คำว่า ‘ถ้า’ ที่มีแมนยูเป็นเดิมพันของหงส์แดง

การลุ้นพื้นที่ UCL ในพรีเมียร์ลีกตอนนี้พลิกไปพลิกมาในทุกสัปดาห์จนเดาทางอะไรไม่ถูก สองสัปดาห์ก่อนเลสเตอร์น่าจะลอยลำในอันดับสาม ส่วนเชลซีต้องตัดแต้มกับเวสต์แฮมและเจอทีมใหญ่อย่างซิตี ลิเวอร์พูลจึงมีโอกาสดีที่จะลุ้น UCL เพราะเจองานไม่หินอย่างลีดส์กับนิวคาสเซิล แต่ก็อย่างที่เห็นครับเชลซีผ่านมาได้ทั้งเวสต์แฮมและซิตี ขณะที่หงส์เจอทีเด็ดคู่แข่งตีเสมอในท้ายเกมสองเกมติด

พอมาสัปดาห์นี้ พลิกอีกครั้ง เลสเตอร์ดันพลิกแพ้นิวคาสเซิลคาบ้านตัวเอง 2-4 นั่นทำให้เลสตอร์ต้องตกลงมาอยู่อันดับที่ 4 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ขึ้นไปอยู่บนท็อปทรีของตารางตั้งแต่เกมที่ 12 ของฤดูกาล พอหงส์ชนะนักบุญ และต่อด้วยการพ่ายแพ้ของเวสต์แฮม ทำให้สถานการณ์ทั้งหมดเปลี่ยนไปอีกครั้ง เกิดการเดาทางตอนจบที่ไม่เหมือนเดิม และปลุกความหวังใหม่ให้ทีมอย่างหงส์แดงขึ้นมาทันที

เมื่อคลอปป์พูดคำว่า ‘ถ้า..แน่นอน’

สถานการณ์เช่นนี้ดาวดำมฤตยูจึง โคจรมาทับเลสเตอร์เต็ม ๆ และประตูสู่ UCL ที่กำลังจะปิดตายของหงส์แดงกลับค่อย ๆ แง้มออกมา จากที่หมดใจไปแล้ว ก็กลับมาคึกอีกครั้ง ถึงขนาดที่คลอปป์เองออกปากพูดเลยว่า ‘ถ้า’ หงส์คว้าชัยชนะได้ใน 4 นัดที่เหลือ นั่นก็มากพอจะทำให้จบอันดับ 4 ได้แน่นอน ใช่ครับเราฟังไม่ผิดคลอปป์พูดเอง

ก็ไม่รู้ว่าคลอปป์ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน หรือแค่จิตวิทยาให้นักเตะสู้ต่อ เพราะที่จริงคำพูดนี้คนที่พูดแล้วไม่ขัดเขินที่สุดคือร็อดเจอร์ เพราะทีมของพวกเขายังอยู่ในอันดับ 4 โดนไม่ต้องหวังพึ่งจมูกใคร ดังนั้น ‘ถ้า’ พวกเขาชนะเกมที่เหลือทุกเกม ก็จะจบอันดับที่ 4 แน่นอน แน่นนอนกว่าทีมของคลอปป์เสียอีก

แต่จะด้วยความซวยหรืออะไรก็แล้วแต่ โปรแกรม 3 เกมสุดท้ายของจิ้งจอกคือการออกไปเยือนทั้งแมนยู เชลซี และเล่นในบ้านพบกับสเปอร์ส เชลซีกับแมนยูคือทีมใหญ่ที่เล่นให้ชนะพวกเขาได้ยาก ขณะที่สเปอร์สยังต้องลุ้นพื้นที่ยุโรป ถามว่าพวกเขาสามารถคาดหวังชนะทั้ง 3 เกมนี้ได้หรือไม่ คำตอบอยู่ที่เลสเตอร์เองว่าจะทำได้ไหม แต่ในมุมของเราคนดู ชนชมฟุตบอลมาต้องบอกว่ายากมากที่เลสเตอร์จะติดเขียวทั้งสามเกม

ความน่าจะพลาดของเลสเตอร์ ทำให้โอกาสดีจึงตกมาอยู่กับลิเวอร์พูล ทีมอันดับที่ 6 ที่ตอนนี้แข่งน้อยกว่าทั้งเลสเตอร์และเวสต์แฮมอยู่ 1 เกม โดยหากสมมติว่าลิเวอร์พูลชนะเกมตกค้างได้ก็จะแซงเวสต์แฮมขึ้นไปเป็นที่ 5 และจะมีแต้มตามหลังเลสเตอร์แค่ 3 แต้มเท่านั้นในช่วง 3 เกมหฤโหดของเลสเตอร์ที่ขอแค่พลาดติดแดงสักหนึ่งเกมก็เข้าทางหงส์แดงแล้ว

คำว่า ถ้าที่มีแมนยูเป็นเดิมพัน

แต่ปัญหาคือมันไม่ได้อยู่ที่เลสเตอร์เท่านั้น มันดันอยู่ที่หงส์แดงของเราด้วย เพราะคำว่า ‘ถ้า’ หงส์แดงชนะ 4 เกมที่เหลือได้นี่แหละครับ คลอปป์พูดแบบนั้นจริง แต่เขาก็พูดต่อไปว่า “แต่มันเป็นคำว่า ‘ถ้า’ ที่มีความหมายลึกซึ้งในหลาย ๆ ด้านเลยทีเดียว” เรื่องนี้คล็อปป์ให้สัมภาษณ์กับสกายสเปอร์ตเอง

และเงื่อนไขของคำว่าถ้า ที่ลึกซึ้งนั้นก็เป็นสิ่งอื่นไปไม่ได้นอกจาก การเจอกับแมนยูในเกมตกค้าง ซึ่งเป็นเกมสำคัญมากเพราะเป็นเกมเดียวที่หงส์แดงคาดหวังชัยชนะต่อคู่แข่งได้น้อยที่สุด

โปรแกรมนี้มันเลื่อนมาจากสัปดาห์ก่อน บางทีหากได้แข่งกันไปแล้ว สัปดาห์นี้สถานการณ์ของหงส์แดงอาจจะไม่เป็นแบบนี้ แบบที่ลิเวอร์พูลมีจุดที่มีความหวังขึ้นมาบ้าง ลองสมมติแบบในทางไม่ดีว่าหงส์แดงแพ้แมนยูไปตั้งแต่เกมที่แล้ว และสัปดาห์นี้ผลการแข่งขันก็ยังเหมือนเดิม นั่นจะเท่ากับว่าหงส์แดงเองก็ยังอยู่แค่ที่ 6 ตามหลังทั้งเวสต์แฮม และตามหลังเลสเตอร์ถึง 6 แต้มเลยทีเดียว สถานการณ์ของเลสเตอร์คงไม่หนักหน่วงแบบนี้

ฉะนั้นการที่เกมแดงเดือดเลื่อนมา เจอสถานการณ์เป็นแบบนี้ จึงทวีความสำคัญและเข้มข้นขึ้นไปอีก มันสำคัญกับลิเวอร์พูลมาก เพราะหมายถึงการขยับอันดับและสร้างแรงกดดันมหาศาลให้เลสเตอร์ในสามเกมสุดท้าย

ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ ความพีคของสถานการณ์นี้คือเกมถัดไปของเลสเตอร์ที่จะลงแข่งในวันที่ 11 นี้ก็ดันเป็นการเจอกับแมนยู ก่อนที่อีก 2 วันถัดไปจะเป็นแดงเดือดกับหงส์แดง สถานการณ์เช่นนี้แปลว่าอะไร แปลว่าหากแมนยูชนะเลสเตอร์ได้ในคืนวันพรุ่งนี้ ลิเวอร์พูลจะยังตามหลังเลสเตอร์อยู่ 6 แต้มเหมือนเดิม แต่จะแข่งน้อยกว่า 2 เกม

ถ้าหงส์แดงชนะแมนยูได้ในเกมวันที่ 13 พวกเขาก็จะขึ้นมาอยู่ที่ 5 มี 60 แต้ม แต่มันสำคัญตรงเกมกับเวสต์บอร์มซึ่งเป็นเกมที่หงส์แดงจะเตะเท่ากับแวสต์แฮมและเลสเตอร์  หากลิเวอร์พูลชนะพวกเขาจะมี 63 แต้มเท่ากับเลสเตอร์ ถึงตอนนั้นหากผลการแข่งขันเป็นไปตามนี้ ผลประตูได้เสียของหงส์แดงจะดีกว่าเลสเตอร์แน่นอน ตอนนี้หงส์แดงมีประตูได้เสียตามหลังเลสเตอร์แค่ 2 ลูก ถ้าเลสเตอร์แพ้แมนยูแล้วหงส์ชนะอีก 2 เกมยังไงก็ต้องดีกว่า

นั่นเท่ากับว่าสองเกมนับจากนี้ของแมนยูมันส่งผลต่อสถานการณ์ลุ้นท็อปโฟร์ของหงส์แดงโดยตรง มันจึงเป็นคำว่าถ้าหงส์แดงชนะทั้ง 4 เกม โดยหนึ่งในนั้นเป็นแมนยู ที่ต้องเจอกับเลสเตอร์ทีมอันดับที่สี่ด้วย

‘ถ้า’ ลิเวอร์พูลชนะแมนยูได้จริง

พอสถานการณ์อะไร ๆ มันเป็นแบบนี้ การเลื่อนโปรแกรมการแข่งขันแดงเดือดมาจากสัปดาห์ที่แล้ว อาจจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญกับการลุ้นพื้นที่ UCL ของลิเวอร์พูลในปีนี้ ก็อย่างที่คล็อปป์บอกมันทำให้แมนยูต้องลงแข่ง 3 เกมใน 7 วัน ต่อให้โรเตชั่นขนาดไหน พวกเขาก็ต้องเจอกับอาการล้าอย่างไม่ต้องสงสัย คลอปป์พูดถึงเกมแดงเดือดว่า

‘คืนวันพฤหัสบดีนี้เรามีคิวเตะกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งพวกเขาจะต้องเหนื่อยล้ามาจากเกมวันอังคารแน่ ๆ (คือเกมกับเลสเตอร์นั่นแหละครับ) แต่นั่นเป็นเรื่องที่เราเข้าไปช่วยอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งทาง โซลชาร์ เองก็น่าจะวางแผนโรเตชั่นไว้เป็นอย่างดีเช่นกัน

การลงเล่น 3 นัดภายใน 7 วันเป็นงานที่โหดสุด ๆ สำหรับทีมฟุตบอล (หมายถึงโปรแกรมของแมนยูฯ) มันบ้าเกินกว่าจะปล่อยให้เรืองแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ผมไม่ได้อยากกล่าวโทษใครเพราะ ลิเวอร์พูล ก็มีโปรแกรมหนักรออยู่เช่นกัน”

แต่คลอปป์ก็ตบท้ายบทสัมภาษณ์นี้ด้วยการยืนยันว่า “ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเราต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาลขนาดไหน แต่ผมเชื่อว่าลูกทีมจะเอาชนะได้ทั้งหมด”

นี่คือฉากทัศน์ของหงส์แดงในตอนนี้ที่จะปิดจอบคว้าท็อปโฟร์ปีนี้ต้องอาศัยปัจจัย 2 ประการคือ ต้องชนะให้ได้ทั้ง 4 เกมที่เหลือและต้องลุ้นให้เลสเตอร์ทำแต้มหายไปอีก 3 แต้มเป็นอย่างต่ำ และแน่นอนว่าสถานการณ์ทั้งหมดมันถูกขมวดปมไว้ที่เกมแดงเดือดที่จะถึงนี้

ผมอยากจะพูดถ้อยคำชวนปลุกเร้าแบบว่า “มาชนะแมนยูแล้วคว้าอันดับที่สี่ ไปด้วยกันเถอะ” แต่ก็เกรงใจผลงานตัวเองช่วงนี้อยู่ครับ ถ้าเราชนะได้ทั้ง 4 เกมที่เหลือ อืมนะ มันก็เป็นอะไรที่น่าคิดเหมือนกัน เพราะฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลยังไม่เคยชนะ 4 เกมติดในลีกเลยสักช่วง