วิเคราะห์ 3 จุดเด่น 1 จุดที่ปรับปรุงได้ของฮาร์วีย์ เอเลียตต์

ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์คนดูอย่างเรา ๆ มากที่ 11 ตัวจริงของลิเวอร์พูลกับเบิร์นลีย์เมื่อคืน มีชื่อของเจ้าหนูฮาร์วีย์ เอเลียตต์ ดาวรุ่งที่เพิ่งจะอายุ 18 ปี ลงสนามด้วย ทั้งที่ว่ากันตามตรงบนม้านั่งสำรองมีรุ่นพี่อย่างติอาโกอยู่ หรือรุ่นใหญ่อย่างมินามิโนะก็ยังว่าง

การได้ลงตัวจริงเกมแรกท่ามกลางแฟนบอลหงส์แดงที่กลับมาเข้ามาชมเกมได้แบบเต็มสนาม น่าจะเป็นโอกาสที่วิเศษที่คลอปป์มอบให้กับเด็กคนนี้ โดยเอเลียตยังได้ลงเล่นครบ 90 นาทีอีกด้วย วันนี้เราเลยจะมาวิเคราะห์ฟอร์มการเล่นของเจ้าหนูเอเลียตต์กัน

ตำแหน่งการยืนน่าสนใจ

ตำแหน่งการยืน การเคลื่อนที่ของเอเลียตต์ก็น่าสนใจ หลังจากที่คลอปป์ปรับตำแหน่งของเขาให้ลงต่ำมาเป็น 1 ในแผงมิดฟิลด์ตรงกลาง ถ้าตามตำแหน่งเขาจะยืนเป็นกองกลางทางด้านขวา แต่จริง ๆ ถ้าเรามองจากการเคลื่อนที่ของเอเลียตต์มันจะหลากหลายมาก

เราสามารถพูดได้ว่าบางครั้งเอเลียตต์เล่นเป็นเพลย์เมกเกอร์ ตัวทำเกมอยู่หลังสามประสานเลย เขามีส่วนร่วมในการเชื่อมระหว่างเกมแดนกลางไปสู่กองหน้า แต่บางครั้งเขาก็เล่นไม่ต่างจากวิงแบ็กขวาที่วิ่งขึ้นลงทางกราบขวา คอยวิ่งไล่กวด ไล่ต้อน ตัดเกมการขึ้นเกมของคู่ต่อสู้

ลักษณะการเล่นของเขาจะไม่ใช่ตัวริมเส้นแบบวิ่งไปสุดเส้นแล้วเปิด แต่จะเป็นนักเตะที่เลาะเข้ากลาง แล้วสร้างโอกาสให้เพื่อนจากตำแหน่งดังกล่าว หรือเป็นตัวเสริมที่จะเล่นจังหวะสอง จังหวะสมในแดนหน้า แม้จำแหน่งการยืนจะใกล้เคียงกับชากิรีและแชมเบอร์เลน แต่ลักษณะการเล่น การเคลื่อนที่แทบจะแตกต่างกันมาก ซึ่งถือว่าเอเลียตต์สร้างความแตกต่างและแนวทางการเล่นในตำแหน่งนี้ได้น่าสนใจ

จุดเด่น 1: การหาพื้นที่ว่าง

จุดเด่นแรกที่เห็นจากเกมเมื่อคืนของเอเลียตต์ ต่อเนื่องจากตำแหน่งการยืนของเขา เราจะเห็นว่าเอเลียตต์เป็นนักเตะที่วิ่งเข้าหาบอล เคลื่อนที่หาพื้นที่ว่าง เพื่อให้เพื่อนส่งบอลง่าย ๆ ได้ดีเยี่ยม นี่อาจจะเป็นมุมมองที่หลายคนอาจไม่ทันได้สังเกต

ผมขอยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือจังหวะที่ลิเวอร์พูลได้ประตูที่ 2 จังหวะนี้หลายคนอาจจะมองว่าเป็นความยอดเยี่ยมของฟานไดจ์คที่วางบอลยาวไปให้เอเลียตต์ได้แม่นยำ หรือชื่นชมมาเน่ที่ยิงได้คม แต่หากย้อนไปสักนิด ก่อนฟานไดจ์คจะเปิดลูกนี้สิ่งที่เราเห็นคือ เอเลียตต์ถ่างตัวเองออกไปริมเส้น แล้วยกมือขอบอลจากฟานไดจ์ค ก่อนที่ฟานไดจ์คจะวางบอลยาวไปให้แล้วเขาพักอกเอาบอลลงอย่างเนียน

อีกหนึ่งจังหวะที่เราจะเห็นถึงจังหวะการเคลื่อนที่หาที่ว่างได้ดีของเอเลียตต์คือจังหวะนี้ จังหวะที่มาเน่ได้บอลทางกราบซ้าย โดยมีโชต้า เอเลียตต์ และซาลาห์ อยู่ในเขตโทษซึ่งจากภาพเราจะเห็นว่าเอเลียตต์นั้นถลำเข้าไปแล้ว ก่อนที่จังหวะต่อมาเขาจะถอยตัวเองลงมาหาที่ว่างให้มาเน่ จังหวะนั้นเขาสร้างทั้งโอกาสและพื้นที่ให้ทีม กึ่งบังคับว่ามาเน่ต้องส่ง เพราะเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดในตอนนั้น

น่าเสียดายที่จังหวะนี้เอเลียตต์ทำได้ไม่ดีพอใจจังหวะสุดท้าย ที่เหมือนเขาจะตัดสินใจไม่ยิงเองและป้ายไปให้ซาลาห์ทางฝั่งขวา เพียงแต่ว่าลูกที่เขาจะป้ายนั้นมันดันแปก บอลแรงไปและไม่ตรงตัวซาลาห์ ที่จริงยังมีอีกหลายจังหวะมากที่เราจะเห็นว่า เอเลียตต์ หาพื้นที่ว่างชนิดที่เพื่อนร่วมทีมต้องส่งให้เขาได้เสมอ

จุดเด่น2: การลงมาช่วยเกมรับ

กองกลางทางฝั่งขวานี้สิ่งสำคัญมากที่สุดคือการลงมาช่วยเกมรับ โดยเฉพาะการลงมาซ้อนอาร์โนล์ด เป็นตัวไล่ ตัวเบียด ตัวชนไม่ให้คู่ต่อสู้ขึ้นเกมได้ง่าย ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่ามีเพียงกัปตันทีมจอร์แดนเฮนเดอร์สันเท่านั้นที่ทำหน้าที่นี้ได้ดี แต่เกมนี้เอเลียตต์แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักเตะที่เด่นในเกมรุก แต่ไม่ทิ้งเกมรับที่เป็นการทำเพื่อทีม

เอเลียตต์นั้นจุดเด่นคือการวิ่งสู้ฟัด ทุกครั้งที่เขาเป็นคนทำเสียบอลเขาจะวิ่งไล่บอลอย่างบ้าคลั่ง และแม้ร่างกายของเขาจะดูเล็กแต่ทรงบอลและทางบอลไม่ได้เสียเปรียบนักเตะตัวใหญ่ ๆ เอเลียตต์สามารถวิ่งไล่ ก่อกวน บังทาง ไม่ให้นักเตะเบิร์นลีย์ทำเกมได้ถนัด โดยเฉพาะแม็กนิล

ยกตัวอย่างนาทีที่ 32 จังหวะที่เบิร์นลีย์ขึ้นเกมทางฝั่งซ้าย เราจะเห็นว่าเอเลียตต์ทำหน้าที่ตั้งแต่บังทางบอล ดักทางบอล และวิ่งไล่เบียดนักเตะเบิร์นลีย์ เป็นตัวเข้าชนก่อน โดยมีทั้งอาร์โนล์ดและเฮนเดอร์สันคอยเป็นตัวซ้อนให้ และจังหวะนี้สุดท้ายอาร์โนล์ดและเอเลียตก็ช่วยกันบีบจนเบิร์นลีย์เสียบอล

จุดเด่น3: คีย์พาสขั้นเทพ

นี่คือจุดเด่นจริง ๆ ที่เราเห็นในเกมนี้คือ เอเลียตต์มีวัสยทัศน์ในการผ่านบอลให้กองหน้าได้หลากหลาย สามารถพลิกแพลง และหาช่องทางให้เพื่อนได้ เอาจังหวะเด่น ๆ นั้นมีอยู่ 2 จังหวะ

จังหวะแรกในนาทีที่ 26 ครึ่งแรก เอเลียตต์รับบอลมาจากกัปตันเขาอยู่บริเวณหัวกะโหลก โดยมีอาร์โนล์ดประคองทางขวาใกล้ตัวและมีซาลาห์เป็นตัวไกลทางขวา เอเลียตต์ตัดสินใจแทงบอลทะลุระหว่างเซ็นเตอร์กับแบ็กซ้ายของเบิร์นลีย์ให้ซาลาห์วิ่งเข้ามายิงเข้าเสาไกลไปถือเป็นลูกจ่ายที่สวยงามมาก เพียงแต่ลูกนี้ซาลาห์ถูกจับล้ำหน้าไปเสียก่อน

จังหวะที่สองคือนาทีที่ 54 การเคลื่อนที่คล้าย ๆ กับลูกแรกคือเขาขยับเข้ามาอยู่บริเวณหัวกะโหลกรับบอลมาจากเฮนเดอร์สัน โดยมีอาร์โนล์ดและซาลาห์เติมทางทางขวา เอเลียตต์ตัดสินใจชิปบอลกะจะให้ข้ามหัวแบ็กซ้ายของเบิร์นลีย์แล้วให้ซาลาห์วิ่งสอดไปรับ จังหวะนี้ไอเดียการจ่ายบอลเต็ม 10 เพียงแต่บอลไม่สูงพอโดนแบ็กเขาดักได้

จุดที่ปรับปรุงได้

ที่ว่ามาทั้งหมดเป็นจุดเด่นที่สร้างความประทับใจให้แฟนบอลอย่างเรา ๆ แต่ก็มีบางจุดที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าถ้าเอเลียตต์ปรับอีกนิดจะเจ๋งมาก คือการประสานงานในพื้นที่สุดท้าย บางจังหวะเขาควรทำได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ ขอยกตัวอย่างให้ดูสัก 2 จังหวะคือ

จังหวะแรกนาทีที่ 35 เอเลียตต์ประสานกับซาลาห์โดยซาลาห์จ่ายบอลให้เอเลียตต์ ซึ่งจังหวะมันคือการเข้าทำเร็ว สวนกลับเร็วของลิเวอร์พูล ซาลาห์พลิกบอลแล้วรีบจ่ายให้เอเลียตต์ ตัวเขาก็วิ่งทำทางไปทางริมเส้น เอเลียตต์ที่ได้บอล ก็พยายามเล่นเร็วด้วยการจะแทงบอลทะลุไปให้ซาลาห์คืน แต่จังหวะนี้เขารีบร้อนไปหน่อย ทั้งที่พอจะมีเวลาและพื้นที่ให้แต่งบอลอีกนิด

เช่นเดียวกันกับจังหวะก่อนหน้าในนาทีที่ 21 ลิเวอร์พูลกำลังจะสวนกลับเร็ว บอลอยู่ที่เอเลียตต์มีทั้งพื้นที่และเวลา นักเตะลิเวอร์พูลสามคน กองหลังเบิร์นลีย์สามคน ซาลาห์วิ่งประคองทำทางไปทางซ้าย และโชตาก็ประคองมาทางขวา จังหวะนี้เอเลียตต์ทำท่าจะแทงทะลุ และซาลาห์ก็เหมือนจะออกตัวไปรอก่อน 1 จังหวะ แต่เอเลียตต์ดันจ่ายเบาไป ทำให้ซาลาห์ต้องดึงตัวเองกลับมาเล่นบอล ทำให้จังหวะมันช้าเกินไป

ระหว่างเกมมันจะมีจังหวะแบบนี้ให้เห็นเป็นระยะ แต่อย่างที่บอกว่าจุดนี้เป็นจุดที่เอเลียตต์สามารถปรับปรุงได้แน่นอน หากได้ลงเล่นร่วมกับเพื่อนบ่อย ๆ มีประสบการณ์มากขึ้น เขาจะนิ่งขึ้นแน่นอน เกมแรกที่ลงเล่นตัวจริงในวัย 18 ปี เขาทำได้เยี่ยมและแสดงให้เห็นจุดเด่นหลายข้อ นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก ๆ และเชื่อเขาจะได้รับโอกาสมากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน