ถอดรหัส 3 ไอเดียการเล่นของหงส์จากบันทึกการฝึกซ้อมของเป๊บ ลินเดอร์ส

ในช่วงปรีซีซั่น ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างมากในการเตรียมความพร้อมของทีม ส่วนหนึ่งคือการวงแผนแก้ไขข้อผิดพลาดของฤดูกาลก่อน และการหาแนวทางการเล่นใหม่ ๆ รวมถึงเป็นโอกาสให้นักเตะมารวมอยู่ด้วยกัน สร้างความคุ้นเคยกัน เปิดโอกาสให้นักเตะที่ไม่ค่อยได้โชว์ผลงานหรือปล่อยยืมมาแสดงพัฒนาการของตัวเอง

ความพิเศษของการฝึกซ้อมของทัพหงส์แดงในปีนี้ก็คือ มีการเปิดเผยรายละเอียดบันทึกการซ้อมของทีมจากปลายปากกาของเป๊บ ลินเดอร์ส ผู้ช่วยมือขวาของคลอปป์ที่ได้บันทึกแง่มุมต่าง ๆ ไว้ตั้งแต่วันแรก โดยทางเว็บไซด์ทางการของทีมได้มีการเปิดเผยบันทึกบางส่วน

แม้ว่าบันทึกพวกนี้จะไม่ได้ลงรายละเอียดถึงกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่หงส์แดงจะใช้ เพราะคงไม่มีสโมสรไหนเอาข้อมูลแบบนั้นมาลงแน่นอน แต่หากเราตามอ่านแบบละเอียดและลองเชื่อมโยงดู เราก็พอจะเห็นบางไอเดียที่ถูกเน้นย้ำ สำหรับการปรับปรุงทีมในฤดูกาลนี้ วันนี้ผมจึงได้ทำการถอดรหัส 3 ไอเดียสำคัญที่เป็นการปรับปรุงทีมจากบันทึกของเขา

การกลับไปหาพื้นฐานของตัวเอง

ในบันทึกวันแรกของการปรีซีซั่นเป๊บ บอกถึงเป้าหมายหลัก 3 ประการของการมาปรีซีซั่นว่า แต่เมื่อเอาทั้งสามเป้าหมายมารวมกันแล้ว เราจะได้ไอเดียสำคัญอย่างหนึ่งคือ ลิเวอร์พูลชุดนี้ต้องการกลับไปสู่พื้นฐานด้วยแนวคิดเรื่องของการเพรสซิ่ง การครองบอล การแย่งบอลกลับมาครอง และควบคุมเกมด้วยการครองบอลให้เหนือกว่าในแต่ละช่วง

นี่เป็นประเด็นสำคัญอันดับหนึ่งของการปรีซั่นนี้ จากบันทึกการฝึกเราจะเห็นว่า เป้าหมายของการฝึกส่วนใหญ่เน้นไปที่ความฟิตของร่างการ มีการซ้อมวิ่ง 1,000 เมตร หลาย ๆ ช่วง ของการซ้อม แบบต่อเนื่องกัน

เป๊บให้เหตุผลว่าเพื่อให้นักเตะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของสมองที่มักจะยอมแพ้ในการวิ่งข้อความตอนหนึ่งของบันทึกวันที่ 15 กรกฎาคม บอกไว้ว่า“มันสร้าง ‘สภาพจิตใจ’สำหรับการก้าวไปข้างหน้า เซสซั่นเหล่านี้สำคัญมาก มันเกี่ยวกับการหยุดเสียงในหัวของคุณที่จะล้มเลิก”

ไม่ว่าใครจะสังเกตหรือไม่ก็ตามเราจะเห็นว่าฤดูกาลก่อนทีมของเราขาดจุดนี้ เหมือนมันมีความคิดประเภทว่า ไม่ได้แน่ ๆ ไม่ทำดีกว่า หรือทำแค่นี้ก็พอล่องลอยให้เห็นอยู่ในสนาม ในทุก ๆ บันทึกของเป๊บเขาจะพูดถึงเรื่องการวิ่ง การวิ่ง และการวิ่ง ที่เป็นเหมือนการฝึกซ้อมเดียวที่จะทำให้นักเตะกล้าที่จะทลายความไม่เชื่อมั่นใด ๆ ในหัวของตัวเอง บันทึกวันที่ 27 กล่าวไว้อย่าน่าสนใจว่า

“ในแง่การวิ่ง พวกเขาต้องหยุดเสียงในหัวที่พูดว่า ‘มันเป็นไปไม่ได้’ มันแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าสมองคือกล้ามเนื้อที่สำคัญที่สุดร่างกาย การวิ่งเป็นเพียงตัวกระตุ้นพิเศษสำหรับความมุ่งมั่นแบบไม่เคยยอมแพ้ของเรา ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว”

นอกจากการวิ่งไม่มีหมดแล้ว เป๊บกับทีมงานยังต้องการให้ลิเวอร์พูลชุดนี้วิ่งไล่แย่งบอลคืนมาให้เร็วที่สุด เหมือนที่พวกเขาเคยทำได้ในช่วง 2 ปีก่อนหน้า เขายกตัวอย่างในเกมกับบาร์เซโลน่าว่า ในช่วง 15 นาที ลิเวอร์พูลเสียการครองบอลไปถึง 15 ครั้ง แต่ก็สามารถแย่งกลับคืนมาได้ถึง 11 ครั้ง นั่นคือปัจจัยที่ทำให้หงส์แดงชุดนั้นยากต่อกร ดูเหมือนว่าปีนี้เราอาจจะได้เห็นการวิ่งไล่เพรสที่ดุเดือดฉับพลัน พลังงานล้นเหลือของทีมอีกครั้ง

แนวคิดเรื่องการ ‘อุทิศตนเพื่อทีม’ ต้องถูกเน้นย้ำ

เราไม่ได้บอกว่านักเตะหงส์แดงเริ่มเห็นแก่ตัว อยากโชว์มากขึ้น จนละเลยการทำงานเป็นทีม แม้หลายต่อหลายจังหวะของเกมเมื่อปีที่แล้วมันจะชวนให้เราคิดไปในทางนั้นก็ตาม บางทีมันอาจจะแค่การหลงลืม และไม่ถูกเน้นย้ำ สิ่งที่เราเห็นได้จากบันทึกของเป๊บที่บันทึกทั้งเรื่องราวในสนามและนอกสนามคือ มีการวางแผนการซ้อมและการใช้ชีวิตร่วมกันเพื่อเป้าหมายคือการเน้นย้ำเรื่องของทีมเวิร์คมากขึ้น

การออกแบบการพักหลังการซ้อมเป็นการออกแบบเพื่อให้นักเตะได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันจริง ๆ จนเกิดความรู้สึกว่าเป็นครอบครัว ในบันทึกวันที่ 23 เป๊บบอกเป้าประสงค์ของการให้นักเตะมาใช้ชีวิตร่วมกันว่า ‘นักเตะต้องรู้สึกว่าเราเป็นครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เราใช้เวลามากมายร่วมกัน ในช่วงเวลาแบบนี้ เราได้รู้จักกันและกันดีขึ้น และไว้วางใจกันและกันมากขึ้น นั่นคือหัวใจในทีมกีฬา มันคือความไว้วางใจ

การใช้ชีวิตร่วมกันนำมาสู่ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลอย่างมากต่อการเล่นเป็นทีมในสนามของทัพหงส์แดง บางจังหวะบางลูกที่เราเคยทำได้แบบต่อบอลกันสวย ๆ ล้วนเกิดจากสิ่งนี้ที่อยู่ภายในของนักเตะ ไม่ใช่แค่เกมรุก แต่ในแง่ของเกมรับมันจะนำมาซึ่งแก่นหลักที่เป็บเขียนไว้ในบันทึกวันที่ 26 ว่า “การสร้างความช่วยเหลือจกทุกที่” สิ่งนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้เพียงเพราะการฝึกซ้อมเท่านั้น แต่ต้องมาจากความไว้เนื้อเชื่อใจกัน และการทำงานเพื่อทีมอย่างแท้จริง

ในการฝึกซ้อมมีการซ้อมแบบหนึ่งคือ การเดาะบอลแล้วกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง แต่มีข้อแม้ว่าฟุตบอลต้องลอยอยู่บนอากาศและหากจะผ่านไปได้ก็ต่อเมื่อเพื่อนร่วมทีม (4คน) มีส่วนร่วมเท่านั้น หากทำไม่ได้ต้องถูกลงโทษ เป็นการฝึกเพื่อเน้นย้ำให้เห็นเพื่อนอยู่ในสายตา

เป็บบันทึกเรื่องการอุทิศตนเองเพื่อทีมของนักเตะไว้อย่างละเอียดในการบันทึกวันที่ 26 ว่า

“เราจะใช้ ในแต่ละเซสซั่นของแคมป์นี้ เพื่อปรับปรุงกลุ่มผู้เล่นของเราด้วยการอุทิศตัว และฝึกซ้อมทีมแบบเฉพาะ มันจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงานเป็นทีมเสมอ ทีมต้องมาก่อน มันเป็นเรื่องของส่วนรวม มันทำให้เราเป็นอย่างนี้ กฎข้อนี้ไม่อาจจะหย่อนลงได้ แม้แต่ในช่วงพรีซีซั่น

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเล่นเกมเพรสซิ่ง มันเกี่ยวกับ ‘ความสามัคคี’ และ ‘ความพร้อม’ ในการต่อสู้เพื่อทีม จิตวิญญาณนี้จะปรากฏในการออกกำลังกายทุกๆ ครั้งที่เราจะแสดงออกมาต่อหน้าผู้เล่นของเรา ภายใต้จิตวิญญาณแบบนี้ทุกอย่างเป็นไปได้สำหรับนักเตะของเรา นอกเหนือจากนี้แล้วมันจะไม่มีทางเป็นไปได้

การแก้ไขปัญหาจังหวะสุดท้าย

ในบันทึกวันที่ 27 เป๊บยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า ฤดูกาลที่แล้วหงส์แดงมีปัญหาเรื่องการจ่ายบอลจังหวะแรกและการเจ้าทำในจังหวะสุดท้ายเสมอ แต่เขาบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ทั้งต้องลืมไปเสียและต้องแก้ไขด้วย เขาเผยว่าการฝึกในทุก ๆ วันมักจะมีการทำซ้ำบางกิจกรรมอย่างเป็นระบบคือการจ่ายบอลจังหวะแรก การยิงจากมุมเขตโทษ เข้าไปเต็มเขตโทษ การจ่ายบอลจังหวะสุดท้าย

ในบันทึกของเป๊บยังเผยให้เห็นอีกว่ามีเจ้าหน้าที่ชื่อมาร์ค หนึ่งในนักวิเคราะห์ของเราได้ทำวีดีโอสั้นๆ สามในสี่วีดีโอแสดงให้เห็นหลักการในเกมรุกของเรา เป๊บยังชอบบันทึกถึงการผ่านบอลจังหวะสุดท้ายสวย ๆ ของนักเตะเช่นเอเลียต การประสานงานของแชมเบอเรนกับมาเน่และซาลาห์ในเขตโทษ

การฝึกการลงเล่นปรีซีซั่นในรอบนี้ส่วนสำคัญของมันอย่างหนึ่งจึงเป็นการกระตุ้นจังหวะเกมโต้กลับของเรา หาทางจ่ายบอลจังหวะสุดท้ายผ่านการหยุดยั้งจังหวะโต้กลับ การทำประตูคือเป้าหมาย แต่อย่างที่เป็นมาเสมอ การจ่ายบอลจังหวะสุดท้ายทำให้หลายๆ อย่างง่ายขึ้นมาก ดังนั้นทีมงานจึงออกแบบสถานการณ์ต่าง ๆ ในเกมมากเป็นพิเศษให้เด็กๆ จ่ายบอลจังหวะสุดท้ายเหล่านี้ โดยเป๊บย้ำว่าเป็น “จุดที่เราอยากจะปรับปรุงจริงๆ หลังจากฤดูกาลที่ผ่านมา”

สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านบันทึกของเป๊บ ผมเชิญชวนให้ไปอ่านครับ อาจจะมีเรื่องราวอีกมากที่ผมเองมองข้ามและไม่ได้เอามาบอกเล่ากัน แต่รับรองว่าเป็นประสบการณ์พิเศษที่เราจะได้เข้าไปสัมผัสถึงเนื้อในของการฝึกซ้อมที่เกิดขึ้น