้องเจอกับทีมหนัก ๆ (ยกเว้นเจอแมนยู) เป็นทั้งโอกาสที่ดี เพราะคู่แข่งตัดแต้มกันเองเยอะมาก แต่มองอีกมุมหนึ่งการที่ไม่ได้เจอกับทีมอันดับ 3-4-5 เลย ก็เท่ากับว่าโอกาสไม่ได้อยู่ที่ลิเวอร์พูล การได้เจอกับพวกเขาตรง ๆ มันหมายถึงโอกาสที่จะได้ตัดแต้มโดยตรง ไม่ต้องภาวนาให้ทีมอื่นมาตัดแต้มให้

นอกจากนั้นต้องมองเผื่อไว้อีก 1 สเต็ป ไม่ใช่แค่การได้อันดับที่ 4 เท่านั้น ความท้าทายอีกอย่างของลิเวอร์พูลตอนนี้ก็คือ พวกเขาอาจต้องมองไปที่อันดับสามหากจำเป็นเพื่อความแน่นอน 100 % เพราะตอนนี้ เชลซีกับอาร์เซนอลยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ยุโรปทั้งคู่ และหากทั้งสองทีมได้แชมป์ขึ้นมาจริง ก็จะได้สิทธิ์ไปเล่น UCL ทันที ทำให้โควต้า 5 ที่ของพรีเมียร์ลีกจะมาจบบแค่อันดับ 3 ของลีกเท่านั้น

เมื่อวิเคราะห์จากโอกาสและความท้าทายของหงส์แดงต้องบอกว่าพวกเขายังมีโอกาสมากทีเดียวที่จะสอดแทรกขึ้นไปให้ถึงฝั่งฟันสุดท้ายของฤดูกาลที่บ้าบอนี้ ก็อย่างที่คล็อปป์สรุปไว้ชัดเจนว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ลิเวอร์พูลไม่ได้อยู่ในจุดที่แย่กว่าทีมอื่น ๆ เลยตอนนี้