โกนาเต้ถึงกับทึ่ง, อาร์โนล์ดเผยหงส์ฝันใหญ่,ดาวเด่นที่ถูกลืม

อีกเพียง 3 วันพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2021-2022 ก็จะกลับมาฟาดแข้งกันแล้ว หงส์แดงของเราเพิ่มจบโปรแกรมปรีซีซั่นไป ซึ่งเป็นปรีซีซั่นที่ตื่นเต้นทีเดียว ทั้งรูปแบบการซ้อมที่แตกต่างออกไปและผลงานของบรรดานักเตะทางเลือกของหงส์แดง วันนี้เรามีความเคลื่อนไหวรอบวันของทีมมาให้ติดตามกัน

หงส์รอลุ้นเรนาโต้

ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ครับเรื่องการเสริมทัพของหงส์แดง ที่จนกระทั่งตอนนี้หงส์แดงก็เพิ่งจะเซ็นสัญญานักเตะมาแค่ 1 คน คือ โกนาเต้ ปัญหาใหญ่ที่ทำให้หงส์แดงยังไม่สามารถเซ็นใครเพิ่มได้ ตอนนี้นอกจากเรื่องเงินแล้ว สิ่งที่ดูสำคัญไม่แพ้กันคือ เรื่องของการระบายนักเตะออกจากทีมเพื่อให้เกิด “ที่ว่าง” โดยเฉพาะนักเตะต่างชาติที่โควตาของทีมตอนนี้เต็มเอียด

นักเตะคนหนึ่งที่เป็นข่าวกับหงส์แดงมาสักระยะใหญ่ ๆ คือ เรนาโต้ ชานเซส กองกลางของลีลล์ อดีตดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งของวงการ ก่อนจะย้ายไปดับที่เสือใต้ และเพิ่งกู้ชื่อเสียงของตัวเองกลับมาได้เมื่อมาค้าแข้งกับลีลล์

ลิเวอร์พูลตกเป็นข่าวกับแข้งรายนี้ โดยเจมส์ เพียร์ซ สายข่าววงในของหงส์แดงเองก็เคยออกมายืนยันว่า ซานเซส อยู่ในลิสต์ที่หงส์แดงจับตามองจริง เพียงแต่ที่ผ่านมากระแสข่าวของชานเซสมันเทไปทางบาร์เซโลนามากกว่า แต่จากการที่บาร์เซโลนากำลังเผชิญกับวิกฤติการเงินในขณะนี้ จนทำให้ไม่สามารถเซ็นสัญญานักเตะใหม่ได้ โอกาสและความเป็นไปได้มันจึงตกมาอยู่ที่หงส์แดงทันที

อย่างไรก็ตาม อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า ลิเวอร์พูลจะลงตลาดซื้อขายรอบนี้ได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาสามารถระบายนักเตะออกจากทีมได้ โดยเฉพาะในแนวรุกอย่างชากิรี่และโอริกี สองสตาร์ที่มีหลายทีมสนใจ แต่ยังไม่มีข้อเสนอที่น่าพอใจสำหรับหงส์แดง หากหงส์แดงสนใจซื้อตัวชานเซสจริง ๆ คาดว่าค่าตัวของเขาน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 30 ล้านปอนด์

โกนาเต้ปลื้มแอนฟิลด์

สนามแอนฟิลด์นั้นมีมนต์ขลัง ทั้งการข่มขวัญคู่ต่อสู้ การให้กำลังใจนักเตะ ความเป็นเอกภาพ เป็นครอบครัว นี่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ดึงดูดผู้เล่นมากมายให้อยากมาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้สักครั้ง และร้อยทั้งร้อยของนักเตะที่มาค้าแข้งกับหงส์แดงต่อให้ผลงานในสนามจะเป็นยังไงก็ตาม พวกเขาก็จะไม่มีวันลืมบรรยากาศที่แอนฟิลด์ได้แน่

โกนาเต้ เด็กหนุ่มจากประเทศฝรั่งเศส ที่เพิ่งย้ายมาก็ได้มีโอกาสสัมผัสถึงบรรยากาศนั้น และประทับใจอย่างจัง นี่ขนาดว่าแฟนบอลไม่เต็มความจุของสนาม และยังไม่ใช่เกมการแข่งขันที่ดุเดือดแบบพวกแดงเดือดหรือดาร์บีแมทช์ หรือพวกเกมสำคัญ ๆ อื่น ๆ นะ โกนาเต้ได้บอกเล่าถึงบรรยากาศของแอนฟิลด์เอาไว้ว่า

“อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้เลยครับ ความรู้สึกที่ผมได้สัมผัสกับพื้นสนามเป็นครั้งแรก ผมคิดว่า เราเล่นกันดีมาก และผมก็แฮปปี้กับฟอร์มของตัวเอง แต่นี่คือเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้าย ตอนนี้ฤดูกาลใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว และผมก็ตื่นเต้นมากๆ”

“ผมมีความสุขมากๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม ตลอด 4 สัปดาห์ที่อยู่ร่วมกันมา บรรยากาศภายในทีมดีมาก ผมหวังว่า เราจะพร้อมสำหรับพรีเมียร์ลีก บรรยากาศในสนามสุดยอดมาก ผมจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ถึงบรรยากาศในสนามตอนลงเตะเกม พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก” ในฐานะแฟนบอลก็อยากจะฝากบอกโกนาเต้ว่า นี่แค่น้ำจิ้มนะน้อง

อาร์โนล์ดเผยหงส์ฝันใหญ่

ทีมระดับท็อปของพรีเมียร์ลีกทุกทีมล้วนมีเป้าหมายร่วมกันว่าอยากจะคว้าแชมป์พีเมียร์ลีกให้ได้ในบั้นปลาย ไม่ต่างกัน หงส์แดงเองที่เคยคว้าแชมป์ได้เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน ขุมกำลังชุดนั้นยังอยู่กันเกือบครบ แถมยังมีการพัฒนาและการเสริมกำลังเข้ามาเรื่อย ๆก็ไม่แปลกที่เป้าหมายของหงส์แดงในทุก ๆ ปีจะเป็นการคว้าแชมป์ให้ได้เช่นกัน แต่ใครจะเชื่อละว่าแท้จริงแล้วหงส์แดงฝันใหญ่กว่านั้น ไม่ใช่แค่รายการพรีเมียร์ลีกเท่านั้น พวกเขายังันถึงขั้นคว้าแชมป์ให้ได้ทุกรายการที่ลงแข่ง

เรื่องนี้เทรนท์ อาร์โนล์ด เป็นคนออกมาให้สัมภาษณ์เองถึงความคาดหวังของทีมในฤดูกาลนี้ โดยเป็นการให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่าง เดลี เมล ว่า “สมมติว่า ลิเวอร์พูล พุ่งทะยานไปถึงเป้าหมายทีวางไว้ในฤดูกาลนี้ ผมกำลังหมายถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกและบอลถ้วยรายการอื่น ๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงมันต้องเป็นเรื่องดีสุด ๆ แน่”

“การคว้าแชมป์ให้ได้ทุกรายการที่ลงแข่งขันในแต่ละปี คือสิ่งที่พวกเราคาดหวังเอาไว้อยู่แล้ว เราหวังว่าจะได้ฉลองชัยชนะร่วมกันกับเพื่อนร่วมทีมและแฟน ๆ อีกครั้งในเดือนพฤษภาคมปีหน้า แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่ามันเป็นเรื่องที่ยากสุด ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อดูจากผลงานในฤดูกาลก่อน ทุกคนรู้ว่ามันไม่ดีพอ แถมคู่ต่อสู้อีกหลาย ๆ ทีมล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งขึ้นทั้งนั้น”

“หากมองย้อนกลับมาดูขุมกำลังของ ลิเวอร์พูล รวมถึงองค์ประกอบอื่น ๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า เราเองก็มีดีมากพอที่จะก้าวขึ้นไปครองบัลลังก์แชมป์อีกครั้ง ผมเชื่อว่าเราทำได้ คนนอกอาจจะบอกว่าทีมโน้นทีมนี้แกร่งกว่าเราเยอะ แต่ผมกับเพื่อน ๆ มั่นใจว่าเราเองก็แข็งแกร่งมากพอจะก้าวข้ามพวกเขาเหล่านั้นขึ้นไปคว้าแชมป์ได้เช่นกัน” ว่าที่กัปตันทีมคนต่อไปของหงส์แดงกล่าวไว้เช่นนั้น

ดาวเด่นที่ถูกลืม

ในช่วงปรีซีซั่นนี้มันมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย หากพูดถึงฟอร์มการเล่นของนักเตะ แฟนบอลทั่วไปอาจจะตื่นเต้นที่ได้เห็นบทบาทใหม่ของแชมเบอเรน เห็นความแข็งแกร่งของโกนาเต้ เห็นความเก่งกาจของเอเลียต เห็นร่างทองของมินามิโนะ เห็นความทุ่มเทของเกอิตา

แต่สำหรับคลอปป์และทีมงานพวกเขาไม่ได้ชื่นชมแค่นักเตะเหล่านั้นเท่านั้น แต่มีนักเตะอยู่คนหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้กับเหล่าทีมงานได้ เป็นนักเตะที่ครั้งหนึ่งเคยฉายแววออกมา ก่อนที่จะเกิดอาการบาดเจ็บและถูกปล่อยตัวไปเล่นกับทีมอื่น ๆ อยู่เรื่อย จนชื่อของเขาเริ่มเลือนหายไปจากความทรงจำของแฟนบอล

ใช่ครับ ผมกำลังหมายถึง เบน วูดเบิร์น เจ้าหนูวัย 21 ขวบดาวรุ่งที่ครั้งหนึ่งเคยมีคนยกให้เขาเป็นตัวแทนของเจอร์ราร์ด ที่ตอนนี้อนาคตของเขากำลังเป็นที่ถกเถียงอย่างมาก เพราะเริ่มมีหลายสโมสรทั่วยุโรปรวมถึงในอังกฤษที่สนใจเจ้าหนูคนนี้ เพียงแต่ตอนนี้ทีมงานและสโมสรกำลังเครียดหนัก เพราะผลงานในช่วงปรีซีซั่นของเขาที่ดีจนสโมสรเริ่มลังเล

ในการฝึกซ้อมที่ผ่านมา วูดเบิร์น เป็นนักเตะที่ได้รับคำชมจากคลอปป์แทบจะทุกวันในการซ้อม ถึงขนาดที่ได้รับการเรียกมาฝึกซ้อมแบบเป็นการส่วนตัวกับคลอปป์ ความมุ่งมั่นที่ไม่เคยตก และการเล่นที่พัฒนาขึ้นมากของเขาสร้างความประทับใจให้ทั้งคลอปป์และเป็บอย่างจัง

คล็อปป์ ชื่นชมเจ้าหนูคนนี้ออกสื่อว่า “เบน ไม่ได้แค่ลงเล่นนิดเดียวในช่วงปรี-ซีซั่น แต่ในช่วงปิดฤดูกาลสั้นที่ผ่านมาหนนี้เขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากๆ ผมคิดว่าในช่วงปรี-ซีซั่นหนนี้เขาเล่นไป 4, 5, 6 หรือ 7 ตำแหน่ง เขาเคยเล่นป็นแบ็กขวาและก็ทำผลงานได้ดีมากๆ ด้วย, เขาทำได้ดีตอนเล่นเป็นกองกลาง, เล่นได้ดีตอนเป็นปีก รวมถึงเล่นได้โดดเด่นตอนรับบทเบอร์ 9 เหมือนกัน ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องดี”

ขณะที่ เป็บ  ลินเดอร์ส ผู้ช่วยของ คล็อปป์ ก็อวยเจ้าหนูคนนี้แบบไม่น้อยหน้าเช่นกันว่า “เป็นอีกครั้งที่ เบน เล่นได้ยอดเยี่ยม เขานำความกระตือรือร้นมาสู่ทีมได้ ซึ่งเราเชื่อมั่นในสิ่งนั้นมาโดยตลอด เขาเล่นได้ฉลาด, เคลื่อนที่ได้ดี รวมถึงทำให้คู่แข่งปั่นป่วนอย่างต่อเนื่องทั้งตอนที่เขาได้ครองบอลและตอนที่ไม่ได้ครองบอล ผมมีความสุขแทนเขามากๆ ที่ผ่านมาเขาก็เจอกับอุปสรรคต่างๆ เหมือนกับหลายคนในทีม แต่เขาก็มีอนาคตใน แอนฟิลด์ แน่นอน”

การย้ายทีมอาจจะดีสำหรับนักเตะดาวรุ่งที่มีเท้าแต่ไม่มีโอกาส แต่หากสโมสรมุ่งมั่นที่จะปั้นนักเตะสักคนจริงจัง ผมเชื่อว่าลิเวอร์พูลทำได้แน่