5 เรื่องน่าสนใจหงส์แดงฟัดเอซีมิลาน

เกมแชมเปียนส์ลีกปีนี้ หงส์แดงมาอยู่ในกลุ่มแห่งความตาย เพราะแต่ละทีมหิน ๆ กันทั้งนั้น ถือเป็นทีมที่กรำศึกในเวทีนี้มาอย่างยาวนาน ทั้งตราหมี แอตแลนติโก มาดริด เอฟซี ปอร์โต และเอซีมาน ยักษ์หลับที่ห่างหายไปจากเวทีนี้นานกว่า 7 ปี กลุ่มนี้จึงสำคัญทุกแต้ม

และเกมแรกหงส์แดงก็เปิดบ้านรับการมาเยือนของคู่ปรับตลอดกาลในเวทียุโรปของหงส์แดงอย่างเอซี มิลาน ซึ่งหากใครเป็นสาวกหงส์แดงมาเกิน 20 ปี จะต้องไปลืมค่ำคืนแห่งอิสตันบูลแน่ และเช่นกัน หากใครเป็นแฟนบอลอิตาลีมานานเกิน 20 ปีก็คงไม่มีใครไม่ทันยุคเกรียงไกรของปีศาจแดงดำเป็นแน่ วันนี้เราเลยจะมานำเสนอ 5 เรื่องที่น่าสนใจของเกมนี้กัน

รำลึกวันวาน

ในช่วงปี 2005-2007 จะถือว่าเป็นยุคทองของทั้งสองทีมก็ว่าได้ เพราะแต่ละทีมดูเหมือนจะเต็มไปด้วยนักเตะระดับท็อป โดยเฉพาะทางฝั่งเอซี มิลาน ที่รุ่งเรืองมากพร้อมกับความรุ่งเรืองของทีมชาติอิตาลี และบราซิลในช่วงนั้น พวกเขามีสตาร์ล้นทีม ไล่ตั้งแต่ เนสต้า, มัลดินี, คาฟู, กัตตูโซ่, ปีร์โล, อินซากี้, และกองกลางตัวเทพอย่าง กาก้า ส่วนทางฝั่งหงส์แดงนั้น มีทั้งยอดขุนพลอย่าง อลอนโซ่, มาสเคราโน่, เจอร์ราร์ด และกุนซือสมองเพชรอย่าง ราฟาเอล เบนิเตส

ในปี 2005 ลิเวอร์พูลทีมรองบ่อนสามารถทะลุเข้าไปถึงรอบชิงเจอกับเอซีมิลาน ที่ก่อนเกมหลายฝ่ายก็มองว่ามิลานน่าจะไม่พลาด และสถานการณ์ในสนามก็เป็นเช่นนั้น มิลานออกนำไปก่อนในครึ่งแรก 3-0 แต่ก็อย่างที่ทั่วโลกเห็น ในครึ่งหลังลิเวอร์พูลสมารถตีเสมอได้ 3-3 และเอาชนะไปได้ในช่วงดวลจุดโทษ

แต่อย่างไรก็ตามในปี 2007 ทั้งสองทีมก็โคจรมาพบกันอีกครั้งในรอบชิงแชมเปียนส์ลีก โดยที่นักเตะในทีมแทบจะเป็นชุดเดิมจากนัดชิงปี 2005 แต่รอบนี้เป็นเอซีมิลานที่สามารถถอนแค้นหงส์แดงได้ ในเวลา 90 นาที นั่นอาจจะเป็นยุคยิ่งใหญ่ของทั้งสองทีมก่อนเข้าสู่ยุคตกต่ำไปพร้อม ๆ กัน

มาถึงยุคนี้ที่นักเตะในยุคโน้นต่างก็เลิกเล่นฟุตบอลไปหมดแล้ว การกลับมาเจอกันอีกของทั้งสองทีมจึงเป็นการเจอกันในยุคใหม่ของทั้งสองทีมอย่างแท้จริง แต่ประวัติศาสตร์และความทรงจำในวันวานจะอบอวลอยู่ในเกมนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

มิลานโฉมใหม่แกร่งกว่าที่คาด

เอซี มิลานภายใต้การคุมบังเหียนของ สเตฟาโน่ ปิโอลี สามารถสู้แย่งแชมป์ลีกกับอินเตอร์ มิลานได้อย่างสูสีในช่วงต้นของฤดูกาล ก่อนจะฟอร์มตกลงและดรอปไปในครึ่งฤดูกาลหลัง แต่พวกเขาก็ยังสามารถพาทีมจบรองแชมป์ได้สำเร็จ เอซี มิลานยุคนี้เล่นเกมรุกได้ดุดันสวยงาม ยิ่งได้จอมเก๋าทั้งอิบราฮิโมวิช และชิรูด์ มายืนเป็นหน้าเป้าให้ทีมยิ่งเสริมบารมีของทีมที่ส่วนมากเป็นพลังหนุ่มได้ดี

เริ่มต้นฤดูกาลใหม่นี้ พวกเขาแข่งไปแล้ว 3 เกมและสามารถเก็บได้ครบทั้ง 9 แต้ม เกาะกลุ่มผู้นำจ่าฝูงของลีกร่วมกับโรมาและนาโปลีอยู่ในขณะนี้ การได้กลับมาเล่น UCL อีกครั้งในรอบ 7 ปี เป็นแรงกระตุ้นชั้นดีให้พวกเขาอยากจะทำผลงานให้ดี และยิ่งต้องมาเจอกับหงส์แดงคู่ปรับเก่า ในเกมแรกรอบ 7 ปี ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีเข้าไปอีก

ความพร้อมของทั้งสองทีม

ทางฝั่งลิเวอร์พูลเจ้าบ้านคืนนี้ พลาดการใช้งานฮาร์วีย์เอเลียตต์ ที่มีอาการบาดเจ็บจากเกมที่แล้ว และต้องพักยาวไป อีกคนที่น่าจะยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ก็คือ ฟีร์มิโน ที่ยังมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ แม้จะสามารถซ้อมเบา ๆ กับเพื่อนๆได้แล้วก็ตาม ซึ่งในตำแน่งทั้งสองนั้น มีเฮนเดอร์สันและโจต้าคอยประจำการแทนได้อยู่แล้ว

ต่างจากเอซี มิลานที่เกมนี้ไม่สามารถใช้งานผู้เล่นตัวหลักได้โดยเฉพาะสลาตัน  อิบราฮิโมวิช มิดฟิลด์อย่าง บากาโยโก กับ ครูนิค ก็จะพลาดลงสนามด้วยเช่นกัน แต่จะยังมีชิรูด์ ที่ทำผลงานได้ดีในเกมลีกทำไป 2 ประตูจากการลงเล่น 2 เกม และยังเป็นนักเตะที่ชอบทำผลงานได้ดียามเจอกับหงส์แดง เจอกัน 16 เกม ทำไป 8 ประตู

มาเน่ลุ้นทำสถิติใหม่ให้ตัวเอง

ว่าด้วยนักเตะแอฟริกาที่ลงเล่นในรายการนี้ มีเพียง 3 คนเท่านั้นที่สามารถทำประตูแตะ 20 ลูก คือ ดร็อกบา, เอโต้, และซาลาห์ ส่วนมาเน่นั้นทำไปแล้ว 19 ประตู ดังนั้นหากคืนนี้เจ้าตัวทำประตูได้ ก็จะทำให้ตัวเองเป็นแข้งคนที่ 4 ที่ทำได้เช่นกัน

แม้ว่าฟอร์มในลีกของมาเน่จะโดนวิจารณ์บ้างในช่วงหลัง โดยเฉพาะการใช้โอกาสค่อนข้างเปลือง  อย่างในเกมกับลีดส์ เจ้าตัวมีโอกาสยิงถึง 10 ครั้ง แต่กลับทำได้แค่ 1 ประตู เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่น่าจับตามองเช่นกันว่า มาเน่จะทำผลงานในรายการนี้ได้ดีแค่ไหน

3 แต้มสำคัญมาก

รอบแบ่งกลุ่มสำหรับลิเวอร์พูลในช่วงหลังเป็นอะไรที่ไม่เคยง่ายเลย ต้องลุ้นหืดจับแทบทุกปี ขนาดว่าบางปีไปอยู่ในกลุ่มที่ไม่หินมากนักก็ยังลุ้นกันนัดสุดท้ายเลย มาปีนี้ดวงดีจับมาอยู่กับทีมแกร่ง ๆ ทั้งนั้น น่าจะกระตุ้นนักเตะหงส์แดงให้ทำงานหนักขึ้นอีกหน่อย

สองเกมแรกในรอบแบ่งกลุ่มน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่หงส์แดงจะได้เก็บแต้มสำคัญไว้ในมือ เพราะเกมนี้เล่นกับเอซี มิลานในบ้านตัวเอง กับสภาพและผลงานตอนนี้ ลิเวอร์พูลต้องคาดหวัง 3 แต้มเท่านั้น ก่อนที่เกมต่อไปจะไปเยือนปอร์โต และเกมที่สามกับสี่จะต้องเจอกับตราหมี 2 เกมติด ซึ่งการจะได้แต้มจากตราหมีนั้นถือว่าไม่ใช่งานง่ายดังนั้น 3 แต้มเกมนี้ถือเป็นไฟท์บังคับให้หงส์แดงต้องทำให้ได้ หากหวังจะผ่านเข้ารอบต่อไปแบบไม่เหนื่อยหนักเช่นปีก่อนๆ