ผลกระทบกับหงส์แดงหากเอเลียตต์ต้องพักยาว

อาการบาดเจ็บของฮาร์วีย์เอเลียตต์ในเกมที่หงส์แดงบุกไปชนะลีดส์ ยูไนเต็ดเมื่อคืน น่าจะทำให้แฟนหงส์หลายคนเศร้าใจพอสมควร แม้ทีมจะคว้าสามแต้มไปเป็นจ่าฝูงร่วมกับแมนยูและเชลซีก็ตาม ไม่ใช่แค่ผลกระทบในด้านความรู้สึกของฟนหงส์แดงเท่านั้น การที่เอเลียตต์บาดเจ็บ จนอาจต้องพักยาวนั้นก็สร้างผลกระทบกับทีมลิเวอร์พูลทั้งในและนอกสนามไม่แพ้กัน และนี่คือ 3 ผลกระทบกับทีมหงส์แดงหากเอเลียตต์ต้องพักยาวในครั้งนี้

ก่อนอื่นต้องขออัพเดทอาการของเอเลียตต์ก่อนล่าสุดวันนี้ (13/9/64) เอลเลียตต์ ออกจากโรงพยายาบาลแล้ว และมีกำหนดจะเข้ารับการผ่าตัดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังจากถูกหามออกจากสนาม เอลเลียตถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลลีดส์เจเนอรัลเพื่อรับการรักษา โดยมี จิม ม็อกสัน แพทย์ประจำสโมสรลิเวอร์พูลเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย ส่วนเรื่องอาการบาดเจ็บนั้นเบื้องต้นจากการสัมภาษณ์ของคลอปป์ดูเหมือนว่าจะเป็นอาการข้อเท้าหลุด มากกว่าข้อเท้าหัก ซึ่งถือเป็นโชคดีในโชคร้ายครั้งนี้

ขุมกำลังลดลง

ลิเวอร์พูลเดิมพันตลาดซื้อขายรอบนี้ด้วยการซื้อแค่กองหลังเพิ่ม 1 ตำแหน่ง ซึ่งจนถึงตอนนี้การซื้อนี้ก็ยังไม่ได้ใช้เลย เพราะโกนาเต้ยังไม่มีโอกาสได้ลงเล่นเลยสักนาที ตำแหน่งที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าหงส์แดงควรจะซื้อหรือหามาเพิ่มคือ แดนกลาง หลังจากเสียไวนาดุมไปให้ PSG หรือไม่ก็ตัวรุกในแนวรุกสักคน เพื่อเสริมความแกร่งในเกมรุก

แต่หงส์แดงเลือกที่จะเดิมพันกับฮาร์วีย์ เอเลียตต์ เด็กดาวรุ่งวัย 18 ของตัวเอง โดยการไม่ซื้อใครเพิ่มเติม คลอปป์ทดลองให้เอเลียตต์ถอยลงมาหนึ่งตำแหน่งจากกองหน้าตัวรุกฝั่งขวา มาเป็นมิดฟิลดั่งขวาแทน ซึ่งก็คือตำแหน่งเดิมที่เฮนเดอร์สันเล่นประจำนั่นเอง ผลปรากฏว่าเอเลียตต์ตอบสนองต่อตำแหน่งนี้ดีมาก เขาทำผลงานในช่วงปรี-ซีซั่นได้ดี และคลอปป์ก็ตอบแทนด้วยการดันเขาขึ้นชุดใหญ่ทันที

และดูเหมือนว่าการเดิมพันไม่ซื้อใครเพิ่มในครั้งนี้กำลังจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เพราะเอเลียตต์สามารถยกระดับการเล่นของตัวเองให้ดีขึ้นในทุกสัปดาห์ จนจองตำแหน่งตัวจริงมาตลอด 3 เกมหลังสุด ด้วยสไตล์การเล่นที่มีชีวิตชีวา ทุ่มเท วิ่งไม่มีหมด การเล่นบอลชนิดเข้าขารู้ใจกับรุ่นพี่ทำให้เกมฝั่งขวาของหงส์แดงกลับมาอันตรายมากขึ้น แถมเจ้าตัวก็มีมิติของการเป็นนักเตะเชิงรุกอยู่เติมตัว ยิ่งทำให้แนวโน้มที่เขาจะรักษาตำแหน่งนี้แบบยาว ๆ มีมากขึ้น

ปัญหาก็คือหากเอเลียตต์ต้องพักยาว ลิเวอร์พูลก็จะมีขุมกำลังตรงนี้ลดลงทันที แม้ว่า ในแดนกลางหากว่ากันตามตรงหงส์แดงยังมีตัวเลือกอีกมาก ทั้งสามตัวหลัก ฟาบิญโญ่ ติอาโก เฮเดอร์สัน และสำรองอย่างเกอิตา แชมเบอร์เลน มินามิโนะ มิลเนอร์ และโจนส์ แต่เราจะเห็นว่าทั้งหมดนั้นไม่เด่นรับก็เด่นรุกไปเลย สวนทางกับสไตล์ของเอเลียตต์ที่เด่นทั้งลงมาช่วยเกมรับ และการทำเกมรุก ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาเอเลียตต์ทำผลงานได้ดี จนอดคิดไม่ได้ว่าหากเขายังทำผลงานดีต่อไปเรื่อย ๆ ลิเวอร์พูลจะแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหน สุดท้ายแล้วบางทีตลาดหน้าหนาวนี้หงส์แดงอาจจะต้องพิจารณาเรื่องการซื้อขายอีกครั้ง

กระทบกับตำแหน่งการเล่นของหลายคน

กองกลางของลิเวอร์พูล 3 คน ที่น่าจะยึดตำแหน่งตัวจริงได้ตลอดตอนนี้มีแค่ ฟาบิโญโญ่ คนเดียวเท่านั้น อีกคนที่ลงตัวจริงทางฝั่งขวามาหลายเกมคือเอเลียตต์ นอกนั้นคลอปป์ใช้การหมุนเวียนกันลง ตัวเฮนเดอร์สันเองที่เคยเล่นประจำในตำแหน่งของเอเลียตต์ปีนี้ ลงไป 3 เกม เล่นไปครบ 3 ตำแหน่งในแดนกลาง จากที่ลงเป็นตัวกลางในเกมกับเบิร์นลีย์ มาเล่นฝั่งซ้ายในเกมกับเชลซี และลงแทนเอเลียตต์ทางฝั่งขวา

จากการลงเล่นเราจะเห็นว่าคลอปป์ต้องการให้เฮเดอร์สันเป็นตัวสาระพัดประโยชน์ และฝ่ายซับพอร์ตเกม ที่จะหมุนเวียนนักเตะ ในกรณีที่เอเลียตต์ต้องพักยาว เฮเดอร์สันอาจต้องมาประจำฝั่งขวาเช่นเคย นั่นอาจจะทำให้กัปตันต้องกรำศึกหนัก และการหมุนเวียนช่วยเพื่อนในตำแหน่งกองกลางอาจจะน้อยลง

อีกคนที่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งไม่รู้ว่าจะดีหรือไม่ดี คือแชมเบอร์เลน ที่ในปีก่อนหน้าเขาถูกปรับมาเล่นกองกลางฝั่งขวาเหมือนเอเลียตต์ก่อนที่ปีนี้คลอปป์จะให้เขาทดลองเล่นเป็น F9 ในตำแหน่งเดียวกับฟีร์มิโน่ บางทีเขาอาจจะต้องลงมาเล่นในตำแหน่งนี้บ่อยขึ้นหลังจากนี้

แน่นอนเราไม่ปฏิเสธว่ามันย่อมเปิดโอกาสให้นักเตะคนอื่น ๆ ได้สลับสับเปลี่ยนกันลงเล่นด้วย โดยเฉพาะเกอิตา ที่ทำผลงานได้ดีในช่วงที่เขาได้ลงเล่น 2 เกมแรก แต่หลังจากที่บรรดาตัวหลักกลับมาเขาก็หลุดไปเป็นแค่สำรอง โอกาสของเกอิตาจะกลับมามากขึ้นอีกครั้งหลังจากนี้

เกมรุกฝั่งขวาจะดรอปลงไหม

ต้องยอมรับว่าการลงเล่นของเออเลียตต์นั้นทำให้เกมรุกทางฝั่งขวาของหงส์แดงดูดีมีมิติมากขึ้น โดยเฉพาะการเคาะบอลทะลุทะลวงแนวรับของคู่แข่งที่ดูมีความหลากหลายและไอเดียเข้าทำที่มากขึ้น เอเลียตต์ทำให้การจ่ายบอลทะลุช่อง การเล่นบอลกับพื้นในแดนสามดูน่ากลัวมากขึ้นเพราะเขามีทั้งความเร็วและมีวิสัยทัศน์ในการออกบอล เซ้นต์การรับ-ส่งบอลกับซาลาห์และอาร์โนล์ดก็เข้าขากันดี

โดยเฉพาะในเกมรับที่ทำได้ไม่แพ้เฮนเดอร์สัน การวิ่งไล่ ขัดขวาง ขัดจังหวะคู่ต่อสู้ทำได้ดี เขาทำให้เกมรุกด้านข้างของคู่แข่งลำบากเสมอเมื่อเจอลูกตื้อของเขา และทำให้อาร์โนล์ดทำงานง่ายขึ้น

จาก 4 เกมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลทำประตูไปแล้ว 9 ประตู โดยนักเตะที่เล่นทางฝั่งขวาทั้งซาลาห์และอาร์โนล์ดมีส่วนร่วมถึง 7 ประตู ซาลาห์ยิง 3 จ่าย 2 ส่วนอาร์โนล์ดแอสซิสต์ไปแล้ว 2 ถือว่าเกมรุกทางฝั่งขวาของหงส์แดงมีประสิทธิภาพมาก และหากเราประเมินว่าพวกเขาจะเล่นเข้าขากันเรื่อย ๆ ความอันตรายของฝั่งขวาก็จะมากขึ้นตาม ผลกระทบนี้อาจจะต้องรอติดตามดูว่าการที่ไม่มีเอเลียตต์อยู่ในสนามจะทำให้ประสิทธิภาพดังกล่าวลดลงหรือไม่