เทียบร็อบโบ้ได้ไหม ย้อนชม 5 จังหวะเกมรับโดดเด่นของซิมิกาสในเกมแรกกับหงส์แดง

คอสคาส ซิมิกาส เป็นนักเตะที่ลิเวอร์พูลดึงตัวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ถูกคาดว่าจะซื้อมาเป็นอะไหล่ของโรเบิร์ตสัน แต่เจ้าตัวได้ลงสนามไปเพียง 6 นาทีเท่านั้น จนหลายคนมองว่าน่าจะหมดอนาคตแล้ว ก่อนที่เขามาเร่งทำผลงานได้น่าพอใจในช่วงปรี-ซีชั่น บวกกับการที่โรเบิร์ตสันเกิดอาการบาดเจ็บจนพลาดการลงสนาม ทำให้เราจึงมีโอกาสได้เห็นแบ็กซ้ายสัญชาติกรีชคนนี้ลงเล่นในเกมแรกของฤดูกาล

นับเป็นการลงครบ 90 นาทีเกมแรกของเจ้าตัวในสีเสื้อลิเวอร์พูล หรือจะนับว่าเป็นเกมแรกของเขาเลยก็ไม่ผิดอะไรนักเพราะ 6 นาทีกับ 2 เกมที่เขาลงเล่นไปเมื่อปีที่แล้วแทบจะไม่มีผลอะไรเลย ตลอด 90 นาทีของซิมิกาสในเกมแรกนี้เขาได้รับคำชื่นชมอย่างมากในเรื่องของการเติมเกมรุก แต่ก็ได้รับเสียงวิจารณ์มากเช่นกันในเรื่องของเกมรับ จนมีการนำไปเปรียบเทียบกับโรเบิร์ตสัน

โดยเฉพาะการเสียเหลี่ยมให้แคนท์เวลล์ในนาทีที่ 23 จนออกบอลคืนหลังพลาดโดนแคนเวลลล์ฉกไปยิงลักไก่ทันที โชคดีที่บอลไม่ตรงกรอบ หรือจังหวะที่เหม่อจนโดนแย่งบอลได้ในช่วงครึ่งหลัง ก็เข้าตาเหลือเกิน แต่หากไม่นับสองจังหวะนั้น หลายคนลืมไปว่าเกมนี้ก็มีหลายจังหวะเหมือนกันที่ซิมิกาสเล่นเกมรับได้ดี และเราก็เห็นแล้วว่าในเกมหลัง  ๆ ที่เขาได้ลงเล่น เกมรับของเขาก็ไม่มีข้อผิดพลาดใหญ่ ๆ แบบนั้นอีกเลย

วันนี้ผมเลยขอย้อนกลับไปดูการเล่นเกมรับของเขาในการลงเล่น 90 นาทีเกมแรก อีกครั้งและนำเอาจังหวะการเล่นเกมรับที่โดดเด่นของเขามาให้ชมกันว่า แท้จริงแล้วเจ้าหนุ่มคนนี้ก็มีเซ็นต์การเล่นเกมรับที่ไม่ธรรมดาเหมือนกัน และรอโอกาสได้พัฒนาฝีเท้าไปเรื่อย ๆ เขาอาจก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในอนาคตก็เป็นได้

จังหวะตัดบอลนาทีที่ 14, 36, 46

จังหวะนาทีที่ 14. 07 นี้ลิเวอร์พูลกำลังเล่นเกมรุก ตัวเขาเองก็กำลังเติมขึ้นสูงไปหลังไลน์กองหลังแล้ว บอลมาถึงมาเน่และเขากำลังจะแทงทะลุช่องไปให้ซิมิกาสที่เติมไปนั่นแหละ แต่กลายเป็นว่านักเตะนอริชดักบอลได้และกำลังจะได้โต้สวนกลับไปทางฝั่งซ้ายที่ซิมิกาสเสียตำแหน่งไปแล้ว

ซิมิกาสไม่ได้เหม่อในจังหวะนี้เขารีบวิ่งจะกลับมาประจำตำแหน่ง พอเหมาะกับที่อเมรอนนักเตะนอริชกำลังรับบอลจากเพื่อนแล้วกำลังจะกระชากไปทางริมเส้น ซิมิกาสจึงตัดสินใจวิ่งเข้ามาจากด้านหลังแล้วตัดเกมทันที แม้จะฟาลว์แต่นี่ก็เป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดและถูกต้องของซิมิกาส

ยังมีอีกจังหวะที่เขาเข้ามาช่วยเพื่อตัดเกมและแย่งบอลจากนอริชได้สวย ๆ เช่นในนาทีที่ 36 จังหวะที่นอริชแก้เกมเพรสซิ่งของลิเวอร์พูลได้และกำลังจะหลุดมาทางฝั่งซ้าย กำลังจะล็อกหลบเกอิตาเพื่อพาบอลหนีเข้ากลาง แต่ซิมิกาสที่วิ่งตามขึ้นมาก็มาช่วยซ้อนและแย่งบอลกลับมาให้ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายครองบอลได้

เช่นเดียวกับนาทีที่ 46 ในครึ่งหลังเขาก็ทำหน้าที่ช่วยซ้อนเพื่อนได้ดี ในจังหวะที่นอริสกำลังเล่นเกมบุกทางริมเส้น แอร่อนกระชากผ่านมาเน่มาได้และกำลังจะแตะบอลหลบซิมิกาส แต่ซิมิกาสก็ไม่หลงกลใช้ตัวบังทางและสกัดออกข้างไปได้

เล่นเกมรับสู่ประตูที่สองของหงส์แดง

ช่วงนาทีที่ 63-66 เป็นช่วงที่นอริชเริ่มขึงเกมรุกใส่หงส์แดงเป็นช่วง ๆ และก็เน้นหนักทางด้านซิมิกาสเช่นเดิม แต่ช่วงดังกล่าวซิมิกาสก็เล่นเกมรับได้ดี มีจังหวะดักบอลได้ สกัดบอลได้หลายครั้ง โดยมีสองครั้งที่เป็นจังหวะที่สวยงาม เป็นจังหวะที่เขาเล่นเกมรับดีต่อเนื่องจนมีส่วนกับการได้ประตูที่สองของหงส์แดง

จังหวะแรกในนาทีที่ 63.50 กิลมอร์วางบอลยาวจากแดนหลังมาให้แอร่อนแบบพอเหมาะ ก่อนจะลากบอลจี้ใส่ซิมิกาส แต่เจ้าตัวเล่นแบบประคองไม่พุ่งพรวดใส่ แอร่อนจึงจ่ายบอลให้แคนท์เวลล์ที่เติมมาตรงกลาง ก่อนที่แคนท์เวลล์จะเล่น 1-2 คืนให้แอร่อน ซึ่งจังหวะนี้หากผ่านไปได้ แอร่อนก็จะเข้าพื้นที่อันตราย และเปิดบอลเข้ามาได้ แต่ก็เป็นซิกาสที่อ่านจังหวะแล้ววิ่งไปสกัดบอลได้ก่อนถึงเท้าแอร่อน

จากนั้นก็เป็นจังหวะต่อเนื่องกันจากที่นอริชได้ทุ่มพวกเขาก็ทำเกมบุกมาทางขวาอีก และเป็นการประสานงานระหว่างแอร่อนกับแคนท์เวลล์อีกครั้งที่จะเล่นงานเกมรับของหงส์แดง โดยจังหวะนี้เป็นแอร่อนที่กำลังจะแทงทะลุช่องให้แคนท์เวลล์ตัดหลังซิมิกาส

แต่ซิมิกาสก็ไม่หลงกลและดักบอลได้ เขาตั้งใจจะส่งบอลให้เกอิตาเพื่อเล่นสวนกลับเร็วทันที แต่จังหวะที่ออกบอลดันพลาดไปโดนเท้านักเตะนอริช แต่โชคดีที่บอลยังไปเข้าทางฟานไดจ์ค แล้วก็กลายเป็นจังหวะสวนกลับของหงส์แดงจนนำไปสู่ประตูของฟีร์มิโน่ในที่สุด นับว่าช่วงเวลาดังกล่าวฟอร์มการเล่นเกมรับของซิมิกาสนั้นถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียว

ลูกฮึดท้ายเกม

บทสัมภาษณ์ของคลอปป์ที่พูดถึงซิมกาสเขาชื่นชมซิมิกาสว่าเล่นได้น่าประทับใจตลอดช่วง 70 นาที ก่อนจะเหมือนโดนถอดปลั๊กไปดื้อ ๆ ในช่วง 20 นาที ซึ่งก็จริงเพราะช่วงท้ายเกมเขาทำได้ดีในหลายจังหวะ แต่ก็พลาดในหลายจังหวะเช่นกัน จากอาการเหม่อ และออกบอลช้า 2 จังหวะและสองจังหวะนั้นก็โดนทั้งมิลเนอร์และฟานไดจ์คกระตุ้นไปคนละที

แต่ก็มีบางจังหวะที่เราเห็นว่าซิมิกาสเองก็มีลูกฮึดลูกสู้ไม่ยอมแพ้เช่นกัน เกิดขึ้นนาทีที่ 89 จังหวะนี้เขาดักบอลได้ โดยมีนักเตะของนอริช 5 คนคอยกดดันในพื้นที่นั้น เขามีเวลาและจังหวะในการออกบอล แต่เพราะคิดนานเกินไปและออกบอลช้า จึงโดนบีบเร็วจึงรีบจ่ายให้มาเน่ตรงริมเส้น แต่จ่ายแรงไป มาเน่ทำบอลลั่นโดนกดดันจนนอริชได้บอลและหลุดไปถึงซาเจนท์ที่ลงมาใหม่ตรงริมเส้น

จังหวะนี้ซิมิกาสใช้ลูกฮึดวิ่งไปเบียดและสกัดจนควักบอลออกมาได้ ก่อนที่เจ้าตัวจะพยายามเล่นเกมสวนกลับเร็วด้วยการพาบอลหนีมาทางริมเส้นก่อนจะโดนตัดบอลคืนเช่นกัน แม้จังหวะนี้จะมีความผิดพลาดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยคือจังหวะจ่ายบอลช้าตอนต้นและจังหวะพาบอลขึ้นไปไม่ผ่านในตอนท้าย แต่ลูกฮึดที่จะไปแย่งบอลมาคืนในพื้นที่รับผิดชอบของตัวเองก็เป็นจังหวะที่น่าชื่นชมของเขา

สรุปเกมรับของซิมิกาสนัดแรก

ต้องไม่ลืมนี่เป็นเพียงเกมแรกของเขาที่ได้เล่นแบบเต็ม 90 นาทีให้หงส์แดง และยังเป็นการห่างสนามจริง ๆ ไปนานเป็นปีของเจ้าตัวหลังย้ายมาเล่นกับหงส์แดง ดังนั้นข้อผิดพลาดจึงเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ

ขนาดฟาบิญโญ่ช่วงแรกที่ย้ายมาก็มักจะเจอกับปัญหาเดียวกันคือออกบอลช้า วิ่งไม่ทัน เล่นไม่เนียนกับเพื่อน อลิสซงก็พลาดในสองช่วง 2-3 เกมแรก มีพลาดจนทีมเสียประตูด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับฟานไดจ์คที่ก็พลาดในช่วงต้น จนมีคนล้อเรื่องค่าตัว เทรนท์ อาร์โนล์ดกับการเล่นแบ็กขวายิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาเล่นพลาดหลลายจังหวะที่รั่วยิ่งกว่าซิมิกาส

ดังนั้นเราจึงต้องรอดูพัฒนาการของซิมิกาสกันต่อไปก่อน แต่ส่วนตัวเมื่อลองมามองการเล่นเกมรับแบบตั้งใจ พบว่าเขาเล่นเกมรับได้ไม่เลวเลย โดยเฉพาะเรื่องการอ่านเกม การดักทางบอล การเข้าปะทะเพื่อแย่งบอล เขาทำได้ดีในหลายๆ จังหวะ การดวลกับนักเตะพรสวรรค์สูงอย่างแคนท์เวลล์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาก็ทำได้ดีในหลายจังหวะ

สรุปแล้วแม้เกมแรกจะเห็นข้อผิดพลาดในเกมรับ แต่เป็นข้อผิดพลาดที่ไม่ได้ทำให้การเล่นเกมรับโดยรวมของเขาดูแย่ จนเป็นบ่อให้ทีม เพียงแต่การตัดสินใจบางจังหวะที่พลาดและช้า ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากการห่างสนามไปนาน และเรื่องความฟิตของร่างกายที่ยังมาไม่เต็มที่ หากได้โอกาสลงเล่นเรื่อย ๆ และเจ้าตัวมุมานะในการพัฒนาตัวเอง เชื่อว่าอนาคตสดใสแน่นอน