คลอปป์เปรียบหงส์หลังหัก, หงส์คงหมดลุ้นท็อปโฟร์, สรุปบทลงโทษหงส์แดง

ฤดูกาลอันแสนปั่นป่วนและยาวนานของลิเวอร์พูลกำลังจะจบลงแล้วในอีก 5 เกม แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าแฟนหงส์แดงจำนวนมากกว่า 90% ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรกับฤดูกาลนี้แล้ว และมองข้ามไปฤดูกาลหน้าอย่างเต็มตัว แต่เมื่อยังมีเกมให้เล่น เราก็ต้องมาช่วยทีมลุ้นกันต่อไป

ลิเวอร์พูลยังมีความหวังท็อปโฟร์เล็ก ๆ ซึ่งในประเด็นข่าววันนี้ผม จะมาวิเคราะห์ให้เลยว่าเหตุใดมันจึงเป็นฝันที่หงส์คงต้องมองผ่าน นอกจากนั้นเมื่อวานก็เป็นครั้งแรกที่คล็อปป์ออกมาเปิดเผยว่าเหตุผลที่หงส์แดงทำผลงานไม่ปังนั้นมันเพราะอะไร และจะมาสรุปบทลงโทษของหงส์แดงต่อกรณีเข้าร่วมซุเปอร์ลีกกับอัพเดทก่อนเกมคืนนี้กัน

คล็อปป์เปรียบหงส์หลังหัก ทำหงส์เดินเซ

ปีนี้ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสป้องกันแชมป์ตั้งแต่ครึ่งฤดูกาลจบลง และกลายเป็นทีมหมดลุ้นแชมป์ จนตอนนี้ร้ายแรงถึงขั้นจะหมดลุ้นท็อปโฟร์เอาดื้อ ๆ นี่คงเป็นสิ่งที่หลายคนยอมรับและทำใจได้แล้วในระดับหนึ่ง แต่คล็อปป์เองดูเหมือนเพิ่งจะยอมรับโดยปริปากเองถึงเหตุผลในภาพรวมว่าทำไมหงส์แดงปีนี้ถึงได้พลาดไปซะทุกอย่าง ในการแถลงข่าวก่อนเกมคล็อปป์ถูกถามว่าอะไรคือสาเหตุสำคัญของการที่หงส์แดงไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้ คล็อปป์ได้อธิบายให้นักข่าวฟังในเชิงเปรียบเทียบไว้ว่า

“เรามีปัญหาอาการบาดเจ็บมากเกินไป ผู้คนอาจจะคิดว่ามันเป็นข้ออ้าง แต่เราสูญเสียกองหลังตัวหลักพร้อมกันหมดทุกคน มันเหมือนกับเราอยู่ในสภาพพิการขาหัก คุณอาจจะยังสามารถเดินกระโผลกกระเผลกได้ แต่เมื่อคุณเปลี่ยนเอากองกลางไปเล่นกองหลังอีก ก็กลายเป็นสภาพที่กระดูกสันหลังหัก มันก็เป็นเรื่องยากที่คุณจะเคลื่อนไหวได้”

ผมว่าสิ่งที่คล็อปป์อธิบายในประโยคสั้น ๆ ด้วยการเปรียบเทียบกับร่างกายคนนี้ สรุปได้ชัดเจนมากถึงสภาพทีมของหงส์แดงที่ผ่านมา เราเสียกองหลังตัวหลักไปก็พิการจะแย่อยู่แล้ว แต่การต้องเอากองกลางคนสำคัญที่เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของทีมทั้งฟาบิญโญ่และเฮนเดอร์สันถอยลงไปเล่นเซ็นเตอร์อีก ก็ยิ่งทำให้สภาพทีมพิการหนักเข้าไปอีก

สุดท้ายคล็อปป์บอกว่าเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ร่วมของทั้งทีมที่จะต้องนำไปปรับใช้ในฤดูกาลหน้า เราก็มารอลุ้นกันว่าฤดูกาลต่อไปหงส์แดงของเราจะกลับมาได้ไหมและกลับมาได้อย่างไร

เหตุผลที่หงส์แดงหมดลุ้นท็อปโฟร์

แน่นอนว่านี่เป็นการวิเคราะห์และให้เหตุผลเป็นการส่วนตัวของผมเอง ที่พูดไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ทีมได้ท็อปโฟร์ แต่เพราะอยากให้แฟนบอลบางส่วนเริ่มทำใจยอมรับได้บ้างว่า โอกาสของเรานั้นมันน้อยนิดเพียงใด แน่นอนว่าแม้จะเป็นหวังเพียงเล็กน้อยเราก็ต้องสู้อยู่แล้ว แต่เราต้องยอมรับให้ได้ด้วยหากทำไม่ได้ ถึงตอนนั้นจะไม่มีใครมาตีโพยตีพายไล่กุนซือหรือด่านักเตะอีก

จากสถานการณ์การลุ้นท็อปโฟร์ตอนนี้ที่ลิเวอร์พูลของเรารั้งอยู่ในอันดับที่ 7 มี 54 แต้ม แข่งไป 33 เกม มีแต้มตามหลังเชลซีทีมอันดับ 4 อยู่ 7 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่าเชลซี 1 เกม ตามหลังเวสต์แฮมทีมอันดับ 5 อยู่ 4 แต้ม แข่งน้อยกว่า 1 เกม และตามหลังสเปอร์สทีมอันดับหกอยู่ 2 แต้มแข่งน้อยกว่า 1 เกม

สถานการณ์เช่นนี้ มันจึงยากมากที่ลิเวอร์พูลในสภาพทีมที่ย่ำแย่และไม่สมบูรณ์เหมือนที่คล็อปป์กล่าวมา จะทำผลงานชนิดที่ว่าชนะต่อเนื่อง 5 เกมสุดท้าย เพราะเราก็เห็นอู่แล้วว่าในแต่ละเกมที่ผ่านมานั้น ไม่เคยมีเกมไหนที่หงส์แดงของเราจะชนะแบบง่าย ๆ เลย การหลุดเสมอเก็บได้แค่ 2 แต้ม จาก 6 แต้มที่ควรจะได้มาก ๆ ในเกมกับลีดส์และนิวคาสเซิลเหมือนเป็นการปิดประตูสู่ท็อปโฟร์ไปกลาย ๆ แล้ว

ไม่ใช่แค่ต้องชนะ 5 เกมติดเท่านั้น หงส์แดงยังต้องพวังพึ่งให้ทีมที่เพิ่งเข้าชิง UCL อย่างเชลซีสะดุดแพ้ไม่ต่ำกว่า 2 เกม คะแนนของหงส์แดงจึงจะแซงเชลซีได้ และเมื่อเอาฟอร์มของลูกทีมทูเคิลที่เล่นเข้าขากัน มีความมั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ จะให้สะดุดในลีก ก็เป็นเรื่องยากกว่าการที่เราจะชนะ 5 เกมติดซะอีก เพราะสภาพทีมของเชลซียามนี้แข็งแกร่ง มีตัวเลือกมากมายพร้อมสลับกันลงมา

ไม่ใช่แค่เชลซีแต่ยังต้องคอยภาวนาให้ทีมอย่างเวสต์แฮมที่โปรแกรมที่เหลือไม่หนักหนาแล้ว 4 เกมที่เหลือเป็นเกมที่พวกเขาสามารถคาดหวังชัยชนะทั้ง 4 เกมได้เลย ดังนั้นหากมองว่าเชลซีคือเป้าหมายที่ทีมอย่างลิเวอร์พูลกับเวสต์แฮมต้องการโค่นล้ม มองจากสถานการณ์ตอนนี้ เวสต์แฮมยังมีโอกาสถึงฝั่งฝันมากกว่าซะอีก

นักบุญ แมนยู เวสต์บอร์ม เบิร์นลีย์ และพาเลส คือทีมระดับกลางที่แสบ ๆ คัน ๆ และมีสไตล์การเล่นที่หงส์แดงไม่ชอบทั้งนั้น ทั้งการอุด การตั้งรับ การใช้นักเตะความเร็ว ตัวใหญ่ ลูกตั้งเตะ ในการเข้าโจมตีเรา นี่คือ 5 เกมที่เราบอกไม่ได้ถนัดนักว่าเราจะทำผลงานได้ดีขนาดไหน ขณะที่เชลซี อีก 4 เกมเจอทั้ง ซิตี ปืน จิ้งจอก วิลล่า น่าจะงานหนักกว่าหงส์แดงและเวสต์แฮม แต่ด้วยฟอร์มของพวกเขาและแต้มที่ตุนไว้เหนือกว่า เจองานที่หนักกว่าแต่ดูมีความหวังมากกว่าหงส์เป็นไหน ๆ

เน้นย้ำว่า ทั้งหมดภาพรวมที่บอกมา ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้หงส์เราไม่ติดท็อปโฟร์ แต่หากมองตามความเป็นจริง หงส์แดงเราควรมองไปฤดูกาลหน้าแบบทำใจตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยไม่ได้เล่นรอบแบ่งกลุ่ม UCL ก็น่าจะดี

สรุปบทลงโทษทีมซุปเปอร์ลีก

อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนติดตามคือ หลังจากดรามาเรื่องซุปเปอร์ลีก ว่า ยูฟ่า จะมีบทลงโทษออกมาไหม ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะมีบทลงโทษแน่นอน เพื่อให้เป็นแบบอย่าง และไม่ให้เสียหน้า แต่ก็คาดการณ์กันไว้ว่าคงจะไม่ใช่บทลงโทษที่หนักถึงขั้นแบนจากรายการแน่

และผลก็ออกมาตามคาดจริง ๆ ยูฟ่า ตัดสินที่จะไม่แบน 9 สโมสรที่ถอนตัวก่อน เพราะถือว่ากลับตัวทัน แต่ก็มีบทลงโทษเบื้องต้นคือปรับเงินจากรายได้ที่ได้จากยูฟ่าในฤดูกาลนี้ 5% คิดเป็นเงินตั้งแต่ 1.5-6 ล้านปอนด์

แต่เพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ทางยูฟ่าจับทีมเหล่านี้เซนต์สัญญาโดยการระบุว่าหากคิดจะไปอีกจะโดนปรับ 100 ล้านยูโร

นอกจากจะไม่แบนแล้วรอบนี้ ยูฟ่ายังอนุญาตให้ทั้ง 9 ทีม กลับมาเป็นสมาชิก ECA อีกครั้ง ที่ต้องบอกว่า 9 ทีม เพราะยังมีอีก 3 ทีมใหญ่คือ บาร์ซา, มาดริด และยูเว ที่ยังดื้อแพ่งไม่ยอมถอนตัว จะถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย โทษจะหนักกว่าแน่นอน

ทีนี้มามองที่พรีเมียร์ลีก ยังไม่มีความเคลื่อนไหวออกมาว่าจะมีการลงโทษ 6 ทีมใหญ่ของพรีเมียร์ลีกยังไง ซึ่งก็เป็นที่คาดว่าจะมีการปรับเป็นเงินนี่แหละ เพราะสามารถหักจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดแทนได้ งานนี้ต้องถือว่านอกจากเสียหน้า โดนแฟนบอลด่าแล้วยังต้องมาเสียเงินโดยใช่เหตุอีก

แต่ที่น่าจับตามองไปมากกว่าการลงโทษสโมสรคือ จะมีการปฏิรูปพรีเมียร์ลีกบ้างไหม โดยเฉพาะการที่เจ้าของทีมนักธุรกิจใหญ่ ๆ เข้ามาทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายพวกนี้ ที่ในด้านหนึ่งก็ช่วยลงทุนยกระดับทีม อีกด้านหนึ่งก็พร้อมทำอะไรที่มันขัดใจแฟนบอลแบบนี้