ศรท้ารบจากแมนยู ฯ 3 ประเด็นน่าสนใจก่อนเกมแดงเดือด

ไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์การลุ้นพื้นที่ UCL ของลิเวอร์พูลเป็นตัวผลักดัน หรือการส่งสำรอง 10 คนลงเล่นในเกมแพ้เลสเตอร์ของแมนยู ฯ จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาก็ตาม มันทำให้เกมแดงเดือดที่จะถึงนี้เห็นเค้าลาง ถึงความเดือดพล่านตั้งแต่เกมยังไม่ได้เริ่มแข่ง และนี่คือ 3 ประเด็นที่น่าสนใจก่อนเกมแดงเดือดนี้

ศรท้ารบจากแมนฯ ยูไนเต็ด

เกมที่แมนยู เปิดบ้านแพ้เลสเตอร์คาบ้าน 1-2 พร้อมส่งมอบแชมป์ให้ซิตีอย่างเป็นทางการนั้นเชื่อว่าแฟนผีหลายคนน่าจะพอใจกับลัพธ์ทางอ้อมที่เกิดขึ้นในเกมนี้มากกว่าผลโดยตรงที่พวกเขาแพ้คาบ้านและหมดลุ้นแชมป์ แม้จะไม่มีใครอยากแพ้ในเกมฟุตบอล แต่บางคราวการ ‘เล่นเกม’ ฟุตบอลนั้นอาจจะมองผลในด้านอื่น มากกว่าผลงานในสนาม

คงไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ ว่าสาเหตุที่แมนยูเปลี่ยนตัวผู้เล่น 10 คนในเกมกับเลสเตอร์ เพราะอยากแพ้แล้วทำให้ลิเวอร์พูล อดไป UCL หรอก แม้ผลมันจะออกมาตรงตามที่หลายคนคิดก็ตาม แมนยู มีสิทธิ์เต็มที่ในการจัดนักเตะลงสนามและมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะถนอมตัวผู้เล่นเพื่อให้พร้อมกับเกมแดงเดือดที่จะถึง

แม้จะมีเสียงวิจารณ์ดังก้องจากการกระทำครั้งนี้ของโอเล่ เพราะหากว่ากันถึงทีมที่กำลังจะลุ้นพื้นที่ UCL นั้นไม่ได้มีแค่ลิเวอร์พูลทีมเดียว เวสต์แฮมกับสเปอร์สเองก็ออกทีท่าว่าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่โอเล่ทำ ส่วนแฟนหงส์นั้นไม่ต้องถาม ร้อยทั้งร้อย ไม่พูดออกมาก็ต้องคิดในใจเมื่อเห็นรายชื่อ 11 ตัวจริงของแมนยูเมื่อคืนก่อนว่า เอาแล้วไง มันเล่นพวกตูแล้ว

แอนดี้ เกรย์ อดีตกองหน้าพรีเมียร์ลีกที่โลดแล่นกับหลายทีมทั้งวิลล่า วูลฟ์ และเอฟเวอร์ตัน ก่อนผันตัวมาเป็นกูรูฟุตบอล ให้กับสื่ออย่าง บีอิน สปอร์ต ก็ออกมาวิจารณ์กันตรง ๆ ว่า ไม่คิดว่าน้าโอเล่แกจะสั่นประสาททีมหงส์แดงได้ขนาดนี้ แกคิดว่าน้าโอเล่คงโรเตชั่นแน่ แต่ไม่คิดว่าจะ 10 ตำแหน่ง เกรย์บอกว่า

“เขา (โอเล่) จะไม่ส่งทีมชุดนี้ลงเล่นกับ ลิเวอร์พูล แน่ๆ ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ไหม ผมคิดว่าพวกเขามีสิทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์เต็มที่จะรู้สึกแบบนั้น บอกเลยว่าปกติผมไม่ได้เห็นด้วยกับแฟนบอล ลิเวอร์พูล อยู่บ่อยๆ หรอกนะ เชื่อผมเถอะ ยกเว้นว่า ยูไนเต็ด จะส่งทีมชุดนี้ลงเล่นกับลิเวอร์พูลในวันพฤหัสบดีด้วย แต่ผมบอกเลยว่ามันไม่มีทางที่เขาจะทำอย่างนั้น”

มันตีความเป็นอื่นไม่ได้นอกจาก โอเล่กำลังกางแผนการเล่นให้หงส์ดูพร้อมสาส์นท้ารบว่า กล้าที่จะเล่นตามแผนของโอเล่ไหม กับสถานการณ์ที่บีบให้ลิเวอร์พูลต้องแบกแรงกดดันมากขึ้น และนั่นก็จะเข้าทางแผนการเล่นของโอเล่ที่พร้อมจะยั่วบดหงส์แดงให้ผิดพลาดในเกม

หากแมนยูชนะ เท่ากับสมารถดับเส้นทางสู่ UCL ของหงส์แดงปีนี้ได้ ด้วยน้ำมือของตัวเอง และอย่างน้อยก็คงสร้างบาดแผลให้แฟนหงส์ได้อีกอย่างน้อย 1 ฤดูกาล ในทางกลับกันเรื่องนี้ก็อยู่ที่หงส์แดงด้วย การชนะแมนยู เกมนี้หากปลายทางมันคือ UCL ปีนี้ก็ไม่เลวนักใช่ไหมละ

หงส์ยังอาการหนัก จะจัดทัพอย่างไร

สวนทางกับแมนยูที่ได้พักตัวผู้เล่นตัวหลักครบทั้งทีมเพื่อรอเจอหงส์แดง ส่วนลิเวอร์พูลนั้นอาการยังไม่ค่อยดี แม้เกมล่าสุดจะเพิ่งเอาชนะนักบุญมาได้แบบไม่เสียประตู 2-0 แต่เราก็เห็นแล้วว่าระหว่างเกมมันมีอะไรมากมายที่สะท้อนให้เห็นอาการของลิเวอร์พูลชุดนี้

โดยเฉพาะสิ่งที่หลายคนอยากรู้คือ คล็อปป์จะทำอย่างไรกับคู่กองหลัง เพราะน่าจะเป็นที่ยืนยันแล้วว่า โอซาน คาบัค จะยังไม่พร้อมกลับมาในเกมแดงเดือดนี้ คล็อปป์จะใช้วิลเลียมส์ยืนคู่กับแนทเพื่อรับมือกับคาวานี แรชฟอร์ด กรีนวูด พวกนี้หรือไม่ หรือจะถอยฟาบิญโญ่ลงมาเล่นเป็นเซ็นเตอร์

ถ้าเช่นนั้น แดนกลางของเราที่เหลือแค่ไวนาดุมกับติอาโกที่พร้อมเป็นตัวหลัก จะยันสู้กับพวกพลังหนุ่มมดงานอย่าง แมคโทมิเนย์ เฟรด และจอมเก๋าอย่างพวกป็อกบา บรูโน่ ได้หรือไม่ นี่เป็นโจทย์ใหญ่ที่คลอปป์ต้องคิดและต้องเสี่ยง แม้สถิติมันจะบอกว่าฟาบิญโญ่ยืนตรงไหนแล้วทีมได้ประโยชน์ แต่มันก็ไม่ได้การันตี 100% เสมอไป

อีกหนึ่งตำแหน่งคือแดนหน้าของหงส์แดงนั้น คลอปป์จะจัดตัวลงอย่างไร ในสถานการณ์ที่ทีมต้องชนะเท่านั้น นักเตะตัวรุกของเราที่ดีที่สุดตอนนี้พร้อมลงทั้ง 4 คน และในหลายเกมการที่พวกเขาลงเล่นพร้อมกันก็สร้างอันตรายให้ทีมคู่แข่งได้มากทีเดียว คลอปป์จะเล่นแบบใจเย็น หรือจะเล่นแบบบ้าระห่ำ หมาล่าเนื้อ แพ้เป็นแพ้ ชนะเป็นชนะกับแมนยู

ถ้าใจผมนะเหรอ อยากให้คล็อปป์จัดชุด 4-2-3-1 เข้าหวดไปเลย แพ้มากแพ้น้อยก็ไม่ทำให้อันดับสูงขึ้น มีแต่ต้องเล่นถวายชีวิต สู้ตายกับแมนยูเท่านั้น กองหลังจัดเจ้าหนูวิลเลียมส์ลงคู่แนทเหมือนเดิมแล้วเลือกเอาฟาบิญโญ่มาเก็บกวาดแดนกลางพื้นที่ที่แมนยูใช้ในการสร้างสรรค์เกมดีกว่า แล้วถ้าได้ยืนคู่กับอัลคันทาร่าที่ฟอร์มกำลังดี พักไวนาดุมก่อนจะดีมาก

แดนหน้าก็ไม่ต้องคิดมาก จัด 4 ประสานลงไปเลย ขอแค่กำชับ ย้ำ ๆ กับพวกหน่อยว่า ให้เล่นเป็นทีม เล่นเพื่อทีม ทุกโอกาสที่มีต้องเน้น อย่าฝืน อย่าปล่อยให้เพื่อนยืนเก้อ ถ้าเล่นได้ดุดัน โจมตีใส่ ทำได้ก่อน เชื่อว่าต่อให้แพ้ คู่แข่งก็ต้องเสียเลือดกันบ้าง

เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อยแดงเดือด

ลิเวอร์พูลไม่เคยบุกมาชนะแมนยูที่โอล์ดแทรฟฟอร์ด เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 7 ปีเข้าให้แล้ว โดยครั้งล่าสุดที่ “หงส์แดง”บุกมาชนะที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คือในวันที่ 16 มีนาคม 2014 โดยครั้งนั้นบุกมาชนะ 3-0 (สตีเว่น เจอร์ราร์ด ยิง 2 จุดโทษ+ หลุยส์ ซัวเรซ)

ผู้เล่นในชุดปัจจุบันของทั้งสองทีมที่มีส่วนกับการทำประตูฝั่งตรงข้ามนั้น มาร์คัส แรชฟอร์ด ศูนย์หน้าของทีม “ปิศาจแดง” มีส่วนร่วมกับประตูโดยตรง 5 ลูกจาก 4 เกมหลังที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในการพบกับ ลิเวอร์พูล ทุกรายการ โดยทำได้ 4 ประตู กับ 1 แอสซิสต์

ส่วนทางฝั่งหงส์แดงนั้น สามประสานถือว่าไม่มีดวงกับการมาเยือนโอล์ดแทรฟฟอร์ดหรือเล่นเกมแดงเดือดเลย ฟีร์มิโน่เพิ่งทำได้แค่ 1 ประตู จากเกมแดงเดือด 14 ครั้ง เช่นเดียวกับมาเน่ก็ทำได้แค่ 1 ประตูจาก 11 เกมแดงเดือด สำหรับซาลาห์นั้นหากเกมนี้สามารถทำประตูได้ จะกลายเป็นแข้ง ลิเวอร์พูล คนแรก ที่ทำประตูในการบุกเยือนแมนฯ ยูไนเต็ด 2 เกม ในฤดูกาลเดียว โดยแข้งล่าสุดที่เคยทำไว้คือ แฮร์รี่ แชมเบอร์ส เมื่อ 100 ปีที่แล้ว

นอกจากนั้นตัวกุนซือหงส์แดงอย่างคลอปป์เองก็มีสถิติเลวร้ายมากเมื่อมาเยือนโรงละครแห่งนี้คือ 6 เกมที่ผ่านมาทำได้แค่ เสมอ 4 และแพ้ไปถึง 2 เกม ยังควาญหา ชัยขนะในบ้านของแมนยูไม่ได้เลยสักครั้ง จนกลายเป็นว่านับตั้งแต่รับงานกุนซือมา คลอปป์เคยพาทีมไม่ทีม ๆ หนึ่งได้มากเท่ากับแมนยูแล้ว

ฟังดูแล้วทุกอย่างทั้งตัวผู้เล่น สถานการณ์ ความพร้อม สถิติการเล่นเกมเยือน ล้วนเป็นใจทางฝั่งเจ้าบ้านหมด แต่นี่แหละครับเสน่ห์ของเกมใหญ่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ บางทีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นก่อนหน้า อาจจะไม่สำคัญเลยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม