‘รู้อย่างนี้ ไม่น่าเลย’ 3 ประเด็นน่าสนใจจากเกมเปิดบ้านชนะนักบุญ

ลิเวอร์พูลเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมนักบุญที่นับตั้งแต่ชนะหงส์แดงมาได้คราวก่อนผลงานก็ตกร่วงลงมาเรื่อย ๆ จากลุ้นท็อปโฟร์ตอนนี้อันดับต่ำ 10 แล้ว แต่ผลงานก็ไม่ได้หนีจากหงส์แดงมากนักแม้จะไม่แพ้ใครมา 5 เกมติด แต่ก็มาสะดุดเสมอสองเกมที่ควรจะได้ 6 แต้มแบบช้ำ ๆ

เกมนี้ลิเวอร์พูลพูดได้สองประตูจากซาดิโอมาเน่ในช่วงท้ายครึ่งแรกและติอาโก ในช่วงท้ายครึ่งหลัง ล้างอาถรรพ์ โดนตีเสมอสองเกมติดได้แล้ว พร้อมเก็บสามคะแนนสำคัญต่อลมหายใจลุ้นท็อปโฟร์ที่ตอนนี้เป้าหมายไม่ใช่เชลซีที่ลอยลำขึ้นไปเป็นอันดับสามแล้ว แต่เป็นเลสเตอร์ที่ผลงานแย่มาหลายเกมทำให้หล่นมาอยู่ที่ 4 มีแต้มมากกว่าหงส์ 6 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 1 เกม และนี่คือ 5 ประเด็นสำคัญจากเกมนี้ ที่บางเรื่องต้องบอกว่า รู้งี้ไม่น่าเลย

ติอาโกเปิดซิงได้แล้วแบบสวยงาม

ประตูที่เด็กหงส์รอคอยมานานทั้งในแง่ของคนทำประตูและสไตล์การทำประตูที่ไม่ได้พบเห็นบ่อย ๆ ในทีมหงส์แดง จนเรียกว่าเป็นของแรร์ไอเทมไปแล้วหากได้เห็น คือการที่ติอาโกนักเตะตัวความหวังของเราปีนี้ยิงประตูได้จากหน้ากรอบเขตโทษแบบสวยงาม ตอนแรกมองนึกว่าแอบแฉลบผู้เล่นนักบุญ แต่พอมองภาพช้า โอ้วว มันเข้าไปแบบคลีน ๆ คม ๆ เลยครับ

19 เกม 15 ตัวจริง 4 ตัวสำรอง 1 ประตูเพียว ๆ ตอนนี้ไม่มีแอสซิสต์เติมเลย แต่เอาละมันก็พอเข้าใจได้ ด้วยบทบาทและความจำเป็นที่เขาต้องลงมาเล่นต่ำหน่อยเพื่อประคองเกมแดนกลางหงส์ในยามที่กองหลังก็ไม่พร้อม กองกลางก็ไม่แกร่ง บทบาทเชิงรุกจึงยังไม่เด่นมาก แต่ผลงานพักหลังคือ นิ่ง ขึ้นเยอะ มีมาตรฐานให้เห็นขึ้นเรื่อย ๆ ได้รับความไว้ใจต่อเนื่อง

หลังเกมเจ้าตัวออกมาพูดถึงประตูแรกที่ทำได้ในสีเสื้อหงส์แดงแบบฟังดูแล้วฮึกเหิมดี และเป็นคำตอบของนักเตะเวิร์ลดคลาสจริง ๆ อัลคันทาร่าบอกว่า มันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่ทำประตูให้ทีมได้ แถมยังออกตัวอีกว่า เจ้าตัวนั้นไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องทำประตู แต่ก็พยายามจะพาตัวเองไปป้วนเปี้ยนหน้ากรอบเขตโทษคู่แข่งให้ได้มากที่สุด เพื่อหาโอกาสผ่านบอลให้เพื่อน แต่สงสัยเมื่อคืนแกคงคิดว่าผ่านไปเยอะแล้วพวกทำเสียของเลยจัดการสอยเองซะเลย

นอกจากนั้นอัลคันทารายังพูดถึงโอกาสในการเล่น UCL ของลิเวอร์พูลว่า แม้ตอนนี้โอกาสใหญ่  ๆ ที่แกเปรียบเหมือนประตูจะปิดตัวลงแล้ว คือโอกาสที่ 2 นัดก่อนหงส์แดงปล่อยให้พลาดได้แค่เสมอทั้งที่คู่แข่งพากันพลาดให้หมด นั่นคือประตูบานใหญ่ที่ปิดตัวลง และไม่อาจง้างมาอีกแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยืนยันว่า แม้จะมีโอกาสเป็นช่องเล็กที่พอสอดตัวเข้าไปได้ หงส์แดงก็ต้องพยายามให้มากที่สุด

“เราพยายามทำตามเป้าหมายเท่าที่จะเป็นไปได้ ถึงแม้นั่นจะเป็นโอกาสน้อยนิดมากๆ แต่ที่ผ่านมาเราก็มีโอกาสหลายครั้ง บางครั้งประตูมันปิดตายใส่เรา แต่หน้าต่างยังเปิดอยู่ ดังนั้นเราจะพยายามผ่านเข้าไปทางหน้าต่างนี่แหละ”

ถ้านัดหน้าชนะแมนยู ก็ไม่แน่ ประตูที่เคยปิดอาจเปิดอ้าอีกครั้ง ยังไงไหน ๆ พี่ก็ทำประตูได้แล้ว ขอสวย ๆ แบบนี้อีกสักลูกสองลูกปลอบใจแฟนหงส์หน่อยละกัน นี่น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีของหงส์แดงในฤดูกาลหน้าเลยทีเดียว

อาการแหยง ๆ ในชัยชนะ

ลิเวอร์พูลชนะก็จริงนะครับ แต่หากใครได้ดูทั้งเกมเราจะพบว่า มันมีอะไรบางอย่างที่ขาด ๆ เกิน ๆ ตลอด เราทำเกมรุกได้ดีเลยนะครับในหลายจังหวะมันควรเป็นประตูแบบไม่ยากเย็น ถ้าใส่ใจรายละเอียดและเพื่อนรอบข้างอีกสักนิด คงปิดบัญชีได้ในหลายจังหวะ

จังหวะแรกที่เห็นเลยคือ การที่มาเน่ผ่านบอลให้ซาลาห์ในครึ่งแรกก่อนได้ประตูนำ ซาลาห์หลุดไปก็จริงแต่มุมมันแคบมาก ขณะที่มาเน่ส่งบอลเสร็จขยับหาช่องให้ซาลาห์จ่ายมาได้ดี แต่ซาลาห์ฝืนยิงเองมุมแคบก็ทำให้มาเน่เก้อไปเลย จังหวะนี้ไม่ตำหนิไม่ได้เลยครับ ต่อให้อ้างว่าสัญชาตญาณกองหน้าต้องยิงไว้ก่อนก็ตาม แต่โอกาสแบบนี้ต้องจบให้ชัวร์

แนวรับวันนี้ใช้แนทกับวิลเลียมส์กองหลังอาชีพทั้งคู่ แต่ถ้าดูจากตัวเลือกในยามปกติคงเป็นตัวเลือกอันดับ 5-6 ด้วยกันทั้งคู่ มันจึงไม่เนียนซะทีเดียว แต่ก็ต้องถือว่าทำได้ดี วิลเลียมส์มีจังหวะสกัดบอล เข้าบอลได้เสียหลายครั้งที่ดี แนทก็เก็บกินหมดลูกกลางอากาศ

และเกมนี้ไม่ชมอลิสซงก็คงไม่ได้ กับเซฟสวย ๆในเกมถึง 3-4 ครั้งที่เข้าตา มันก็มีบางจังหวะที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้คือจังหวะที่อาร์โนล์ดเสียบอลหน้ากรอบเขตโทษหลังอลิสซงเพิ่งซุปเปอร์เซฟมา ดีที่เจ้าตัวถอยกลับประตูทันไม่งั้นคงโดนก่อนที่จะได้ประตูขึ้นนำในนาทีต่อมา

อีกอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ อาการแหยง ๆ ในช่วงท้ายเกมของเด็กหงส์ เพราะจนแล้วจนรอดก็ปิดบัญชีไม่ได้ บาดแผลจากสองเกมก่อนมันหลอนขึ้นมาเลย คือนำเขา บุกใส่เขา ปิดเกมไม่ได้ โดนลงโทษท้ายเกม จะเห็นว่าช่วงท้ายเกมเด็กหงส์เริ่มเป๋แล้ว ทรงบอลไม่มี สมาธิไม่มา สติสตังค์แอบมีเตลิดกันบ้าง

ยิ่งช่วงท้ายเกมมาก ๆ ขบวนเริ่มเสีย ดีที่รอบนี้อาวุธหนักของนักบุญอย่างอิงส์ไม่อยู่ ไม่งั้นอาจมีหงายได้ เราเห็นได้เลยว่าการที่ติอาโกทำประตูย้ำได้ในช่วงท้ายเกมนักเตะเราดีใจขนาดไหน หวังว่านี่จะเป็นเชื้อไฟอย่างดีให้พวกเขาตั้งหลัก ตั้งเกมได้ดีขึ้น ในเกมที่เหลือ

รู้อย่างนี้ ไม่น่าเลย

นี่เป็นเรื่องเดียวที่ขัดใจผมมากที่สุดในฤดูกาลนี้ เพราะผลงานมันออกมาสะท้อนชัดเจนที่สุดคือการที่เอาฟาบิญโญ่ไปเล่นเซนเตอร์มันไม่เวิร์ค แม้โดยแนวคิดและตัวเลือกจริง ๆ เขาจะไม่ขี้เหร่ และเอาเข้าจริงลงไปเล่นกองหลังก็ไม่ได้พลาด หรือทำอะไรไม่ดีเลย แต่มันส่งผลที่ไม่ดีกับทีมมาตลอด 7 เกมที่เขาลงมาเป็นกองหลังทีมไม่เคยชนะเลย เสมอ 3 แพ้ 4 นี่ไม่ใช่ความผิดของฟาบิญโญ่เพราะเขาทำหน้าที่ตัวเองได้ดี

แต่มันคือการตัดสินใจของคลอปป์ล้วน ๆ เอาเข้าจริงเราก็ไม่ได้บอกว่าคลอปป์ตัดสินใจผิด มันคงมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นในสนาม ในการซ้อมที่ทำให้คลอปป์ต้องเลือกเขาลงเป็นกองหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ประเด็นก็คือ ฟาบิญโญ่ทำให้เห็นแล้วว่าขาอยู่ในตำแหน่งไหนแล้วทีมได้ผลประโยชน์มากที่สุด ผลประโยชน์ในที่นี้ก็คือแต้มนี่แหละครับ

สิ่งที่เห็นชัดคือสองเกมก่อนหน้าที่ฟาบิญโญ่ลงไปเล่นกองหลัง ช่วงท้ายเกมเราถอยลงมาเล่นรับเกือบทั้งทีม แต่ไม่มีคนคอยสกรีนแถวสอง ปัดกวาดก่อนถึงประตู มันเลยทำให้เมื่อเราตั้งใจเล่นรับ และปล่อยให้คู่แข่งบุกเต็มที่ กลายเป็นเราเองที่กดดันตัวเอง และการบุกของทีมคู่แข่งมันทะลุทะลวงเร็วเหลือเกินแบบไม่มีอะไรกั้น แต่การที่ฟาบิญโญ่มายืนตรงกลางเราเห็นเลยว่าเขาช่วยชลอเรื่องพวกนี้ได้เยอะ

ลิเวอร์พูลอาจจะไม่ได้มีปัญหาเรื่องกองหลังอย่างเดียว แต่ปัญหาใหญ่คือ นำแล้วจบเกมไม่ได้ พอช่วงท้ายจะปิดเกมไม่มีคนคอยเบรคแดนกลางมันเลยทำให้พบจุดจบแบบที่เห็น และการที่ฟาบิญโญ่เล่นตรงกลางมันทำให้เห็นเลยวันนี้ว่า เอากองหลังมืออาชีพที่เป็นดาวรุ่งลงคู่กับตัวสำรอง ยังไม่ค้องทำงานหนักมากเลย เพราะมีฟาบิญโญ่คอยคุมแดนกลางให้

อันนี้คือเรื่องที่ผม ต้องย้ำว่าผม เพราะเป็นความเห็นส่วนตัวมากๆ ว่า เราทำพลาดมาหลายครั้ง มีบทเรียนหลายครั้งที่เอาฟาบิญโญ่ถอยลงไปแล้วไม่เวิร์คแต่ก็ยังฝืน จนมาถึงนาทีนี้คลอปป์อาจจะยอมรับแล้วก็ได้ว่า มันไม่เวิร์คจริง ๆ แต่จะช้าไปหรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจ มันถึงพูดได้แค่ว่า รู้งี้นะ ไม่น่าเลย…. กี่แต้มที่เสียไปง่ายๆ เพราะเรื่องนี้