6 ประเด็นประทับใจหลังเกมหงส์ชนะนอริช

พรีเมียร์ลีกกลับมาอย่างเป็นทางการแล้ว บรรยากาศที่เราคิดถึง สภาพสนามที่เต็มไปด้วยแฟนบอล เสียงเชียร์คึกคักกลับมาอีกครั้ง บอกเลยโคตรคิดถึงบรรยากาศแบบนี้ และมันก็ประทับใจมากขึ้นไปอีก เมื่อทีมที่เราเชียร์เปิดตัวได้สวยหรู หงส์แดงต่อยอดความยอดเยี่ยมของช่วงท้ายฤดูกาลก่อนได้ ด้วยการบุกไปชนะน้องใหม่หน้าเก่าอย่างนอริชแบบคลีนชีต 0-3 วันนี้ผมหยิบยกประเด็นที่น่าประทับใจของเกมนี้มาฝากกันครับ

ฟานไดจ์คลงสนาม

ลิเวอร์พูลตอนมีฟานไดจ์คอยู่ในสนามความรู้สึกมันปลอดภัยและดูแข็งแกร่งได้อย่างสัมผัสได้ชัดเจน ฟานไดจ์คพลาดลงสนามให้ลิเวอร์พูลมานานถึง 301 วัน เดิมทีหลายคนคิดว่าฟานไดจ์คอาจต้องใช้เวลาสักระยะในการฟื้นตัวและน่าจะยังไม่ได้ลงเล่นในทันที

แต่ก่อนเกมคลอปป์ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าทั้งฟานไดจ์คและโกเมส ร่างกายแข็งแรงดีและหากพร้อมก็สามารถส่งลงได้ทั้งคู่ ขนาดคลอปป์ออกมายืนยันเองหลายคนก็ยังเชื่อว่าน่าจะเร็วไปสำหรับการให้ฟานไดจ์คลงตัวจริงในเกมแรกเลย แต่สุดท้ายเราก็ได้เห็นฟานไดจ์คลงสนามจริง

ผลงานในสนามของเขาอาจจะดูยังไม่เต็มที่เพราะสนิมเกาะมานาน จังหวะการวิ่งยังมีเกรง ๆ ไม่กล้าจะออกตัวแรง เล่นประคอง ๆ ใช้สมองในการอ่านเกมมากกว่า เห็นชัดเลยคือความเร็วของเขาวันนี้น้อยกว่ากองกลังทุกคนของทีม

การมีฟานไดจ์คอยู่ในสนามทำให้การเล่นของเราดูเป็นปึกแผ่น กองหลังดูมีระบบระเบียบ มีการจัดการที่ดี ทีเด็ดคือการมีฟานไดจ์คในสนามเราจะเห็นการจ่ายบอลแบบพุ่งทแยงขวางสนาม บอลตรงแบบแรงๆยาว ๆสวย ๆ ให้กองหน้าวิ่ง ที่วันนี้แม้การออกบอลจะยังไม่แรง ไม่พุ่งเหมือนที่เคยเป็น แต่ความแม่นยำยังอยู่ เอาจริงๆ แค่ได้เห็นฟานไดจ์คลงเล่นในเกมแรกนี่ก็คือว่าเกินคาดไปเยอะเลยครับ

ซิมิกาสสอบผ่านแต่ยังต้องปรับปรุง

ช่วง 23 นาทีแรกของเกมนี่ต้องถือว่าเป็นช่วงที่ซิมิกาสฉายแววเด่นมากในเกมรุก เขจี๊ดจาดและสร้างอันตรายได้ในหลายจังหวะ ทั้งจากนาทีที่ 5 ที่เขาวิ่งเติมขึ้นไปทันเล่นลูกเปิดของอาร์โนล์ดทางั่งขวา จังหวะนาทีที่ 7 เล่นประสานงานริมเส้นกับมาน่ จังหวะที่เขาสเต็ปเท้าโยกหลอกคู่แข่งทะลุไปเปิดก็ถือว่าเจ๋งสุด ๆ ไปเลย

การเปิดบอลของซิมิกาสถือว่าเข้าเป้าและสร้างความกดดันให้คู่แข่งได้ดี ประตูที่ซาลาห์ทำได้ ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากลูกเปิดเตะมุมของเขาเช่นกัน เขาสามารถเปิดบอลได้หลากหลายทั้งลูกโด่งและลูกเรียดกับพื้น จังหวะไล่บอล แย่งบอลก็ถือว่าทำได้ดี

จุดเดียวที่ซิมิกาสต้องเรียนรู้และปรับปรุงคือ การเรียนรู้ที่จะจัดการกับความผิดพลาดในสนาม จังหวะนาทีที่ 23 ที่เขาดวลกับแคนเวลล์แล้วสุดท้ายโดนฉกบอลไปได้ เป็นจังหวะพลาดครั้งแรกของเกม และกลายเป็นว่าจังหวะนั้นสร้างความไม่มั่นใจให้กับเขาเกือบทั้งเกม นำมาสู่การผิดพลาดอีกหลายจังหวะ การเล่นที่ดูเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โรเบิร์ตสันเองไม่ใช่ว่าจะเล่นดีตลอด 90 นาที เขามีจังหวะพลาดให้เห็นบ่อยครั้ง แต่ข้อดีคือโรเบิร์ตสันจัดการความผิดพลาดเหล่านั้นได้ ด้วยการเล่นแบบมุ่งมั่นมากกว่าเดิม ไม่กลัวที่จะทำพลาดอีก แต่สำหรับซิมิกาสยังต้องเรียนรู้เรื่องนี้อีกมาก วันนี้เพื่อนร่วมทีมพร้อมซับพอร์ตและช่วยเหลือซิมิกาสแล้ว อยู่ที่ว่าเขาจะมีมุมมองต่อการเล่นของตัวเองอย่างไร ปลดปล่อยตัวเองได้เมื่อไหร่ นายจะเป็นแบ็คซ้ายที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งของลีกแน่

เกอิตากับแดนกลางของหงส์

นักเตะมากความสามารถแต่ไม่อาจลงเล่นแบบสม่ำเสมอได้มา 3 ฤดูกาลติด แต่เขาก็ยังแสดงให้เห็นความมุ่งมั่น ทุ่มเท ที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ได้กับทีมลิเวอร์พูลให้สมกับหลายเลข 8 ที่อยู่บนหลังเสื้อของเขา วันนี้เกอิตาเล่นได้ดีสมกับที่คลอปป์มอบโอกาสให้เขา

การเสียไวนาดุมไป คลอปป์จะหานักเตะใหม่มาเสริมก็ย่อมได้ แต่เขาเลือกที่จะเชื่อใจนักเตะที่มีก่อน แล้วเกอิตาก็ทำให้เห็นว่าหากเขาฟิตเต็มที่เขาสามารถเล่นทดแทนไวนาดุมได้แทบทุกมิติ เกมนี้เขาทำหน้าที่วิ่งไล่กวดทำลายเกมคู่แข่งได้ดี เขาสามารถชนะการดวลแย่งบอลกับคู่แข่งได้มากที่สุดในสนาม 6 ครั้ง จากโอกาสการปะทะกัน 7 ครั้ง

แต่เกอิตา ยังไม่สามารถ แบก แดนกลางได้ จำเป็นต้องมีนักเตะแบบฟาบิญโญ่ยืนประคองให้ ช่วงครึ่งแรก การเล่นร่วมกับมิลเนอร์และแชมเบอร์เลนนั้นค่อยข้างสะเปะสะปะ แดนกลางเราสู้แดนกลางของนอริชไม่ได้เลย ยิ่งช่วงต้นครึ่งหลัง ทั้งแชมเบอร์เลนและมิลเนอร์ดร็อปลงชัดเจน เกอิตาแบกไม่ไหว หลังจากที่ฟาบิญโญ่ลงมาในครึ่งหลัง มีคนช่วยประคองทำให้เขากล้าเล่นกล้าเข้าบอลมากขึ้น โดยรวมเกอิตาสอบผ่านและลุ้นแย่งตัวจริงจากคนอื่นได้

เกมรุกกลับมาเข้มข้น

วันนี้เกมรุกของหงส์แดงดูคุกคัก เข้มข้น และดุเดือดจริง ๆ สมกับที่ทั้งคลอปป์และเป็บลินเดอร์ส ตั้งใจเอาให้ก่อนปรีซีซั่นว่าจะเรียกจิตวิญญาณของการเพรสซิ่งกลับมาให้ได้ เกมนี้ลิเวอร์พูลไม่ปล่อยให้นอริชครองบอลได้นานเลย ไล่เพรสตั้งแต่แดนบนและพยายามเข้าทำเร็วในทุกจังหวะ

การเสียบอลมีให้เห็นหลายจังหวะ แต่ลิเวอร์พูลก็แสดงให้เห็ฯถึงพลังการวิ่งไล่กวดเอาบอลมาคืนที่ดุเดือดเช่นเดียวกัน ไม่มีการปล่อยผ่าน นักเตะทำเสียบอลต้องรับผิดชอบ เช่นกรณีของอาร์โนล์ดที่เสียบอลตรงมุมธงให้แคนท์เวลล์เขาก็ต้องรับผิดชอบด้วยการทำฟาวล์ เป็นการตัดเกมคู่แข่งตั้งแต่ต้น

เกมรุกวันนี้เล่นได้ไหลลื่น โดยเฉพาะซาลาห์กับมาเน่ ที่เกมนี้ไม่มีอาการหงวบอลให้เห็นเลย พยายามส่งบอลให้กัน บอลทะลุช่องจากทั้งสองคนมีให้เห็นบ่อย ๆ การแอสซิตส์ได้ถึงสองประตู ก็ตอกย้ำว่าปีนี้ซาลาห์น่าจะปรับปรุงบางมิติในเกมรุกของตัวเองให้ดีขึ้น และต้องแสดงความยินดีกับซาลาห์ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้พรีเมียร์ลีกด้วยการทำประตูนัดเปิดสนาม 5 เกมติดต่อกัน

การได้ตัวจบสกอร์ที่ใช้โอกาสไม่เปลืองอย่างโชตาลงมา ก็ยิ่งทำให้เกมรุกของหงส์แดงดูไม่ตื้อตัน ในช่วงเวลาที่ต้องการประตูมากที่สุด การอ่านจังหวะในเกมรุกของโชตา การอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอของเขาช่วยให้ลิเวอร์พูลเล่นง่ายขึ้นเยอะ

ฟีร์มิโน่เองก็ดูมีชีวิตชีวาและดูมุ่งมั่นขึ้นมากในเกมนี้ การทำประตูได้ทำให้เขาจะไม่ถูกเปรียบเทียบกับโชตาที่ลงเล่นก่อนหน้า คู่นี้ถือว่าจะต้องลงแย่งตัวจริงกันดุเดือด แต่เชื่อว่าหากทั้งสองผลงานดี คลอปป์ย่อมมีวิธีบริหารจัดการหนุนเวียนได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทีม

อนาคตของเอเลียต

หลายคนกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเจ้าหนูวัย 18 ปีคนนี้ ว่าจะอยู่ในแผนการทำทีมของคลอปป์ปีนี้หรือไม่ หรือว่าจะถูกปล่อยยืมไปอีกปี หลังจากเจ้าตัวทำผลงานได้น่าประทับใจช่วงปรีซีซั่นในตำแหน่งมิดฟิลด์แดนกลาง

การส่งเอเลียตลงเป็นตัวเลือกสุดท้าย ทั้งที่ข้างสนามมีทั้งมินามิโนะ ที่ทำผลงานได้ดีเช่นกันในช่วงปรีซีซั่น และโกนาเต นักเตะใหม่ที่หลายคนอยากเห็นลงสนาม ก็ชัดเจนแล้วว่าปีนี้คลอปป์จะปั้นเจ้าหนูคนนี้แน่นอน แม้จจะได้ลงเล่นเพียง 10 นาที แต่ก็มีแต่สัญญาณที่ดี หากเขาได้รับโอกาสสม่ำเสมอ อนาคตสดใสรอเจ้าหนูอยู่แน่

ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นบางอย่าง

ไม่อยากจะพูดว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดอะไรหรอกครับ 2 ปีที่แล้วเกมเปิดสนามหงส์แดงก็เจอกับนอริช และสุดท้ายหงส์แดงเข้าป้ายเป็นแชมป์ลีกในปีนั้น การกลับมาเจอนอริชในเกมเปิดสนามอีกครั้ง ก็อาจจะเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่นั่นอาจจะไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นในสนาม

หลายคนสงสัยว่าลิเวอร์พูลชุดนี้จะดีพอจะแย่งแชมป์กับทีมใหญ่ทีมอื่น ๆ หรือไม่ หากไม่เสริม แต่คลอปป์และลูกทีมก็ส่งสัญญาณและแสดงให้เห็นตั้งแต่เกมแรกเลยว่า ลิเวอร์พูลมีฟอร์มการเล่นที่ไม่ไดดรอปป์ลงไปเลย หากพวกเขามีขุมกำลังที่พร้อมหน้าพร้อมตา

ชุดที่ลงเล่นวันนี้มีเพียงซิมิกาสกับเอเลียตเท่านั้นที่ไม่ได้อยู่ร่วมในทีมที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกมาครอง เมื่อสองปีก่อน นอกนั้นยังถือว่าเป็นชุดเดิม และเกมแรกต้องถือว่าพวกเขาสามารถเรียกบรรยากาศ และอารมณ์แบบปีนั้นกลับมาได้ คือความมุ่งมั่นตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย การเล่นเพื่อทีมจริงๆ เราเห็นพลังความกระหายจากตัวนักเตะได้ชัดเจน

นี่ยังเป็นชุดที่ไม่ค่อยฟูลทีมเท่าไหร่ ยังขาดฟาบิญโญ่ในตอนต้นเกม เฮนเดอร์สัน ติอาโก ยังไม่ฟิต หากนักเตะเหล่านี้กลับมาพร้อมหมด ลิเวอร์พูลจะมีตัวเลือกในการจัดทีมที่แน่นปึกขึ้นมาทันที ลิเวอร์พูลกำลังแสดงให้เห็นว่า พวกเขาจะสู้สุดชีวิตแน่ฤดูกาลนี้