วิเคราะห์โกนาเต้ 3 ข้อดี 2 ข้อกังวลหลังลิเวอร์พูลคว้าโกนาเต้เสริมทัพ

ถือว่าเป็นดีลซื้อขายที่ไม่พลิกโผแต่อย่างใด สำหรับการที่ลิเวอร์พูลจัดการคว้าตัว อิบราฮิมา โกนาเต้ กองหลังวัยละอ่อนของ  แอร์เบ ไลป์ซิก ทีมดังเมืองเบียร์ หลังจากเป็นข่าวหนัก ๆ มาหลายเดือน นี่นับเป็นรายที่สองต่อจากติอาโก ที่ข่าวซื้อขายนักเตะของหงส์แดงในช่วงนี้มักปิดไม่มิด แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะ นักเตะมีค่าฉีกสัญญาอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องเจรจาแบบลับ ๆ

การได้นักเตะมาเสริมทัพย่อมเป็นเรื่องดีครับสำหรับทีมฟุตบอล แต่แน่นอนว่ามันก็คือความเสี่ยงชนิดหนึ่งที่สโมสรทุกสโมสรต้องแบกรับ ไม่เว้นแม้กระทั้งลิเวอร์พูล วันนี้เราจะมาวิเคราะห์ถึง 3 ข้อดี กับอีก 2 ข้อกังวลเกี่ยวกับตัวของโกนาเต้ ที่กำลังจะกลายเป็นสมาชิกใหม่ของหงส์แดงในฤดูกาลที่จะถึงนี้

ขุมกำลังดูแกร่งขึ้นทันตา

ตอนนี้ลิเวอร์พูลสะสมนักเตะในตำแหน่งกองหลังมากถึง 6 คน ฟานไดจ์ค โกเมส มาติป ฟิลิปป์ส เดวิส คาบัค วิลเลียมส์ การจะซื้อนักเตะมาเพิ่มอีกมันเหมาะสมไหม แต่หากมานั่งวิเคราะห์แบบจริงจังเราต้องยอมรับว่าจำนวนที่ดูมากมายนี้ ไม่ได้บ่งชี้ถึงคุณภาพเลยครับ

มาติปอายุเยอะแล้วมีอาการบาดเจ็บรบกวนตลอดช่วง 2 ปีหลัง แล้วยังไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะอยู่ต่อหรือว่าหงส์แดงจะปล่อยตัวไป ในรายของโกเมส แม้ผลงานในสนามนั้นยามยืนคู่กับฟานไดจ์คถือว่าดีทีเดียว แต่ก็มีปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรังลงได้ไม่เต็มที่

ในรายของสามกองหลังจำเป็นในช่วงหลังที่ทำผลงานเข้าตาทั้ง ฟิลิปป์ส คาบัค และวิลเลียมส์ นั้น ว่ากันตามตรงก็คือ ฝีเท้ายังพอใช้ได้ แต่จะยืนระยะและสม่ำเสมอได้หรือไม่นั้นยังกังขา อาจจะดีพอช่วยให้หงส์แดงผ่านวิกฤติแย่งพื้นที่ UCL  มาได้ แต่จะดีพอยืนเป็นเสาหลักให้หงส์แดงกลับมาทวงเป้าหมายแชมป์ลีกได้หรือไม่นั้น ผมเชื่อว่าเด็กหงส์ทุกคนมีคำตอบ

ในกรณีของเดวิสกับคาบัคเราก็วิเคราะห์ได้ง่าย ๆ เลยว่าเป็นการซื้อตัวเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามาก ๆ นักเตะทั้งสองคนซื้อมาเผื่อเลือกเผื่อใช้ แต่น่าจะยังไม่ใช่ตัวความหวังจริง ๆ ตัดโน่นตัดนี่ออก หงส์แดงก็ยังจะเหลือนักเตะตัวหลักแค่ ฟานไดจ์ค โกเมส มาติป เหมือนเดิมเท่านั้น

หรือหากพูดแบบตรงไปตรงมาก็คือบรรดากองหลังจำเป็นฤดูกาลที่แล้ว ยังไม่ดีพอที่จะทำให้สโมสรบรรลุเป้าหมายใหญ่ของทีม การคว้าตัวนักเตะที่เป็นดาวโรจน์ของวงการมาได้ในราคาแสนสบายกระเป๋า มันทำให้ทีมลิเวอร์พูลที่มีโกนาเตดูแข็งแกร่งขึ้นมาทันที

สไตล์การเล่นที่ตรงสเปคหงส์

สำหรับผมเมื่อมองดีลนี้มีเหตุผลเพียงสองข้อเท่านั้นที่หงส์แดงเลือกซื้อตัวเขามา เหตุผลข้อแรกคือ โปรไฟล์การเล่นของโกนาเต้นั้นเข้ากับสไตล์การเล่นของลิเวอร์พูลมากและจะมเพิ่มมิติการเล่นบางอย่างที่ยกระดับของหงส์แดงได้ เหมาะอย่างยิ่งที่จะมายืนเคียงข้างฟานไดจ์ค หรืออาจดีพอทดแทนฟานไดจ์คได้ในยามจำเป็น

จากสถิติการเล่นที่ the athletic รวบรวมมา จุดเด่นที่น่าจับตามองของโคนาเตคือ การพาบอล ขึ้นแดนบน หลายคนอาจจะคิดว่าที่หงส์แดงเราต้องการกองหลังที่วางบอลยาวแม่น ๆ มากกว่า เพราะเราเน้นสไตล์รุกเร็ว จากหลังไปหน้า และทีมของเรามีฟานไดจ์คที่ทำได้ดีในการวางบอลยาวแล้ว หรือแดนกลางอย่างเฮนเดอร์สัน ฟาบิญโญ่ บางจังหวะก็ถอยลงมาเล่นการวางบอลยาวจากแดนหลังได้

แต่พักหลังการวางบอลยาวของเรามักถูกจับทางได้จากการป้องกันของคู่ต่อสู้ที่ถอยลงต่ำ ทำให้บอลยาวไม่ค่อยถึงแดนหน้า ปัญหานี้อาจจะแก้หรือเสริมได้ด้วยการหากกองหลังที่พาบอลขึ้นหน้าได้ดีมาเพิ่มสักคน จะสร้างโอกาสใหม่ ๆ โดยเฉพาะจะดึงคู่แข่งออกจากโซนของพวกเขาได้ เรามีนักเตะสไตล์นี้ที่คุ้น ๆ คือ มาติป เขาเป็นกองหลังที่พาบอลขึ้นหน้าได้ดี แต่โคนาเตจะมีศักยภาพมากกว่านั้นในวัย 22 เขาพัฒนาได้อีกมาก

โกนาเต้ยังเป็นกองหลังประเภทที่จะเดินหน้าใส่คู่แข่ง พร้อมวัดความเร็วกับกองหน้าของคู่แข่ง แม้จะมีความสูงถึง 194 เซนติเมตร แต่หากเป็นระยะ 100 เมตร ความเร็วของโกนาเต้จะไม่เป็นรองใครเลย เรื่องนี้ได้รับการยืนนยันจาก กีโด เชเฟอร์ อดีตเพื่อนร่วมทีมของนายใหญ่หงส์แดง สมัยค้าแข้งอยู่กับไมนซ์ ที่ผันตัวมาเป็นสื่อกีฬา เคยกล่าวถึง โกนาเต้ว่า

“เขามีหน่วยก้านที่ยอดเยี่ยม มีความเร็ว อีกทั้งเป็นผู้เล่นที่ฉลาด และถ้าวัดเรื่องความเร็วละก็ วิ่ง 100 เมตร โกนาเต้เป็นคนที่เร็วที่สุดของแอร์เบ ไลป์ซิก”

โกนาเต้ เป็นผู้เล่นที่ถนัดเท้าขวา ตำแหน่งที่ถนัดคือเซ็นเตอร์ฮาล์ฟฝั่งขวาในระบบกองหลัง 3 หรือ 4 คน หรือยืนตัวกลางในระบบกองหลัง 3 คนของไลป์ซิก มันคือตำแหน่งที่จะยืนเคียงข้างฟานไดจ์คนั่นเอง จึงไม่แปลกเลยทั้งตำแหน่งการเล่นและสไตล์การเล่นแบบนี้จะทำให้ฟานไดจ์คได้มีคู่หูพาร์มเนอร์ที่จะมาแบ่งเบาภาระของเขาแน่

ภายใต้การบัญชาเกมของฟานไดจ์คโกนาเตจะเป็นขุนพลตัวบุกตะลุยคู่แข่ง เพราะอีกจุดที่เด่นของโกนาเต้คือการรบกวนจังหวะของคู่ต่อสู้ผ่านการเข้าสกัด, ทำฟาวล์, บล็อ และเคลียร์บอล โดยมีฟานไดจ์คคอยอ่านเกมวางหมากเข้าซ้อนหรือดักจับคู่ต่อสู้ได้ถนัด ดังนั้นถ้าวัดกันที่จุดเด่นและผลงาน โกนาเต้ย่อมจะดีกว่าทั้งฟิลิปป์ส วิลเลียมส์ และคาบัคแน่นอน เผลอ ๆ อาจจะเป็นรองฟานไดจ์คนิด ๆ ก็เป็นได้ การรับมือกับบรรดากองหน้าตัวจี๊ดของทีมในพรีเมียร์ลีกเราจำเป็นต้องมีหัวหมู่ทะลวงฟันแบบโกนาเต้มาเสริมบ้างนั่นเอง

หากมีใครเจ็บหนักกว่าที่คิด ดีลนี้จะสำคัญมาก

การซื้อโกนาเต้เข้ามา หากเป็นสถานการณ์ที่ทุกคนคาดหวังคือฟานไดจ์คกลับมฟิตสมบูรณ์ กองหลังของเราที่บาดเจ็บกลับมาพร้อมหน้า เขาจะเป็นเพียง “ตัวเลือก” ที่มีคุณภาพ แต่หากเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น สามตัวหลักที่บาดเจ็บไป เกิดมีอาการบาดเจ็บซ้ำ หรือมีอุบัติเหตุต้องพักยาวอีก

นี่ไม่ใช่การแช่ง แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปกติมากในวงการฟุตบอล นักเตะที่เจ็บไปนานต้องใช้เวลานานเช่นกันในการฟื้นฟูร่างกาย แถมยังมีโอกาสมากที่จะเจ็บซ้ำหรือพักอีก

เหตุการณ์แบบนี้ก็เหมือนกรณีของแชมเบอเรนที่เกิดอาการบาดเจ็บหนัก 1 ฤดูกาล ตอนนั้นสโมสรมีการปิดข่าวอาการบาดเจ็บหนักของนักเตะไว้ พร้อมกับมีการลงทุนซื้อนักเตะกองกลางเพิ่มขึ้น ทั้งฟาบินโญ่ เกอิตา ชากิรี่ มาเสริมในแดนกลางเพิ่ม ผู้คนก็งงว่าทำไม จนได้รู้ว่าเพราะเราเสียที่ว่างไป 1 คน ผลก็คือแชมเบอเรนยังเข้า ๆ ออก ๆ โรงบาลและยังเรียกฟอร์มหรือหาโอกาสลงสนามไม่ค่อยได้ หากตอนนั้นทีมไม่มีการลงทุนพวกฟาบิญโญ่ เกอิตา ชากิรี่มา คงลำบากไม่น้อย

ดังนั้นข้อดีของการซื้อโกนาเต้มาคือ นอกจากมีขุมกำลังเพิ่มแล้ว ในกรณีฉุกเฉินเขาจะยืนเป็นตัวหลักได้สบายๆ บางทีในช่วงแรกที่นักเตะกองหลังคนอื่น ๆ กลับมา แต่ยังไม่พร้อมลง โกนาเต้นั่นแหละจะได้ยืนเป็นกำลังหลักของหงส์แดงทันทีตอนเปิดฤดูกาล

หงส์ไม่ถูกกับนักเตะจากไลป์ซิก

ในทีมของลิเวอร์พูลตอนนี้มีนักเตะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมเรดบลู ถึง 3 คน คือ มาเน่ เกอิตา และมินามิโนะที่ทั้งสามคนเคยเล่นกับ เรดบลู ซัลบวร์ก ทีมสาขาสองของอาร์แบ ไลป์ซิก มีเพียงเกอิตาเท่านั้นที่ได้มาเล่นกับสาขาใหญ่ที่เยอรมันด้วย ในรายของมาเน่อาจจะเป็นสายสัมพันธ์ห่าง ๆ เพราะเจ้าตัวย้ายมาเล่นกับนักบุญและพิสูจน์ตัวกับพรีเมียร์ลีกได้ที่นี่ ก่อนหงส์คว้าตัวมา

แต่ในรายของมินามิโนะกับเกอิตานั้นเราดึงมาจากอ้อมกอดเรดบลูโดยตรง แล้วผลประกอบการก็คือ ขาดทุน เกอิตาแม้จะมีแวว แต่แววนั้นก็ไม่อาจส่องสว่างจร้าออกมาได้เพราะถูกอาการบาดเจ็บบดบังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเริ่มอับแสงในถิ่นแอนฟิลด์ ส่วนมินามิโนะนั้นปัญหาใหญ่คือการปรับตัวให้เข้ากับทีม และยามได้ลงเล่นเขามักไม่กล้าจะแสดงศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ จนกลายเป็นเพียงนักเตะที่ธรรมดาเท่านั้น

การย้ายจากลีกเยอรมันมาลุยพรีเมียร์ลีกเป็นเรื่องท้าทายมาก แม้โกนาเต้จะมีประสบการณ์การลงเล่นกว่า 95 เกมตลอดการค้าแข้งในบุนเดสลีกา 4 ปี แถมยังทำประตูได้ตั้ง 4 ประตู ซึ่งมากกว่าจำนวนประตูที่โกเมสกับมาติปสองคนทำรวมกันเสียอีก

สไตล์การเล่นที่มีความแตกต่างค่อนข้างชัดเจน แถมมีความกดดันระดับสูงลิ่ว การเจอนักข่าวกดดัน ความคาดหวัง ความพร้อมที่จะลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์อังกฤษได้ตลอด นี่เป็นสถานการณ์ที่บางทีนักเตะดังจากต่างถิ่นปรับตัวไม่ได้

อาการบาดเจ็บ

นี่เป็นความกังวลรวมหมู่ที่เด็กหงส์มองเหมือนกันคือ หงส์แดงของเรากำลังลงทุนกับนักเตะที่เพิ่งบาดเจ็บจนต้องพักหลายเดือนและเพิ่งกลับมาเล่นได้ไม่นาน ซีซั่นที่ผ่านมา เขาได้ลงเล่นบุนเดสลีกาไปเพียง 8 นัด และในฤดูกาลนี้ก็ยังมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกายรบกวนอยู่เป็นระยะ

ที่บอกว่าเป็นระยะ เพราะปีนี้เขามีอาการบาดเจ็บรบกวนถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกคืออาการกล้ามเนื้อฉีกขาด พักไป 96 วัน จากวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 5 ตุลาคม เป็นอาการบาดเจ็บรื้อรังต่อเนื่องเพราะก่อนหน้านั้นเขาก็เคยเจ็บแบบนี้มา 2 ครั้งต่อเนื่อง ครั้งแรกพักไปนานกว่า 225 วัน ครั้งที่สอง 14 วัน

อาการบาดเจ็บครั้งที่สองของฤดูกาลนี้คือวันที่ 6 ตุลาคม คือหลังจากหายจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อนั่นแหละ แต่เป็นเพียงปัญหาเรื่องความฟิตเท่านั้น ซึ่งก็กินเวลานานกว่า 9 วัน และการบาดเจ็บครั้งล่าสุดของเขาคือการอาการบาดเจ็บบริเวณ ข้อเท้าทำให้ต้องพักนานกว่า 49 วัน ตั้งแต่ 17 ธันวาคมปีที่แล้วถึง 4 กุมภาพันธ์ปีนี้

มีการพูดถึงอาการบาดเจ็บของโกนาเต้เป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งบอกว่า เป็นอาการบาดเจ็บที่ไม่กระทบหนัก และนักเตะอายุยังน้อย เขาสามารถพัฒนาร่างกายได้ ซึ่งถ้าหากมาอยู่ภายใต้การดูแลของทีมงานหงส์แดงก็อาจจะแข็งแกร่งขึ้น เหมือนที่ช่วงหลังเราเห็นว่าทีมงานหงส์แดงมีการอัพเกรดร่างกายของเกอิตาให้แข็งแกร่งขึ้น

แต่อีกฝั่งหนึ่งมองว่า บริเวณที่เจ็บนั้น น่ากังวล แม้ไม่ใช่การบาดเจ็บร้ายแรง แต่การเจ็บที่เดิมซ้ำ ๆ คือ ตรงกล้ามเนื้อ มันมีผลที่อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงอย่างอื่นได้ เช่น การเจ็บแฮมสตริง และหากมองว่าสไตล์การเล่นของหงส์แดงคือวิ่ง ใช้กำลัง แถมพรีเมียร์ลีกยังเข้าหนัก เข้าโหด บางทีอาการบาดเจ็บเหล่านี้อาจเป็นสารตั้งต้นชั้นดีที่จะนำไปสู่ปัญหาหนักในอนาคตก็เป็นได้

แต่แน่นอนว่าทุกอย่างมันต้องผ่านการวิเคราะห์ของทีมซื้อขายมาหมดแล้ว หากมันเป็นอาการที่ซีเรียสจริง หงส์แดงคงไม่ยอมเดิมพันแน่ ฉะนั้นจากการทำงานของทีมงานหงส์แดงที่ค่อนข้างเคี่ยวพอสมควรเราก็อาจจะพอวางใจเรื่องนี้ได้บ้าง ทั้งหมดไม่ว่าเรื่องดีหรือเรื่องกังวลเป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครมีคำตอบ จนกว่าเราจะเห็นเขาลงเล่นกับหงส์แดงมากพอเท่านั้น จะเป็นนิวฟานไดจ์คหรือนิวเกอิตาก็มาลุ้นกัน