3 ข้อดีที่หงส์แดงจะได้รับ หากคว้าตัวเตเลอมองส์มาได้

หลังจากจบฤดูกาลที่แสนยากลำบากมาได้ สิ่งที่หลายคนจับตามองเกี่ยวกับก้าวต่อไปของหงส์แดงก็คือ พวกเขาจะเสริมทัพเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างไร ล่าสุดเราก็ได้เห็นการเดินเครื่องครั้งสำคัญของสโมสรด้วยการคว้าตัว โกนาเต้ กองหลังอนาคตไกลของไลป์ซิกมาเสริมทัพตำแหน่งที่มีปัญหาที่สุดของทีมเวลานี้

ส่วนตำแหน่งต่อไปนั้นหลายฝ่ายจับตามองสถานการณ์ที่ทีมมีปัญหาเรื่องเกมรุกตลอดทั้งฤดูกาล รวมถึงการสูญเสียนัเตะคนสำคัญอย่างไวนาดุมไปแบบฟรี ๆ แต่หากจับกระแสข่าวช่วงนี้สโมสรจะมีข่าวกับนักเตะกองกลางมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ซานเดอร์ เบิร์ก ของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, อิฟ บิสซูมา ของ ไบรท์ตัน, ฟลอเรียน นอยเฮ้าส์ สตาร์จาก โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค

แต่หนึ่งในคนที่ผมสนใจเป็นพิเศษ ยูริ เตเลมองส์ ที่เพิ่งยิงประตูชัยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ครองแชมป์ เอฟเอคัพ มาหมาด ๆ ทันทีที่มีข่าวเชื่อมโยงกับหงส์แดง ยอมรับว่าส่วนตัวตื่นเต้นมาก เพราะแอบชื่นชอบสไตล์การเล่นของนักเตะคนนี้เป็นพิเศษและเคยแอบคิดว่าหากสโมสรคว้าตัวเขามาเล่นก็คงดี

ทันทีที่มีข่าวออกมา ผมเลยถือโอกาสทำคอนเทนท์นี้ขึ้นมาเพื่อ ชื่นชม และอยากให้แฟนหงส์คนอื่นๆ รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกับผม โดยผมจะยก 4 ข้อดีที่หงส์แดงของเราจะได้จากเตเลอมองส์หากเขาย้ายมาเป็นนักเตะของเราจริง

1 ตัวแทนไวนาดุมแบบไม่ขาดตกบกพร่อง

ลิเวอร์พูลต้องเสียนักเตะคนสำคัญของทีมอย่างไวนาดุมไปแบบฟรี ๆ โดยคาดว่าจะไปร่วมทีมบาร์เซโลนาที่มีโดนัล คูมัน นายใหญ่ฮอลแลนด์เป็นเฮดโค้ชของทีมเวลานี้ การจะหานักเตะมาแทนตำแหน่งที่คลอปป์ยกให้เป็นสถาปนิกแห่งชัยชนะ ผู้ทุ่มเททุกอย่างเพื่อทีมแบบเขานั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง

ไวนาดุมรับใช้สโมสรมาอย่างยาวนานกว่า 5 ปี ลงเล่นในลีกแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 35 เกม ลงครบ90 นาที ไม่ต่ำกว่า 24 เกมในแต่ละฤดูกาล แม้จะมีสถิติการทำประตูที่น้อย แต่บทบาทในสนามของเขานั้นมหาศาล พละกำลังและความทุ่มเทของเขานั้นไม่เป็นรองใครในสนาม

คุณสมบัติเด่น ๆ ในแบบไวนาดุมนั้นมีในตัวของเตเลอมองส์แทบทุกอย่าง และสามารถเป็นตัวแทนของไวนาดุมได้ในระยะยาว เขาเป็นนักเตะประเภทมดงาน เล่นเพื่อทีม ทุ่มเทกำลังอย่างหนัก เห็นได้จากการที่เขาลงเล่นเป็นนักเตะตัวหลักของทีมเลสเตอร์ในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา 37 กับ 38 นัดตามลำดับ โดยฤดูกาลนี้เขาลงเล่นครบ 90 นาทีถึง 35 เกม และมีเพียง 1เกมจาก 3 เกมที่เหลือเท่านั้นที่ได้ลงเล่นน้อยกว่า 87 นาที ยืนยันได้ถึงการเป็นนักเตะประเภทพละกำลังเหลือล้นตลอดปีของเขาเหมือนไวนาดุมได้

เมื่อกางสถิติต่าง  ๆ ของทั้งไวนาดุมและเตเลอมองส์มาเทียบกันเราจะเห็นว่าไม่มีจุดไหนเลยที่ตเลอมองส์จะด้อยไปกว่า

ไวนาดุมในด้านเกมรับ ทั้งการแย่งบอล ตัดบอล เตเลอมองส์ทำได้โดดเด่นกว่าไวนาดุมชัดเจน ในด้านเกมรุก เราะเห็นว่าแทบทุกมิติที่เตเลอมองส์ทำได้ดีกว่าทั้งการทำประตู การแอสซิสต์ การจ่ายคีย์พาส การเลี้ยงหลบคู่ต่อสู้ สถิติการยิงประตูต่อเกม ล้วนเหนือกว่าไวนาดุม 1 เท่าตัว สิ่งที่ไวนาดุมทำได้ดีกว่าและเป็นมาตรฐานที่สูงที่เขาทำไว้กับลิเวอร์พูลคือ เปอร์เซ็นต์การส่งบอลของเขาที่สูงถึง 92.7 %

2 เพิ่มมิติเชิงรุกแดนกลาง

ถามว่าหากอยากเพิ่มมิติเกมรุกแดนกลางให้มากทำไมไม่ซื้อนักเตะประเภทเพลย์เมกเกอร์แบบเดอบอรยน์ กรีลิช หรือแม้แต่เมดดิสันเพื่อนร่วมทีมของเตเลอมองส์เลยละ คำตอบก็คือปัจจุบันเกมรุกของหงส์แดงไม่ได้มีปัญหาที่แดนกลาง แต่เป็นที่แดนหน้าและแบ็กสองข้างที่ฟอร์มโดยรวมปีนี้ต่ำกว่ามาตรฐาน และนับตั้งแต่คูติญโญ่จากไป คลอปป็พัฒนาทีมมาไกล ในแนวทางที่ไม่ได้ใช้เพลย์เมกเกอร์จ๋าในการเล่นเกมรุกแล้ว

กองกลางของหงส์แดงต้องเป็นประเภทมดงาน เป็น ‘สันหลัง’ ของทีม มีหน้าที่สร้างสมดุล รุกรับ ให้ทีม ดังนั้นกองกลางที่มีสไตล์การเล่นเกมรุกมากกว่ารับอาจจะยังไม่จำเป็นมากสำหรับหงส์แดงในตอนนี้ เพราะตัวอย่างทั้งชากิรี่และแชมเบอเลนก็มีให้เห็นแล้วว่า ในเชิงรุกนั้นพวกเขาทำได้ดี แต่เมื่อต้องเล่นเพื่อเป็นสันหลังของทีมนั้นอาจยังไม่ใช่ตัวเลือกแรกเสมอไป

ดังนั้นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับทีมมากที่สุดคือการได้กองกลางที่สไตล์การเล่นคล้ายกับไวนาดุมมาสักคน และมีสไตล์การเพิ่มมิติเชิงรุกมาบ้าง ซึ่งนั่นคือคำตอบว่าทำไมผมเองถึงชอบและมองว่าเตเลอมองส์คือคนที่ตอบโจทย์ตรงนี้มาก ๆ นักเตะเชิงรับ สร้างสมดุล คุมเกม แต่มีประสิทธิภาพเชิงรุกไม่ด้อยเลย

เตเลอมองส์เป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมกับประตูให้เลสเตอร์ตั้งแต่ปี 2018-2019 จนถึงฤดูกาลล่าสุดเฉลี่ย 7-10 ลูกต่อปี นี่เป็นค่าเฉลี่ยที่ผมมองว่า พอดีมาก ๆ กับกองกลางสักคน ปีนี้เตเลอมองส์ทำประตูได้ถึง 6 ประตู เทียบเท่ากับนักเตะแดนกลางทั้งหมดของหงส์แดง 5 คนทำได้รวมกันในปีนี้ ส่วนการแอสซิสต์นั้นก็ทำได้ถึง 4 ลูกซึ่งเป็นรองนักเตะแดนกลางของหงส์แดง 6 คนทำได้รวมกันแค่ 3 ประตูเท่านั้น

6 ประตูที่ทำได้เป็นการยิงนอกกรอบถึง 2 ประตู และในกรอบ 18 หลาอีก 2 ประตู โดยอีกสองประตูเป็นการสังหารจุดโทษให้ทีม โอกาสและเวลาที่เหมาะเจาะบริเวณหน้ากรอบถือว่าอันตรายหากปล่อยให้นักเตะคนนี้ได้บอล เขาทำประตูได้ 6 จากโอกาสยิงทั้งหมด 49 ครั้ง ซึ่งกองกลางของหงส์แดงทำได้ 6 ประตูจากการสร้างโอกาสยิงรวมกันถึง 136 ครั้ง

จากตัวเลขในเชิงรุกของนักเตะที่เชิงรับไม่ได้เป็นรองแดนกลางหงส์แดงสักคนเลย มันบ่งชี้ว่า หากเราได้เตเลอมองส์มาเสริมทัพจริง ประสิทธิภาพในเกมรุกจะเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยไม่ไปลดประสิทธิภาพในเกมรับของทีมเลย ในยามที่ทีมจำเป็นต้องสร้างโอกาสจากหน้ากรอบเขตโทษของคู่ต่อสู้ที่แพ็คแน่นหนาหน้าประตู เตเลอมองส์คือหนึ่งในตัวเลือกนั้น และในยามปกติที่ทีมต้องการนักเตะที่เล่นด้วยความทุ่มเท เตเลอมองส์คือหนึ่งในตัวเลือกนั้น

1 นักเตะที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของฟาบิญโญ่

ฤดูกาลนี้หงส์แดงมีความ ‘จำเป็น’ ต้องโยกย้ายฟาบิญโญ่ลงไปเล่นเป็นเซ็นเตอร์ถึง 10 กว่าเกม และผลคือหงส์แดงไม่สามารถชนะใครเลยในจำนวนนัดที่เขาลงไปเล่นตรงนั้น สาเหตุเพราะแดนกลางของหงส์แดงก็จะยวบยาบลงทันทีที่ขาดเขาบัญชาเกม

เราไม่รู้ว่าฤดูกาลต่อไป ฟาบิญโญ่ จะต้องทำอะไรแบบนี้อีกหรือไม่ แต่เชื่อได้ว่าหากทีมมีเตเลอมองส์จะสามารถแบ่งเบาภาระตรงนี้ให้กับฟาบิญโญ่ได้ ถ้าดูจากตัวเลขเปรียบเทียบจะเห็นได้ว่าเชิงรับของเตเลอมองส์นั้นไม่ได้ด้อยไปว่าฟาบิญโญ่เลย แถมยังมีจุดเด่นกว่ในด้านการเข้าปะทะกับคู่แข่ง

ไม่ใช่แค่ในยามฟาบิญโญ่ต้องไปรับหน้าที่พิเศษ แม้ในยามปกติหากได้ลงเล่นร่วมกัน ผมเชื่อแดนกลางของหงส์แดงจะเข้าขั้น ‘ปึก’ และครบเครื่องไม่ด้อยไปกว่าแดนกลางของทีมอื่น ๆในพรีเมียร์ลีกแน่ การที่ทีมจะมีกองกลางที่เล่นได้ระดับเดียวกันให้เลือกแบบ พร้อมใช้ถึง 4 คน ทั้งเฮนเดอร์สัน ฟาบิญโญ่ และติอาโก ย่อมจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน เพราะนักเตะที่อายุมากขึ้นทั้งติอาโกและเฮนโด้ จะได้พักสลับหมุนเวียนให้พลังหนุ่มแบบเตเลอมองส์ได้มาแบ่งเบาแน่

ทั้งหมดที่พูดมาต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่ามันมาจากความชอบส่วนตัวของผมจริง ๆ ที่มองว่านักเตะคนนี้คือสายพันธุ์ที่ทีมเราต้องการมากในขณะนี้ เป็นนักเตะประเภทวิ่งสู้ฟัด ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เล่นบอลแบบหนักหน่วง เหมาะกับการเพิ่มพลังให้หงส์แดงของเราในฤดูกาลหน้าที่ความกดดันและการขับเคี่ยวกันจะหนักยิ่งนัก