บทสรุป 7 ประเด็นสำคัญช่วงปรีซีซั่นของหงส์แดงปีนี้

จบไปแล้วสำหรับโปรแกรมการฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นของหงส์แดง เพื่อเตรียมทีมฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า วันนี้เราเลยถือโอกาสมาสรุปประเด็นและเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากการปรีซีซั่นรอบนี้ให้กันอีกรอบว่ามันมีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

เป้าหมายการปรีซีซั่นที่เข้มข้น

ในบันทึกของเป็บ ลินเดอร์สผู้ช่วยของคลอปป์ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดการซ้อมและคอยบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในการซ้อมแต่ละวัน เป็บพูดถึงความสำคัญของการที่ต้องมีการปรีซีซั่นว่า สำหรับผู้จัดการทีม และทีมโค้ช นี่เป็นช่วงเวลาสำหรับไอเดียใหม่ และดีสำหรับการพัฒนา ไอเดียเก่า

สำหรับเป้าหมายใหญ่ของการปรีซีซั่นรอบนี้เป็บได้จำแนกอย่างชัดเจนไว้สามข้อ ประการแรกคือการกลับไปสู่พื้นฐานด้วยแนวคิดที่ว่าเราต้องควบคุมเกมด้วยการครองบอลให้เหนือกว่าในแต่ละช่วง ประการที่สอง ทีมต้องกลับไปสู่ความสม่ำเสมอ และประการที่สามมันเกี่ยวกับการสร้างความคิดแบบเราเทียบกับทั้งโลก ไม่วอกแวก โฟกัสกับกระบวนการ และการมีส่วนร่วมโดยรวม

ถ้าถามว่าจากที่เราดูการเล่นของทีมหลาย ๆ เกมที่ผ่านมาต้องบอกว่า ทีมค่อนข้างพัฒนาไปตามเป้า ส่วนหนึ่งอาจเพราะเป้าหมายของเราไม่ได้ใหม่อะไรมาก เป็นสิ่งที่ลิเวอร์พลูคุ้นเคยอยู่แล้วเพียงแต่มันอาจจะตกหล่น และไม่ได้ทำอย่างเข้มข้นไปบ้าง

บางอย่างต้องการการกระตุ้น เช่น การเพรสซิ่งที่ต้องกระตุ้นด้วยการฝึกวิ่ง ฝึกไล่บอลเป็นทีม ทำอย่างไรก็ได้ให้นักเตะก้าวข้ามขีดจำกัดในตัวเองออกไป จนเราเห็นเลยว่าลิเวอร์พูลเวอร์ชั่นที่เรากำลังจะได้เห็นกันนั้น ดุดันทุกกรเคลื่อนไหว ใส่เต็มที่ และมุ่งมั่นเล่นเป็นทีมมากขึ้นมาก อย่างน้อยก็มากกว่าบางช่วงของฤดูกาลที่แล้ว

สัญญาณความดุเดือดในการแย่งตำแหน่ง

สิ่งที่เห็นได้จากการฝึกซ้อมในช่วงปรีซีซั่นนี้คือ เราไม่มีนักเตะอยู่ในลิสต์ของนักเตะที่บาดเจ็บเหลืออยู่อีกเลย ยกเว้นกรณีของโรเบิร์ตสันในเกมกับบิลเบาที่เพิ่งจะเจ็บ  นักเตะที่เคยเจ็บล้วนหายกลับมาลงสนามได้ครบทุกคน ทั้งฟานไดจ์ค มาติป โกเมส แชมเบอเลน เกอิตา และกัปตันเฮนเดอร์สัน

จากผลงานของปีที่แล้วที่มีช่องโหว่หลายจุดตั้งแต่แนวรับมาจนถึงแนวรุก มันจึงเกิดพื้นที่และโอกาสสำหรับนักเตะแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบ 3 ปี นักเตะทุกคนมีความมุ่งมั่นในการทำผลงานของตัวเองในช่วงปรีซีซั่นอย่างมาก โดยหวังจะทำผลงานเข้าตาและเป็นตัวเลือกของคลอปป์

โกนาเต้พร้อมเป็นตัวหลักทันที

นักเตะใหม่ที่ลิเวอร์พูลไม่รอช้าในการเสริมทัพเพื่อแก้ปัญหาอาการบาดเจ็บของกองหลังเมื่อปีที่แล้ว ถูกจับตามองอย่างมากว่าผลงานจะเป็นอย่างไร ในช่วงปรีซีซั่นนี้ และเจ้าตัวก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง โกนาเต เป็นนักเตะใหม่ที่พอลงเล่นกับเพื่อนแล้วทำได้ดีมาก

โดยเฉพาะเกมสุดท้ายเมื่อคืน นั้นโชว์ความนิ่ง ความแข็งแกร่ง การส่งบอล ครองบอล และการผ่านบอลไปข้างหน้าก็ทำได้ค่อนข้างดี ทั้งทรงบอล ทั้งรูปร่าง แถมสถานการณ์ตอนนี้ยังเอื้อให้เขาเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของการลงสนามเพราะฟานไดจ์ค มาติป และโกเมส อาจจะต้องผลัดกันลงเล่นเพื่อเรียกความฟิต ไป ๆ มา ๆ โกนาเต้อาจจะยึดตัวหลักยาวตั้งแต่เกมแรกเลยก็ได้

นักเตะเก่าฮึดทำผลงานกันพรึบ

ก่อนการปรีซีซั่นหรือแม้กระทั่งระหว่างการปรีซีซั่น เรื่องขุมกำลังการเสริมทัพน่าจะกวนใจแฟนบอลหงส์แดงทั่วโลก แต่เชื่อว่าหลังจากจบเกมปรีซีซั่นเมื่อคืน ต้องมีหลายคนที่เปลี่ยนความคิดเรื่องการเสริมทัพ ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มองว่า การเสริมทัพตอนนี้ ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเลย

เพราะบรรดานักเตะเก่า ๆ ที่เรามีต่างอัพสกิล ทำผลงานกันได้ดี โดยเฉพาะ แชมเบอเรน เกอิตา และมินามิโนะ สามนักเตะที่มีแววแต่ไม่ค่อยได้ฉายแววออกมา แชมเบอเลน โดดเด่นมากในปรีซีซั่นนี้กับบทบาทใหม่ที่คลอปป์มอบให้เขาขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าตัวหลอก ตำแหน่งเดียวกับฟีร์มิโน่

ขณะที่เกอิตา แม้จะไม่ได้ลงเล่นสม่ำเสมอมาตลอดสามปี แต่เขาก็ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น รวมถึงพัฒนาการเล่นในสนามที่เริ่มดุดัน เข้าที่เข้าทางขึ้นเรื่อย ๆ ความดีงามของเกอิตารอบนี้คือ เขาพัฒนาเรื่องร่างกายไปได้มาก มีความแข็งแกร่ง มีมวลกล้ามเนื้อที่พร้อมปะทะมากขึ้น

ส่วนมินามิโนะนั้น ต้องบอกว่าการเล่นของเขาในช่วงปรีซีซั่นนี้แทบจะเป็นคนละคนกับมินามิโนะคนที่ย้ายมาอยู่กับหงส์แดงช่วงต้น ทั้งเรื่องความมั่นใจ การไปกับบอล ความมั่นใจในการทำเกมบุก และดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นภายใต้ความสัมพันธ์ที่มากขึ้นและดีขึ้นของเขากับเพื่อนร่วมทีม

แม้ในเชิงเทคนิคนักเตะทั้งสามคนนี้จะยังเป็นแค่ขุมกำลังสำรอง แต่หากยังรักษาฟอร์มและผลงานการเล่นที่ดีได้ พวกเขาก็พร้อมจะได้รับส่วนแบ่งการลงสนามจากนักเตะคนอื่น ๆ และพร้อมจะเป็นตัวเลือกในแทคติกต่าง ๆ ของคลอปป์แน่นอน

โอกาสของซิมิกาส

เป็นนักเตะที่เดิมทีอยู่ในเป้าหมายของการเสริมทัพเพื่อมาช่วยแบ่งเบาภาระของโรเบิร์ตสันอยู่แล้ว แต่ว่าตลอดเวลา 1 ฤดูกาลของเขากับเราแทบจะไม่ได้ลงสนามเล่นเลย จนเกิดทั้งคำถามและการวิเคราะห์ว่าซิมิกาส สอบไม่ผ่านอย่างแรง และเตรียมถูกโละออกจากทีม

แต่ผลงานของเขาในช่วงปรีซีซั่นอาจต้องทำให้ใครหลายคนคิดใหม่ มองใหม่ เพราะผลงานโดยรวมถือว่าโดดเด่นจัดจ้าน ทั้งรุกและรับ ไม่ได้หย่อนไปกว่าร็อบโบ้เลย และตอนนี้ในช่วงที่รอบโบ้กำลังพักรักษาอาการบาดเจ็บที่ยังไม่รู้ว่าจะกินเวลานานขนาไหน โอกาสของซิมิกาสก็มีทันที อยู่ที่ว่าเขาจะคว้าโอกาสนี้ไว้ได้มากน้อยขนาดไหน จะถึงกับให้ร็อบโบ้ที่หายเจ็บกลับมาต้องรออยู่ข้างสนามไปก่อนหรือเปล่า

เอเลียต ความชัดเจนที่ไม่ชัดเจน

นักเตะที่เป็นดาวเด่นที่สุด ถูกพูดถึงมากที่สุดในการปรีซีซั่นรอบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากฮาร์วีย์ เอเลียต เจ้าหนูวัย 18 ปีที่เพิ่งไประเบิดฟอร์มกับทีมแบล็กเบิร์นมา ก่อนสานต่อความมหัศจรรย์ด้วยการระเบิดฟอร์มการเล่นในช่วงปรีซีซั่น ทั้งที่ได้รับมอบหมายให้เล่นตำแหน่งใหม่

มิดฟิลด์ตัวกลางเชิงรุกทางด้านขวา อาจจะเป็นนิยามการเล่นที่ถูกต้องของเขาในช่วงนี้ แต่นี่เป็นการทดลองที่คลอปป์เองก็ยอมรับว่าเขาต้องการทดลองดูว่าเอเลียตสามารถเล่นในตำแหน่งอื่นแบบยืดหยุ่นได้หรือไม่ แน่นอนว่ามันคงมีผลต่อการตัดสินใจในท้ายที่สุดว่า เขาจะได้รับเลือกให้ขึ้นชุดใหญ่หรือไม่ในปีนี้ หรือต้องหอบผ้าไปเล่นแบบยืมตัวที่อื่นก่อน

แต่ไม่ว่าสโมสรจะตัดสินใจอย่างไร และหากไม่มีความโชคร้ายทางโชคชะตาเกิดขึ้น มันชัดเจนแล้วว่า เอเลียต คืออนาคตที่สดใสของหงส์แดง เป็นดาวดวงใหม่ที่คลอปป์บอกว่าจะมาสร้างความตื่นเต้นให้โลกฟุตบอล

การกลับบ้านของแฟนบอล

การปรีซีซั่นสองเกมสุดท้ายถูกวางแผนไว้ว่าจะเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ นั่นเพราะว่าอังกฤษอนุญาตให้แฟนบอลเข้าชมเกมในสนามได้แล้ว โดยทั้งสองเกมมีแฟนบอลหงส์แดงเข้าชมต่อเกมไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นคน นับเป็นจำนวนผู้ชมที่มากที่สุดในรอบปี และการกลับบ้านของแฟนบอลมันก็ส่งผลต่อบรรยากาศของทีม

นักเตะหลายคนย้ายมาใหม่และลงเล่นในแอนฟิลด์โดยไม่ได้สัมผัสถึงบรรยากาศเหล่านี้ ทั้งซิมิกาสและโจตา นักเตะใหม่อย่างโกนาเตก็เป็นประสบการณ์ใหม่ของเขา และแน่นอนนักเตะเก่า ๆ พวกเขาคิดถึงบรรยากาศแบบนี้มาก บรรยากาศที่มอบพลังในการเล่นให้กับพวกเขา

ขุมกำลังพิเศษและบรรยากาศที่ไม่สามารถไปเซ็นสัญญามาจากที่อื่นได้ ลิเวอร์พูลที่ไม่ได้เล่นต่อหน้าแฟนบอล ต่อให้เซ็นนักเตะระดับโลกมาสักกี่คน พวกเขาก็ไม่สามารถดึงพลังแฝงที่มีออกมาได้แน่นอน เพราะส่วนหนึ่งมันไม่ได้อยู่ที่พวกเขาแต่อยู่ที่แฟนบอลในสนาม