5 ประเด็นน่าประทับใจหลังเกมหงส์แดงเปิดบ้านชนะเบิร์นลีย์

ก่อนเกมคลอปป์บอกกับลูกทีมว่า เกมนี้อย่าไปนึกถึงการแก้แค้น แต่ให้เล่นเพื่อชัยชนะของทีมเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่ารูปเกมที่ออกมานักเตะเบิร์นลีย์เหมือนจะเป็นฝั่งมาเล่นแก้แค้นยังไงชอบกลนะครับ ไล่อัดเราซะน่วมเลย แต่เอาเป็นว่าเกมพรีเมียร์ลีกเกมที่สองของหงส์แดงจบไป ด้วยชัยชนะแบบสวย ๆ 2-0 เป็นการฉลองเปิดแอนฟิลด์ให้แฟนบอลแบบน่ารัก ๆ และนี่เป็นประเด็นที่น่าประทับใจหลังเกมที่ผมอยากมาเล่าสู่กันฟัง

เอเลียตต์ประเดิมแจ่ม

น่าจะตอบคำถาม ตอบโจทย์หลาย ๆ อย่างได้ดีทั้งเรื่องการเสริมทัพ การหานักเตะแนวรุกมาเสริมทีม หรือแม้แต่คำถามเกี่ยวกับอนาคตของเจ้าหนูคนนี้ว่าจะเป็นอย่างไรปีนี้ เพราะตลอด 90 นาทีเต็มกับการลงเล่นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกนัดแรกให้หงส์แดงเจ้าหนูวัย 18 ปีเล่นได้อย่างน่าประทับใจเหลือเกิน

ทันทีที่ได้เห็นรวดลายการเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวขวาของเขา ก็เข้าใจได้เลยว่าคลอปป์มองเห็นศักยภาพอะไรจากเจ้าหนุ่มคนนี้ นั่นก็คือเซ็นต์การจ่ายบอลของเจ้าหนูคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ ยกเว้นแบ็กสองข้างแล้ว เอเลียตต์คือนักเตะที่จ่ายคีย์พาสให้เพื่อนมากที่สุดในทีม (3 ครั้ง) โดยเฉพาะกับหลาย ๆ จังหวะที่เขาบรรจงผ่านบอลให้ซาลาห์

ทั้งในนาทีที่ 25 ที่แทงทะลุไลน์กองหลังหลุดไปให้ซาลาห์ทำประตู แม้ลูกนี้สุดถท้ายจะไม่ได้ประตูเพราะซาลาห์ล้ำหน้า แต่ลูกเปิดของเอเลียตต์นั้นได้ใจแฟนบอลไปเต็ม ๆ อีกหนึ่งจังหวะที่ยังประทับใจผมไม่หายคือนาทีที่ 54 เขาได้บอลบริเวณหัวกะโหลก แล้วตวัดบอลยกข้ามหัวกองหลังไปให้ซาลาห์ที่หลุดมา ผมนี่ร้องโอ้โหเลย คิดได้ไงการส่งแบบนี้

ไม่ใช่ว่าอวยเด็ด และแม้เราจะเห็นว่ามีบางจังหวะที่เล่นยังไม่เข้าขากับรุ่นพี่ แต่ไอ้นี่ใจมันมาแล้ว เกมรุกมั่นใจเกินวัย เกมรับก็สู้เกินรูปร่าง ไล่เบียด ไล่บี้จนแม็กนิลเองยังลำบากในหลายจังหวะ ถามเถอะว่าคนที่ดูบอลหากไม่บอกว่านักเตะคนนี้คือเยาวชนอายุแค่ 18 ปี หลายคนคงนึกว่านี่เป็นนักเตะชั้นเยี่ยมคนหนึ่งแล้ว ฉะนั้นเกมนี้ไอ้หนูเอาใจพวกเฮียไปเลย นายแน่มาก

ซิมิกาส นายได้ใจว่ะ

พัฒนาจากเกมแรกแบบก้าวกระโดดเลยสำหรับซิมิกาส อาจจะเพราะการกลับมาซ้อมของร็อบโบด้วยหรือเปล่าที่เป็นตัวกระตุ้นให้เขาต้องมีสมาธิและเค้นฟอร์มเทพของตัวเองออกมา เกมนี้ไม่มีการเหม่อ ไม่มีการเป็นบ่อ เด็ดทั้งรับทั้งรุก และที่สำคัญสามารถสร้างแอสซิสต์แรกของตัวเองได้แล้ว

ลูกเปิดของซิมิกาสนี่แม่นยำและเข้าเป้ามาก เปิดแต่ละลูกได้ลุ้นตลอด จ่ายคีย์พาสไป 4 ครั้งเป็นรองแค่อาร์โนล์ดที่จ่ายไป 7 ครั้งคนเดียว หากสังเกตเกมนี้ คลอปป์ไม่เปลี่ยนให้อาร์โนล์ดไปเปิดมุมแทนเข้าแล้ว นี่ก็เป็นเครื่องยืนยันอย่างหนึ่งว่าคลอปป์เริ่มมั่นใจ และนักเตะเองก็พิสูจน์ให้เห็นในสนามว่าเขาใจสู้แล้ว

ลูกเปิดให้โชตาโหม่งนี่ไม่ใช่ง่าย ๆ เลยนะครับ โชตาที่อยู่ในวงล้อมของนักเตะตัวสูง ๆ ทั้งนั้น แต่ซิมิกาสเปิดเข้าเป้าเหมือนจับวางเลย โชต้าแทบจะไม่ต้องขยับตัวไปรับบอลอะไรเลย บอลมาถึงหัวแบบเน้น ๆ เกมรับวันนี้พัฒนาขึ้นจากเกมแรกมาก แท็กเกิลชนะคู่แข่งไปถึง 3 ครั้ง เป็นรองแค่โชตาคนเดียว มากกว่าเกอิตาที่มีหน้าที่นี้โดยตรงเสียอีก

เอาละจังหวะที่ทุกคนต้องปรบมือให้กับเขาก็คือความฮึดสู้ในนาทีที่ 89 ที่เขาตามวิ่งไล่ไปเอาบอลมาให้ได้ แม้จะล้มลุกคลุกคลานก็ยังเบียดเอาบอลกลับมาจนได้ จังหวะนี้มันได้ใจจริง ๆ นี่เป็นเรื่องเดียวที่นัดแรกยังไม่เห็นและเป็นรองร็อบโบ้ งานนี้บอกตรง ๆ เลยว่า อนาคตของซิมิกาสไปได้สวยแล้ว นายอำเภอคลอปป์ รับรองการแจ้งเกิดเรียบร้อย

ฟานไดจ์คที่คิดถึง

เกมแรกอาจจะยังเบา ๆ เนือย ๆ เหมือนยังไม่คุ้นสนาม แต่เกมนี้พี่ฟานไดจ์คของเราจัดหนักจัดเต็มมาก ร่างกายเขาดูฟิตขึ้นจากเกมแรกเยอะขึ้น เราได้เห็นฟานไดจ์คในแบบที่เราคุ้นชินอีกครั้ง ผมจะลองไล่เรียงให้ดูว่าเราไมได้เห็นฉากไหนของฟานไดจ์คมานานแล้วบ้าง

นาทีที่ 37 จังหวะที่เบิร์นลีย์ได้เปิดเกมบุกแล้วโยนบอลไปในเขตโทษมีวูดรับบอลได้ แต่จังหวะนั้นฟานไดจ์คบังบอลซะมิดจนวูดเองไม่สามารถพลิกบอลได้เลย ไม่เท่านั้นฟานไดจ์คยังโชว์เก๋าแหย่บอลจากเท้าของเขาได้ด้วย จังหวะแบบนี้ถ้าไม่ใช่ฟานไดจ์คแล้วใครจะทำได้อีกในทีมของเรา

นาทีที่ 91 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเบิร์นลีย์ได้บุกหวังตีไข่แตก และผมจำไม่ได้ว่านักเตะคนไหน ที่หลุดเข้าไปในกรอบกำลังจะได้ยิงแต่ฟานไดจ์คล้มตัวแหย่บล็อกลูกยิงไว้ได้ ถามอีกครั้งว่าจังหวะแบบนี้ถ้าไม่ใช่ฟานไดจ์คใครจะทำได้

และจังหวะทีเด็ดคือจังหวะนาทีที่ 70 ที่หงส์แดงได้ประตูที่สองจุดเริ่มต้นมาจากการวางบอลยาวจากหลังของฟานไดจ์คขวางมาทางขวาให้เอเลียตต์ที่พักอกเอาบอลลงเนียนเหลือเกินก่อนจะจ่ายบอลให้อาร์โนล์ดไหลให้มาเน่ซัดทันที ถามว่าลูกเปิดแบบนี้ การได้ประตูจากจังหวะแบบนี้ถ้าไม่ใช่ฟานไดจ์คใครจะทำได้ นี่จึงเป็นฟานไดจ์คที่แฟนบอลคิดถึงและดีใจมากที่เขากลับมาฟิตและทำผลงานได้เหมือนเดิม เหมือนพี่เขาไม่ได้หายไปไหนมาเลย

แฟนบอลที่คิดถึง

เปิดสนามแอนฟิลด์ทั้งที ไม่พูดถึงเรื่องนี้คงไม่ได้ บรรยากาศแฟนบอลที่คิดถึง เสียงเชียร์ที่โคตรปลุกเร้า เอาละจะบอกว่าวันนี้แฟนบอลเต็มสนามก็คงไม่ได้ เพราะได้ข่าวว่ามีการเว้นที่นั่งบริเวณอุโมงค์ทางเข้าออกไว้กว่า 200 ที่นั่งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสัมผัสใกล้ชิด แต่บริเวณอื่นก็เต็ม

ภาพที่มุมไกล มุมสูง ที่มีแฟนบอลเป็นฉากหลังกลายเป็นของชวนน้ำตาไหลขึ้นมาซะงั้นในเกมนี้ทั้งที่มันเป็นภาพที่แสนจะปกติมากเวลาดูบอล ภาพนักเตะเดินออกสนามแล้วยกมือปรบมือให้แฟนบอลก็อาจจะเป็นเรื่องไม่คุ้นของนักเตะบางคนไปแล้วก็ได้

นี่เป็นเหตุผลเชิงประจักษ์ว่าทำไมทีมอย่างลิเวอร์พูล จึงไม่สามารถทำผลงานได้ดีได้ในฤดูกาลที่แล้ว โดยเฉพาะผลงานในบ้านที่ถึงขนาดย่ำแย่แพ้ 6 เกมติด เหตุผลข้อเดียวคือสนามที่ไม่มีแฟนบอล มันไม่สามารถสร้างพลังขับเคลื่อนให้สโมสรอย่างลิเวอร์พูลได้ ขอบคุณเดอะคอปในสนามทุกคน พวกคุณทำให้เดอะคอปทั่วโลกรู้สึกอิ่มเอมจริง ๆ เกมนี้

เก็บคลีนซีต 2 เกมแล้วนะ

ถ้าจะเอาแบบมีสถิติรองรับหน่อยต้องบอกว่านี่เป็นเพียงครั้งที่สองของคลอปป์ในการคุมทีมหงส์แดงจาก 6 ฤดูกาลที่เขาคุมทีมลงสนามตั้งแต่เกมแรกของซีซั่น ที่สามารถเก็บคลีนชีตได้ในสองเกมแรก อีกครั้งหนึ่งคือปีที่หงส์แดงได้รองแชมป์ลีกและได้ UCL สมัยที่ 6 เมื่อปี 2018-2019 และเป็น 4 ฤดูกาลติดต่อกันแล้วที่คลอปป์คุมทีมชนะรวดในสองเกมแรกของซีซั่น

การเก็บคลีนชีตได้เกมนี้มันมีนัยหลายอย่าง อย่างแรกมันคือการเริ่มต้นที่ดีมากจากฤดูกาลก่อนที่ย่ำแย่ เพราะมีหลายฝ่ายคิดว่าลิเวอร์พูลจะป้อแป้ตั้งแต่แรกจากการไม่เสริมทัพ อย่างที่สองมันแสดงให้เห็นถึงพลังความมุ่งมั่นของนักเตะอีกครั้ง นึกถึงปีที่เราได้แชมป์ลีกเราออกตัวแรงด้วยการชนะ 26 เกมจาก 27 เกมแรก หลุดเสมอไปแค่ 1 ปีนั้นนักเตะเรามุ่งมั่นมากแบบนี้เลย

โดยสรุปหลังผ่านไปสองเกมเราก็พอจะเห็นสัญญาณที่ดีหลายอย่างของสโมสรกลับมาบ้างแล้วทั้งรูปแบบการเล่นที่ดุดันเหมือนเดิม นักเตะมีความมุ่งมั่นเต็มร้อยเล่นเพื่อทีม นักเตะสำรองเล่นทดแทนได้ นักเตะดาวรุ่งทำผลงานดี นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีมาก ๆ มากเกินกว่าที่หลายคนคิดไว้ด้วยซ้ำ