3 เรื่องน่าสนใจกับประตูวิเศษของอลิสซง

ถึงตอนนี้ผมเชื่อเด็กหงส์หลายคนอาจจะยังอารมณ์ค้างกับเกมเมื่อคืน ที่ต้องใช้คำว่าโค-ตะ-ระ บ้า สิ้นดี ช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกมอาการจิกหมอนของเด็กหงส์น่าจะเริ่มออกละ เพราะทำยังไงก็ยิงประตูไม่ได้ ฉากของเกมกับลีดส์และนิวคาสเซิลลอยมาเรื่อย ๆ ผมเริ่มสถบในใจเล็กว่า มันจะจบแบบนี้ไม่ได้นะ เราอุตสาห์เล่นชนะแมนยูมา

จนกระทั่ง จังหวะที่แนท ฟิลิปปส์ โยนบอลเลยออกหลังในช่วงท้ายเกม ผมไม่มีคำถามหรืออะไรในหัวอีกแล้ว มีเพียงความรู้สึกสิ้นหวัง สมองกำลังเริ่มจะหลั่งสารบางอย่างมาเพื่อเยียวยาจิตใจและปลอบใจตัวเอง ยอมรับตามตรงว่าจังหวะเตะมุมครั้งสุดท้ายนั้น คนดูอย่างผมเองยังไม่โฟกัสเลย สติหลุดไปแล้ว ไม่อยากจะลุ้นอะไรแล้ว เรียกว่า ในสมองไม่ได้คิด ไม่ได้หวังอะไรแล้ว

แต่แล้วก็โป้ง อลิสซง เติมขึ้นมาโหม่งประตูชัยให้หงส์แดงได้ ในช่วงเวลาที่เราสิ้นหวังที่สุด เมื่อคืนน่าจะมีคนเดือดร้อนเพราะแฟนหงส์แหกปากกันหลายหมื่นหลายแสนคนทั่วโลกแน่ อย่างน้อยก็ต้องมีหลวงพี่ หลวงตา น้องเณร ของวัดที่อยู่ใกล้ที่พักผมเป็นผู้ประสบเหตุการณ์ความบ้าคลั่งของการการปลดปล่อยอารณ์ของเด็กหงส์อย่างผมละครับ

แค่ประตูนั้น เป็นประตูชัย ที่ต่อลมหายใจให้เด็กหงส์ได้ลุ้นตั๋ว UCL ต่อก็นับว่าเป็นประตูที่แสนวิเศษแล้ว แต่ประตูของอลิสซง เมื่อคืนไม่ได้เป็นแค่ประตูชัยเท่านั้น มันสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้หลายอย่าง และนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับประตูมหัศจรรย์ของอลิสซง ที่เรื่องราวมันมีมากกว่าการเป็นแค่ประตูชัยของหงส์เท่านั้น

ประตูที่เป็นประวัติศาสตร์

การที่ผู้รักษาประตูทำประตูได้ เป็นเรื่องที่พบเจอได้ แม้ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นบ่อยนัก แต่การทำประตูได้ของผู้รักษาประตูก็เกิดขึ้นให้เห็นเรื่อย ๆ ในวงการฟุตบอลทั่วโลก ประตูของอลิสซงเมื่อคืน ถือเป็นประตูที่ 6 ที่ผู้รักษาประตูสามารถส่งบอลเข้าก้นตาข่ายได้

นับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกมามีผู้รักษาประตูที่สามารถทำประตูได้ทั้งสิ้นก่อนหน้าอลิสซง 5 คน ชไมเคิลผู้พ่อสมัยค้าแข้งอยู่กับวิลล่าปี 2001, แบรด ฟรีเดล อดีตนายทวารหงส์แดง ที่เคยทำประตูได้สมัยย้ายไปค้าแข้งกับกุหลาบไฟ เมื่อปี 2004, พอล โรบินสัน ผู้รักษาประตูไก่เดือยทอง ที่ตะบันลูกฟรีคิกจากแดนตัวเองใส่วัตฟอร์ดเมื่อปี 2007

ทิม ฮาวเวิร์ด สมัยค้าแข้งกับทีมลูกอมสีน้ำเงิน ทำประตูได้จากการหวดจากหน้าปากประตูของตัวเองใส่โบลตัน ในปี 2012 และคนสุดท้ายคือ  อัสเมียร์ เบโกวิช สมัยอยู่กับช่างปั้นหม้อ ก็เคยทำแบบเดียวกันกับทิม ฮาวเวิร์ด ในทีมนักบุญในปี 2013

อลิสซงจึงเป็นผู้รักษาประตูคนที่ 6 ที่ทำประตูได้ แต่ถ้าเราลองดูกันอย่างจริงจัง จะพบว่าประตูของอลิสซงนั้นพิเศษกว่าประตูของผู้รักษาประตูคนอื่น ๆ ที่กล่าวมา หนึ่งคือ มันเป็นการตั้งใจทำประตูอย่างชัดเจน โรบินสัน, ฮาวเวิร์ด และ เบโกวิช ต่างเป็นการตั้งใจเปิดบอลไปข้างหน้าให้เพื่อน แล้วบังเอิญบอลมันกระดอนข้ามหัวผู้รักษาประตูอีกฝั่งเป็นประตู มีเพียงสองคนแรกที่ตั้งใจขึ้นไปทำประตูเหมือนอลิสงซง

สองคือ ถ้านับว่าประตูที่ตั้งใจทำจริง ๆ รวมอลิสซงด้วยก็มีแค่ 3 ประตูเท่านั้น และประตูของอลิสซงมันพิเศษตรงที่มันมาจากการโหม่ง เขาจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้รักษาประตูคนแรกของพรีเมียร์ลีกที่ทำประตูได้จากการโหม่ง สามคือ ประตูของอลิสซงยังเป็นชัยของเกมด้วย และสุดท้าย สี่คือ อลิสซงคือนายทวารคนแรกของสโมสรลิเวอร์พูลที่ทำประตูได้ นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมาร้อยกว่าปี ประตูของเขาจึงนับเป็นประตูแห่งประวัติศาสตร์โดยแท้

ประตูที่เยียวยาจิตใจของอลิสซง

อลิสซงมี 2 ฤดูกาลแรกที่ยอดเยี่ยมกับหงส์แดง เพราะร่วมกันคว้าถ้วยหูใหญ่สมัยที่ 6 และแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกกับทีมได้ แต่สำหรับฤดูกาลนี้มัแตกต่างออกไป ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลแห่งการสูญเสียของของอลิสซง ไม่ว่าจะเรื่องในสนามหรือนอกสนาม

ในสนามมันเป็นฤดูกาลที่เจ้าตัวสูญเสียความมั่นใจในการเล่นมาก ฟอร์มการเล่นตกลงอย่างเห็นได้ชัด เขารับมือกับลูกที่เคยเป็นขนมสำหรับเขาไม่ได้ เสียประตูจากลูกยิงที่เคยป้องกันได้ เสียประสิทธิภาพการออกบอลด้วยเท้า มีการจ่ายบอลที่ผิดพลาดให้เห็นบ่อย ๆ นั่นทำให้เขาเสียมือหนึ่งในทีมชาติบราซิลไป

การสูญเสียความมั่นใจในสนาม ใคร ๆ ก็รู้ว่าส่วนใหญ่มันมาจากการที่เขาต้องสูญเสียคุณพ่ออย่างปัจจุบันทันด่วน และที่น่าเสียใจกว่านั้นคือ เขาเองไม่มีโอกาสได้ร่ำลา พ่อผู้เป็นฮีโร่นำทางของเขา แม้เขาจะมีความเป็นมืออาชีพขนาดไหน เมื่อใจเป็นแผล ผลงานมันก็ออกมาได้ไม่เต็มที่

ไม่แปลกเลยที่หลังทำประตูได้เขาจะมอบมันให้กับผู้เป็นพ่อบนสวรรค์ อลิสซงบอกถึงความรู้สึกที่มีต่อประตูนี้และคุณพ่อของเขาว่า “ตอนนี้ผมคงไม่สามารถมีความสุขไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว สำหรับคุณพ่อของผม ผมหวังว่าท่านจะอยู่ที่นี่เพื่อที่จะได้เห็นสิ่งนี้ แต่ผมมั่นใจว่าท่านคงจะได้เห็น พร้อมกับพระเจ้าที่ทรงฉลองอยู่ข้างๆ ท่าน ผมไม่รู้ว่าจะฉลองประตูนี้ยังไง”

ประตูที่ทำได้ครั้งนี้จึงเป็นเหมือนของขวัญจากพระเจ้าที่ประทานมาให้อลิสซง และเขาก็ส่งมอบมันกับคืนไปให้คุณพ่อของเขา หลังจากสูญเสียคุณพ่อ เขาแทบจะไม่ได้ทำอะไรเพื่อผู้เป็นพ่อเลย แม้จะเล่นดีและมีส่วนช่วยให้หงส์แดงรอดพ้นจากการเสียประตูในจังหวะสำคัญ ๆ หลายเกม แต่นั่นก็เป็นความพิเศษที่ปกติ เขาทำมันแบบนั้นอยู่แล้ว

คุณค่าของมันจึงยิ่งใหญ่และคู่ควรแก่คนบนฟ้า คู่ควรพอจะเป็นบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่เขาจะทำเพื่อพ่อผู้จากไปได้ คู่ควรที่จะทำให้แฟนบอลรักเขาให้ยิ่งขึ้นไป คู่พอที่เขาจะหลั่งน้ำตาไปกับมัน และสุดท้ายคือคู่ควรให้เขากลับมามีรอยยิ้ม ความมั่นใจอีกครั้ง

ประตูต่อลมหายใจให้สโมสร

สองแต้มที่อลิสซงช่วยกอบกู้มาให้หงส์แดงมีความหมายมาก ๆ กับการลุ้นไปเล่น UCL ในฤดูกาลหน้า การป้องกันแชมป์ไม่ได้หรือการตกรอบ UCL มันเป็นเรื่องปกติของทีมใหญ่ที่เกิดขึ้นได้ แต่การอดไปเล่น UCL จะนับเป็นความเสียหายที่ร้ายแรงของสโมสรระดับลิเวอร์พูลทันที

พวกเขาสู้สุดกำลังในการเอาชนะแมนยูมาได้ ซึ่งเป็นทีมใหญ่ทีมเดียวที่อาจขวางเส้นทางนี้ได้ ดังนั้นหลังเกมชนะแมนยูในหัวของเด็กหงส์คือ เราทำได้แน่ เรามีโอกาสถึง 99 เปอร์เซ็นที่จะผ่านไปเล่น UCL ในฤดูกาลหน้า กับสามเกมที่คู่แข่งเป็นรองเรา โดยลืมคิดไปว่า หากพวกเขาสะดุดแม้แต่นิด โอกาสที่จะพลาดก็มีไม่ต่ำกว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน

ประตูชัยของอลิสซง จึงเป็นเสมือนลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนที่หมอจะดึงเครื่องช่วยหายใจออก เพราะคิดว่าไม่รอดแล้ว ประตูนี้ทำให้เกมระหว่างเชลซีกับเลสเตอร์ที่จะเกิดขึ้นวันพุธนี้จึงมีความหมายกับลิเวอร์พูลขึ้นมาทันที เพราะไม่ว่าผลจะออกมายังไง ลิเวอร์พูลก็จะได้เปรียบอีกทีมทัน ผู้แพ้มีโอกาสพลาดติดท็อปโฟร์สูง (หากหงส์แดงชนะอีก 2 เกมได้)

ประตูชัยของอลิสซง เมื่อคืน ก็ไม่ได้การันตีหรือทำให้หงส์แดงมีสถานการณ์ที่ดีเยี่ยมขนาดนั้น ทุกเกมนับจากนี้ยังเป็นเกมที่ยากสำหรับหงส์แดงเสมอ เบิร์นลีย์ กับ พาเลส ไม่ใช่ทีมที่จะผ่านได้ง่าย ๆ เพียงแต่หากว่ากันด้วยคุณค่าและความหมายของประตูที่เกิดขึ้นมันสมบูรณ์แบบในตัวมันเองแล้ว ความสุขที่เกิดขึ้น ณ โมงยามนั้น ไม่มีใครมาปล้นไปจากเด็กหงส์ได้