3 เรื่องสำคัญในเกมสุดท้ายของลิเวอร์พูลนอกเหนือจากการลุ้นท็อปโฟร์

เผลอแป๊บเดียว พรีเมียร์ลีกก็กำลังจะปิดฉากฤดูกาล 2020/2021 เกมคืนนี้ทุกคู่จะลงแข่งพร้อมกันในเวลา 4 ทุ่มตามเวลาของบ้านเรา โดยหงส์แดงของเรานั้นจะทำการลงเตะกับ คริสตัล พาเลส ของปู่รอย ฮอดจ์สัน อดีตกุนซือของหงส์แดง หลายคนอาจจะโฟกัสไปที่การลุ้นท็อปโฟร์ของทีม แต่ยังมีระเด็นอื่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นี่เป็น 3 ประเด็นนัดสุดท้ายของหงส์แดงคืนนี้ ที่น่าติดตาม นอกเหนือจากการลุ้นท็อปโฟร์

แฟนบอลมาแล้ว

สถานการณ์โควิดที่กินเวลาของฟุตบอลไปเกือบ 2 ฤดูกาลติด ๆ ทำให้แฟนบอลไม่สามารถเข้าชมเกมในสนามได้มานาน แม้จะมีความพยายามให้แฟนบอลเข้าชมได้เมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เกมละ 2000 คน ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ลิเวอร์พูลสามารถกลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูงได้ด้วยนะ

จนกระทั่งตอนสิ้นปีก็มีการยกเลิกไม่ให้แฟนบอลเข้าชมอีกเพราะสถานการณ์การระบาดหนักขึ้น ลากยาวมาจนถึงตอนนี้ ที่หงส์แดงของเราต้องดิ้นรนเพื่อลุ้นท็อปโฟร์ถึงนัดสุดท้าย นี่อาจจะเป็นข้อแตกต่างที่เราแฟนบอลหงส์แดงเห็นได้ชัดว่าการมีหรือไม่มีแฟนบอลอยู่ในสนามนั้นส่งผลอย่างไรบ้าง

เกมคืนนี้ แฟนบอลหงส์แดงจำนวน 10,000 คนจะได้รับอนุญาตให้เข้าชมเกมได้ นี่อาจจะเป็นไฮไลท์ของเกมนี้ไม่ต่างจากการลุ้นท็อปโฟร์ของเราก็เป็นได้ เสียงเพลง YNWA จะกลับมาดังกึกก้องทั่วสนามแอนฟิลด์อีกครั้ง ภาพที่นักเตะจะวิ่งไปดีใจกับแฟนบอลจะกลับมาอีกครั้ง

นักข่าวไปสัมภาษณ์คลอปป์ว่าได้นับหรือคำนวณหรือไม่ว่า การขาดหายไปของแฟนบอลส่งผลต่อทีมมากแค่ไหน ซึ่งคลอปป์ตอบแบบไม่ลังเลเลยว่า 100 % เป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้แบบง่าย ๆ คลอปป์ร่ายยาวอีกว่าเขารักบรรยากาศและวัฒนธรรมของแฟนบอลขนาดไหน

ในหมู่บ้านของคลอปป์ที่เยอรมันตอนเขาเด็ก ๆ จะมีชาวเมืองจำนวน 3-4 ร้อยไปชมเกมฟุตบอลในสุดสัปดาห์กัน เป็นเหมือนวัฒนธรรม ประเพณีที่คนในชุมชนทำร่วมกัน 3-4 ร้อยเราอาจจะมองว่ามันน้อย แต่รู้หรือไม่ว่าในหมู่บ้านของคลอปป์มีประชากรแค่ 1,200 คนเท่านั้น มันจึงมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนของประชากร แปลว่าเกือบครึ่งของหมู่บ้านจะไปที่สนามฟุตบอล คลอปป์บอกว่า “ผมชอบเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกของชีวิตของผม”

การเข้าชมเกมได้อีกครั้งของแฟนบอลจะสร้างบรรยากาศที่นักเตะโหยหาที่สุดในยามยาก พวกเขาต้องการคนสนับสนุน ต้องการคนกระตุ้น ให้กำลังใจ นี่เป็นข่าวดีที่สุดของนักฟุตบอล และเราจะมาดูกันว่าวันนี้จะมีฉากซึ้ง ๆ เรียกน้ำตาจากบอสและนักเตะหรือไม่

อาจเป็นเกมสุดท้ายของไวนาดุม

การย้ายเข้า-ย้ายออก ของนักฟุตบอลเป็นเรื่องธรรมดามากในวงการฟุตบอล และคืนนี้ก็อาจจะเป็นเกมสุดท้ายในสีเสื้อลิเวอร์พูลของนักเตะหลายคน ทั้งคนที่มีข่าวหนาหูมาตลอด หรือคนที่กำลังมองหาโอกาสในการลงเล่นฟุตบอลอีกครั้ง นักเตะหลายคนที่วางแผนจะย้ายออกคงคาดหวังว่าจะได้ลงเล่นเกมนี้เป็นเกมสุดท้าย และหากเป็นสถานการณ์ปกติ ที่ไม่มีลุ้นอะไรแล้ว คลอปป์อาจให้โอกาสนักเตะเหล่านั้นลงเล่นเป็นเกมส่งท้ายบ้าง แต่เพราะเกมนี้มันมีความสำคัญ ระดับเข้มข้นของทีม โอกาสเหล่านั้นอาจจะไม่เกิดขึ้น

แต่สำหรับไวนาดุมอาจจะต่างออกไป เหมือนทั้งสโมสรและนักเตะจะได้ได้ข้อสรุปแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่นแล้ว ดูเหมือนว่าฤดูกาลหน้าจะไม่มีไวนาดุมในสนามอีก และคนที่น่าจะเสียใจมากที่สุดกับการที่ไวนาดุมจะไม่อยู่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือคลอปป์นั่นเอง

คลอปป์ได้กล่าวเชิงล่ำลาไวนาดุมไว้ใน หนังสือโปรแกรมของสโมสรนัดที่จะพบกับคริสตัล พาเลซ คืนนี้ (ขอบคุณข้อมูลจากเพจ sockr) ว่า

“เรามีผู้เล่นคนที่สำคัญมากและกำลังจะหมดสัญญากับเรา การเขียนถึงเขาไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้และถึงเวลานี้เขายังไม่ได้แสดงความจำนงค์สำหรับฤดูกาลหน้า แต่ผมแค่อยากจะรำลึกถึงเขาเผื่อไว้ว่ามันอาจจะเป็นการอำลาแอนฟิลด์ของเขา”

“จินี ไวจ์นาลดุมคือตำนานของลิเวอร์พูล ณ วันนี้และตลอดไป สิ่งที่เขา ผู้ที่เป็นคนที่มหัศจรรย์ สนุกสนาน เป็นคนไม่เห็นแก่ตัว ทำเพื่อทีมและสโมสรของเรานั้นผมไม่สามารถจะสรุปเป็นถ้อยคำได้อย่างถูกต้องเพราะภาษาอังกฤษของผมดีไม่พอ”

“แต่เขาคือสถาปนิกผู้วางรากฐานความสำเร็จของสโมสร เขาสร้างลิเวอร์พูลด้วยกำลังขา พลังปอด มันสมอง และหัวใจที่งดงาม – ถ้าเขาจะไป ขอให้เขาได้รู้ไว้ว่าพวกเราในฐานะเพื่อนร่วมทีมรู้สึกซาบซึ้งที่เราได้คนพิเศษแบบนี้มาอยู่กับเราในชีวิตของพวกเรา ผมรักเขา และเขาจะเป็นครอบครัวของเราเสมอ”

ซาลาห์ลุ้นดาวซัลโว

แม้จะไม่ใช่กองหน้ามืออาชีพมาก่อน แต่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาเป็นนักเตะลิเวอร์พูล ซาลาห์ทำสถิติการยิงถล่มทลาย จนแทบจะนับได้เลยว่ามีสถิติอะไรบ้างที่เขายังทำไม่ได้ เขาไม่เคยผลิตประตูให้ลิเวอร์พูลน้อยกว่า 20 ประตูเลยในแต่ละฤดูกาลให้หงส์แดง

ในพรีเมียร์ลีกเขาคว้าตำแหน่งรองเท้าทองคำได้ 2 ปีติดต่อกันในช่วงสองปีแรก แม้จะพลาดรางวัลให้วาร์ดี เมื่อฤดูกาลก่อน แต่ฤดูกาลนี้เขาเปลี่ยนทรงผมและกลับมาทำผลงานได้คึกคักอีกครั้ง ตอนนี้ทั้งเขาและเคนทำไปคนละ 22 ประตูเท่ากัน นำห่างอันดับสามคือบรูโน่ของแมนยูอยู่ 4 ประตู

เกมสุดท้ายจึงกลายเป็นการแย่งชิงรางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกระหว่างเคนกับซาลาห์ ที่ให้บรรยากาศเหมือนฤดูกาลแรกที่ซาลาห์เข้ามา แฟนบอลหลายคนกังวลว่าการที่ซาลาห์กำลังลุ้นดาวซัลโวแบบนี้จะส่งผลต่อการตัดสินใจในเกมหรือไม่ ที่เขาจะหมกหมุ่นกับการทำประตูเองเกินไป

เรื่องนี้มันก็แล้วแต่มุมมองเลยครับ ผมเชื่อว่าหากมีโอกาส ซาลาห์ก็อาจจะขอฝืนลองทำเอง แต่เชื่อว่าด้วยความเป็นมืออาชีพและตัวเขาเองก็ผ่านการลุ้นอะไรแบบนี้มาแทบทุกปี เขาย่อมรู้ดีว่าตอนนี้อะไรสำคัญที่สุดสำหรับสโมสร