รวม 5 เรื่องเหนือความคาดหมาย เตรียมใจไม่ทัน ของหงส์แดงฤดูกาลนี้

“ลูกกลม ๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้” สำนวนที่แฟนลูกหนังมักจะได้ยินได้ฟังบ่อย ๆ เป็นทั้งปรัชญาที่คมคายของโลกลูกหนัง กระทั่งเป็นข้ออ้างได้ในบางครั้งยามเกิดเรื่องบ้า ๆ หรือสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับทีมนั้น ๆ เป็นได้ทั้งมุมบวกเมื่อบางทีมสามารถสร้างในสิ่งที่เหลือเชื่อได้ เป็นได้ทั้งมุมลบ เมื่อบางทีมพลาดในสิ่งที่เหลือเชื่อ

แต่จะมีทีมไหนอย่างไรที่จะบังเอิญเกิดเรื่องไม่คาดฝัน ชนิดเตรียมใจไม่ทันได้บ่อยครั้งในฤดูกาลเดียวไหม นั้นผมไม่ทราบจริง ๆ แต่เอาเฉพาะเด็กหงส์ของเราฤดูกาลนี้ถือว่ามีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย แม้ฤดูกาลยังไม่จบ เรายังมีความหวังจะลุ้นไป UCL อยู่ แต่วันนี้จะพาไปย้อนดู 7 เหตุการณ์ชนิดไม่คาดฝัน แบบไม่ทันตั้งตัวใด ๆ ของเด็กหงส์ในฤดูกาลนี้กันครับ

1 ความยับเยินในรอบ 57 ปี

ลิเวอร์พูลอาจจะสตาร์ทฤดูกาลได้ไม่ค่อยดีนักเมื่อต้องเล่นจนเหนื่อยกว่าจะชนะลีดส์ ยูไนเต็ดไปได้ 4-3 แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มทำผลงานได้ดูดีขึ้น ด้วยการชนะทีมใหญ่ต่อเนื่องด้วยการบุกไปชนะเชลซีถึงถิ่น 0-2 และเปิดแอนฟิลด์สอนมวยอาร์เซน่อลไป 3-1 ออกสตาร์ท 3 เกมแรกด้วยการเก็บ 9 แต้มเต็ม โดยตอนนั้นมีเพียง เลสเตอร์กับเอฟเวอร์ตันเท่านั้นที่ชนะ 3 เกมติดต่อกันได้

แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในเกมที่ 4 ของฤดูกาล ลิเวอร์พูลออกไปเยือนวิลล่าพาร์ค ลิเวอร์พูลในชุดใหญ่ ขาดเพียง อลิสซง เฮนเดอร์ และสันมาเน่เท่านั้น แต่เกมนั้นกลายเป็นฉากไล่ล่าของวิลล่า เป็นหนังฆาตกรรมสยองขวัญของแฟนหงส์ เพราะตลอด 90 นาทีหงส์แดงเล่นได้เป็นรองเจ้าบ้านทุกกระบวนท่า นักเตะหลายคนเล่นผิดพลาดไปหมด แพ้ไป 7-2 นับเป็นการแพ้ยับที่สุดในรอบ 57 ปี ขนาดคลอปป์ยังออกมาบอกหลังเกมว่า “มันไม่ควรเกิดขึ้น” และจากเกมนั้นมันก็เหมือนเป็นสัญญาณของหายนะต่าง ๆที่กำลังจ่อคอหงส์ไว้อยู่

2 บ้านที่ไม่ใช่บ้านอีกต่อไป

ยังอยู่กันที่เรื่องของผลงานที่ย่ำแย่จนเกินคาดหมาย หรือเด็กหงส์จะเตรียมใจรับได้ ก็คือผลงานการแพ้ในแอนฟิลด์ต่อเนื่องกันถึง 6 ครั้ง จนกลายเป็นสถิติใหม่ของสโมสรที่ไม่น่าปลื้มใจมากนัก เพราะก่อนหน้านั้นคลอปป์เองก็เพิ่งทำสถิติเป็นกุนซือที่พาหงส์แดงไม่แพ้ในบ้านยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร แต่กลายเป็นว่าต้องสร้างสถิติใหม่ที่ย่ำแย่มากลบผลงานนั้น

เค้าลางความวายป่วงในบ้านเริ่มตั้งแต่เราไม่ชนะในบ้านมา 2 เกมติดคือเสมอเวสต์บอร์มกับแมนยูมา จนกระทั่งเกมกับเบิร์นลีย์ในวันที่ 21 มกราคม 2021 ลิเวอร์พูลก็ถูกเปิดซิงในบ้านได้สำเร็จในรอบเกือบ 4 ปี จากนั้นพวกเขาก็แพ้ในบ้านต่อเนื่องให้กับทีม ไบร์ทตัน เอฟเวอร์ตัน แมนซิตี เชลซี และแม้แระทั่งทีมลุ้นตกชั้นอย่างฟูแล่ม ก่อนจะยุติคความเลวร้ายด้วยการชนะวิลล่าในบ้าน 2-1 หากมีการพูดว่าหงส์แดงจะแพ้ในแอนฟิลด์ติดต่อกัน 6 เกมก่อนเปิดฤดูกาล เด็กหงส์คงหัวเราะฟันร่วงกันเป็นแถว

3 เอากันขนาดนี้เลยหรือ

มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่สโมสรจะมีนักเตะบาดเจ็บบ้าง แต่ถ้าบอกว่านักเตะในตำแหน่งนั้น ๆ จะเจ็บครบทุกตัวเลือกที่ทีม ๆ หนึ่งพึงมีอาจจะไม่มีใครเชื่อ แต่มันก็เกิดกับหงส์แดงแล้วในปีนี้ คู่เซ็นเตอร์ของหงส์แดงทั้งตัวจริงตัวสำรองต่างทะยอยเจ็บพร้อมกันหมด ไล่ตั้งแต่ฟานไดจ์ค, โกเมส และมาติป ต่างปิดเทอมยาวกันทั้งซีซั่น

ความฉิบหายของหงส์แดงยังไม่หยุดแค่นั้น เอากองกลางอย่างฟาบิญโญ่กับเฮนเดอร์สันมาเล่นก็ยังไม่วายสลับกันเจ็บอีก โชคดีที่ฟาบิญญ่กลับมาได้ แต่เฮนเดอร์สันก็ต้องปิดเทอมยาวไปอีกคน เอากองกลางมาเล่นก็แล้ว เอานักเตะสำรองของสำรองมาเล่นก็ยังมีเจ็บไปหลายนัดคือฟิลิปป์ส สองนักเตะที่สโมสรอุสสาห์ควักกระเป๋าเพื่ออุดรอยรั่วอย่างเดวิส กับคาบัค ก็ยังไม่วายมีอาการบาดเจ็บรบกวนกัน ถือเป็นตำแหน่งต้องคำสาปของหงส์แดงปีนี้ และมันเป็นเหตุการณ์ที่อธิบายทุกสิ่งที่เกิดกับหงส์แดงของเราในปีนี้ได้เป็นอย่างดี

4 ตื่นจากฝันร้ายที่โรงละคร

มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น มันก็ต้องมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นบ้าง นี่แหละฟุตบอล และหนึ่งในเรื่องดี ๆ ที่น่าจดจำของเด็กหงส์ในปีนี้ก็คือการบุกไปยัดเยียดความปราชัยให้แมนยูถึงถิ่นได้เป็นครั้งแรกของคลอปป์ เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีของสโมสร ถือเป็นเรื่องที่ทำให้เด็กหงส์ได้ลืมตาอ้าปากกับเขาบ้างในปีนี้

แน่นอนว่าใคร ๆ ก็คาดหวังจะชนะในเกมฟุตบอลอยู่แล้ว แต่สาเหตุที่ชัยชนะนัดนี้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะทั้งสถิติของคลอปป์เองและสถานการณ์ก่อนเกมที่ไม่เป็นใจให้หงส์แดงจะกระทำการห้าวหาญแบบนั้นได้เลย โอเล่ ยอมลงทุนพักตัวนักเตะ 10 คนในเกมแพ้เลสเตอร์เพื่อมาสู้กับหงส์ในสภาพทีมที่ย่ำแย่กว่าแมนยูในแทบทุกด้าน กับความกดดันที่ต้องชนะสถานเดียวเท่านั้นมันทำให้ชัยชนะที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เด็กหงส์หลายคนแอบไม่คาดหวังมากนักก็เป็นได้

5 ประตูประวัติศาสตร์

เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาด ๆ ไม่พูดถึงก็ไม่ได้ เพราะโดยตัวมันเองกลายเป็นประวัติศาสตร์ไปเรียบร้อยแล้ว อลิสซงขึ้นทำเนียบเป็นนายทวารคนที่ 6 ที่ส่งบอลเข้าสู้ก้นตาข่ายได้ในพรีเมียร์ลีก และก็เป็นเพียงคนเดียวที่โหม่งทำประตู ในระดับสโฒสรก็กลายเป็นผู้รักษาประตูคนแรกของทีมนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมาที่ขึ้นไปพังประตูคู่แข่งได้

เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีในจินตนาการของเด็กหงส์มาก่อนแน่นอนว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แม้แต่นักเตะและสตาฟโค้ชทุกคนก็ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน เพราะไม่เคยแม้กระทั่งมีการซ้อมในสนามซ้อม อลิสซงไม่เคยซ้อมโหม่งกับเพื่อนร่วมทีมมาก่อน และแน่นอนว่านักเตะในสนามทุกคนทั้งเวสต์บอร์มและหงส์แดงก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น มันเกิดขึ้นชั่วขณะ แต่กำลังจะตราตรึงไปกาลนาน