เหตุผล 3 ประการที่ทำให้หงส์แดงอาจไม่ลงตลาดเพิ่ม

หลังจากคว้าตัวอิบราฮิเม โกนาเต้ กองหลังจอมแกร่งมาจากไลป์ซิกในราคา 36 ล้านปอน์ดแล้ว ลิเวอร์พูลไม่มีทีท่าหรือแนวโน้มใด ๆ ที่จะเซ็นต์นักเตะเพิ่มเลย สถานการณ์นี้ตอบสนองออกมาผ่านอดีจนักเตะของเราหลายคนทั้งคาราเกอร์ หรือเอ็นริเก้ที่ออกมากระตุ้นให้สโมสรเร่งเสริมบิ๊กเนมเข้าทีมบ้าง แม้แต่มาเน่ เองก็แสดงออกชัดเจนว่าอยากเห็นสโมสรเสริมทัพ

ความกดดันและความคาดหวังนี้แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมาจากความเคลื่อนไหวของทีมคู่ปรับในพรีเมียร์ลีกทั้งหลายที่เดินหน้าเสริมทัพกันใหญ่ โดยเฉพาะสองทีมดังเมืองแมนเชสเตอร์ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัวชานโช่ และวาราน สองนักเตะเกรดเอบวกเข้าสโมสร ส่วนซิตีก็กำลังเร่งปิดดีลกรีลิชในเร็ววัน ถือเป็นการเสริมที่น่าเกรงไม่เบา

ประมาณว่าทีมอื่นเขาเสริมกันพรึบ ทีเรายังนิ่งเฉย แฟนบอลจะออกอาการหัวอุ่น ๆก็ไม่ผิดประการใด เพียงแต่หากมองย้อนกลับว่า หงส์แดงจำเป็นต้องซื้อจริงหรือ แล้วถ้าซื้อเพิ่มมันคือตำแหน่งไหน และตำแหน่งนั้นมันจำเป็นมากแค่ไหน

แนวทางการทำงานของสโมสรและคลอปป์มันชัดเจนมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า ซื้อเมื่อจำเป็น อย่าซื้อเพียงเพราะคนอื่นซื้อหรือซื้อเพราะอยากมีนักเตะมากมายมากองกัน ดังนั้นวันนี้ผมจะชวนมามองอีกมุมหนึ่งว่า ถ้าหงส์แดงของเราไม่ลงตลาดเพิ่มอีกในซัมเมอร์นี้ มันมีข้อควรพิจารณาอะไรบ้าง

การเงินไม่คล่องจริงๆ

นี่เป็นเรื่องที่จะต้องนำมาพิจารณาอันดับแรกโดยไม่ต้องสงสัย บทเรียนจากวิกฤติโรคระบาดเมื่อฤดูกาลก่อนทำให้ลิเวอร์พูลสูญเสียรายได้มหาศาล ทั้งยังเสียเครดิตไปมากกับนโยบายที่จะขอเงินสนับสนุนจากภาครัฐ จะเข้าร่วมซุปเปอร์ลีกก็โดนแอนตี้หนัก หนทางจะหารายได้เพิ่มแทบไม่มี สวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นไม่มีลด โดยเฉพาะการต่อสัญญาใหม่กับนักเตะคนสำคัญที่หลายรายมีการบวกเพิ่มค่าเหนื่อยกันอีก

แม้จะประเมิณกันว่าลิเวอร์พูลตอนนี้มีเงินพอจะหยิบใช้สอยไม่ต่ำกว่า 30 ล้านปอนด์ แถมยังคำนวนด้วยว่าหากขายนักเตะที่เป็นส่วนเกินอย่างโอริกี้กับชากิรี่ออกไปได้ก็น่าจะมีเงินไม่ต่ำกว่า 60-70 ล้านปอนด์ซึ่งเพียงพอที่หงส์แดงจะเอาไปจ่ายตลาดนักเตะระดับเกรดพรีเมียมมาสักคน

แต่ภาวะเช่นนี้ การขายนักเตะสักคนอาจจะยากกว่าการซื้อนักเตะใหม่ ยิ่งเป็นนักเตะที่ถูกมองว่าเป็นของเหลือ มูลค่าในตลาดคงจะไม่ได้ดีมาก การได้นักเตะมาใหม่ก็เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ยิ่งหากเป็นสตาร์ ค่าจ้างต่อสัปดาห์ก็คงไม่ต่ำกว่า แสนสอง แสนสาม ปอนด์

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก เพราะสถานการณ์การระบาดของทั่วโลกยังรุนแรงอยู่ การรัดเข็มขัดและไม่ประมาทย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่า และเอาเข้าจริงปัญหาใหญ่ของฤดูกาลที่แล้วเรื่องเกมรับ ก็แก้ได้ตรงจุดแล้ว ดังนั้นนี่เป็นข้อพิจารณาอันดับแรกที่หงส์จะไม่ลงตลาดเพิ่มอีก

แก้ไขปัญหาจากปีที่แล้วได้

จากการถอดรหัสบันทึกการฝึกซ้อมของเป๊บ ลินเดอร์ส มือขวาของเป๊บ เราได้เห็นว่ามีการพยายามหาแนวทางการเล่นใหม่ ๆ ให้ทีม เพื่อแก้ไขปัญหาการเล่นของเมื่อฤดูกาลที่แล้ว นี่เป็นวิธีคิดแบบแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ และหากมันแก้ไม่ได้จริง ๆ หรือต้องเสริมจริง ๆ มันก็จะได้ตรงเป้าหมายที่สุด

ปัญหาใหญ่ของปีที่แล้วที่หลายคนอยากให้เสริมนักเตะคือปัญหาการเข้าทำในแนวรุกที่นับวันยิ่งสะเปะสะปะ การเข้าทำจังหวะสุดท้ายไม่เฉียบคม การจ่ายบอลไม่แม่นยำและไร้จินตนาการ จากบันทึกของเป๊บเราจะเห็นว่าการฝึกซ้อมในแต่ละช่วงมีการออกแบบการเล่นเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้

การปรับตำแหน่งของแชมเบอเลนถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าจับตามองในปีนี้ จากการเล่นริมเส้นเขาจะขยับเข้าใกล้ประตูและมีส่วนร่วมกับเกมรุกมากขึ้นในตำแหน่งกองหน้าตัวหลอก ซึ่งเป๊บบอกไว้ในบันทึกว่าเป็นการเล่นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อเล่นร่วมกันกระหว่างมาเน่กับซาลาห์ แชมเบอเลนมีจินตนาการในการเล่นเกมรุกทั้งการจ่ายบอลและการหาจังหวะยิงเองเป็นสิ่งที่เขาถนัด เจ้าตัวเองก็ออกมาบอกว่าพร้อมจะทำประตูให้มากขึ้นจากตำแหน่งใหม่ที่ได้รับมอบหมาย

นอกจากนั้นการฝึกซ้อมยังให้ความสำคัญกับการจ่ายบอลและการแย่งบอลคืนหลังเสียบอลให้คู่แข่ง นี่เป็นสิ่งที่ลิเวอร์พูลด้อยศักยภาพลงเมื่อปีก่อน มีการซ้อมวิ่งอย่างหนักเพื่อให้นักเตะตื่นตัวเสมอและเค้นเอาศักยภาพที่เป็นไปไม่ได้ให้ออกมาให้ได้

ข้อควรพิจารณาอย่างหนึ่งที่หงส์แดงจะไม่ลงตลาดนี้อีกแล้ว โดยเฉพาะในตำแหน่งแนวรุกที่หลายคนคาดหวัง ก็คือการที่คลอปป์และทีมงานสามารถจัดการแก้ไขปัญหานั้นได้จากภายในเอง ซึ่งน่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด รวดเร็วที่สุด เพราะแทบไม่ต้องปรับตัวใหม่ นักเตะเรียนรู้แทกติกและกลยุทธ์ของคลอปป์จนไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว และหากทำได้จริงนี่น่าจะเป็นอีกสิ่งยืนยันว่าทำไมคลอปป์จึงโดดเด่นกว่าโค้ชทั่วไปในการสร้างทีมจากปรัชญาความมุ่งมั่นของเขา

ขุมกำลังยังแน่นปึก

อันนี้ผมลองคิดถึงขั้นว่าเราขายนักเตะอย่างโอริกีและชากิรีไปแล้วด้วยนะ นักเตะของเราเมื่อพิจารณาจากจำนวนและตำแหน่งแล้ว ก็ยังถือว่าเป็นขุมกำลังที่ไม่เลวเลย ฤดูกาลก่อนเราใช้นักเตะลงสนามไปถึง 28 คน มาถึงตอนนี้หากตัดไวนาดุม คาบัค โอริกี ชากิรี เคเลอเฮอร์ ออกไป เราจะยังเหลือนักเตะให้ใช้งาน 23 คน ขณะที่ฤดูกาล 2019-2020 ที่เราได้แชมป์เราใช้นักเตะลงสนามทั้งหมดเพียง 24 คนเท่านั้น กล่าวง่าย ๆ คือยกเว้นไวนาดุมคนเดียว นอกนั้นก็ยังเป็นนักเตะชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกทั้งนั้น

ถ้าเราคิดเผื่อในแง่ดีว่า ชากิรีกับโอริกีขายไม่ออกทีมต้องเก็บไว้ และแชมเบอเลนกับเกอิตาปีนี้จะสามารถยืนระยะได้ เท่ากับเรามีขุมกำลังที่เหนียวแน่นขึ้น เคอติส โจนส์ ที่เริ่มมีบทบาทและน่าจะขึ้นมามีส่วนมากขึ้นในปีนี้ ขณะที่โจตาก็ทำให้เห็นแล้วว่าเขาทำให้หงส์แดงเราพิเศษขึ้นแค่ไหนในแนวรุก

จะลองไล่คร่าว ๆ กองหลังเรานอกจากฟานไดจ์ค มาติป โกเมส จะหายกลับมาแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าจะยังไม่มีการรีบใช้แน่หากยังไม่พร้อม เรายังมีโกนาเตที่พร้อมลงตัวจริงได้เลย มีฟิลลิปส์ รีห์ส ที่คอยสำรองได้ แบ็กซ้ายขวานอกจากเทรนท์ร็อบโบ้ก็มีซิมิกาส กับเนโก ที่สอดแทรกได้หรือจะขอให้มิลเนอร์ลงมาพยุงบางเกมก็ยังไหว

พอมาที่แดนกลาง เฮนเดอร์สัน ติอาโก และฟาบิญโญ่ อาจจะเป็นตัวหลักสามตัวแรก แต่เราก็ยังมีโจนส์ เกอิตา มิลเนอร์ ที่ลงเล่นได้ดีในตำแหน่งพวกนี้

ในแนวรุกนอกจากสามประสานซาลาห์ มาเน่ ฟีร์มิโน่ ก็เสริมกำลังกันมาด้วยโจตา และแชมเบอเลน อันนี้คิดเผื่อว่าเราดันเจ้าหนูเอเลียตขึ้นมาก็จะเป็นแนวรุกที่ไม่ธรรมดาเลย บวกกับชากิรี่และโอริกีที่หากไม่ได้ย้ายพวกเขาก็ยังเป็นอะไหล่ที่ไม่เลวเช่นกัน

เมื่อมองจากข้อพิจารณาต่าง ๆ นี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่าโค้ชสไตล์คลอปป์ที่เน้นการแก้ปัญหาที่มีให้ดี ให้ได้เต็มที่เสียก่อนค่อยตัดสินใจเรื่องซื้อขายนักเตะมาเพิ่ม การสร้างทีมจากขุมกำลังเดิมแต่ปรับเพิ่มเติมให้เกิดความยืดหยุ่น ก็ไม่แปลกที่ลิเวอร์พูลปีนี้จะไม่มีนักเตะเพิ่มอีกแล้ว