‘รุกดุ รับดับ’ เจาะ 4 ประเด็นน่าสนใจหลังเกมชนะเอซีมิลาน

เกมแชมป์เปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่มนัดแรกหงส์แดงเปิดรังแอนด์ฟิลด์พลิกชนะเอซีมิลาน หลังจากถูกนำไปก่อน 1-2 ในครึ่งแรก เก็บ 3 แต้มสำคัญขึ้นจ่าฝูงเดี่ยว ๆ เนื่องจากอีกสนามตราหมีทำได้แค่เสมอกับปอร์โต้แบบไร้สกอร์ ถือเป็นการออกตัวในรอบแบ่งกลุ่มได้ดี และนี่คือ 5 ประเด็นหลังเกมที่น่าสนใจ

หงส์โชว์เกมรุกดุ

ใครที่ได้ดูเกมนี้คงจะรู้สึกเหมือนกันว่าเกมมันสนุกตื่นเต้นจริง ๆ โดยเฉพาะทางฝั่งหงส์แดงที่เกมนี้ลืมเกียร์ถอยมาด้วย มีแต่เดินหน้าอย่างเดียว ก่อนที่จะได้ประตูในนาทีที่ 9 จากการประสานงานกันยอดเยี่ยมของซาลาห์กับเทรนท์ ตลอดช่วง 20 นาทีแรก หงส์แดงแทบจะพับสนามบุก เล่นด้วยความดุดันสมกับการเป็นเฮฟวี่ เมทัล ที่ระดมใส่เอซี มิลานจนแทบไม่ได้หายใจหายคอ

เอาแค่ 20 นาทีแรก หงส์แดงสร้างโอกาสทำประตูไปถึง 12 ครั้ง ขณะที่มิลาน 0 ครั้ง แถมหงส์แดงยังได้เตะมุมถึง 10 ครั้ง ได้จุดโทษอีก 1 ลูก แต่เสียดายที่ซาลาห์ยิงไม่เข้า และหงส์แดงก็คุมเกมได้อยู่หมัดตลอด 40 นาทีแรก มีโอกาสได้ประตูที่สองหลายครั้งแต่ทำไม่ได้

หลังจากพลาดท่าในช่วงท้ายครึ่งแรกโดนนำ 1-2 ครึ่งหลังลิเวอร์พูลกลับมาเล่นด้วยความดุดันอีกครั้ง คุมเกมได้หมด และโชว์การเล่นเกมรุกที่ดุดันอีกครั้ง จนสามารถพลิกกลับมาชนะได้ 3-2 จากการเข้าทำที่สวยงามของโอริกีกับซาลาห์ และลูกยิงไกลสุดสวยของกัปตันทีมเฮนโด้

ความดุดันและการเล่นเกมรุกแบบไม่มีถอยคือจุดที่ทำให้หงส์แดงเก็บสามแต้มเกมนี้ได้ ขนาดกุนซือและผู้เล่นของเอซี มิลาน ยังต้องออกมายอมรับว่าสู้ความดุดันของลิเวอร์พูไม่ไหว สเตฟาโน ปิโอลี บอกว่าลิเวอร์พูลสมควรได้รับเครดิตสำหรับความเข้มข้นและคุณภาพ โดยเฉพาะในช่วง 25 นาทีแรก ขณะที่บราฮิม ดิอาซ ก็บอกว่าลิเวอร์พูลดุดันมาก คลอปป์บอกหลังเกมว่า หากไม่นับช่วง 10 นาทีที่หงส์แดงสมาธิหลุด นี่คือรูปแบบการเล่นในฝันของเขาเลย

เกมรับดับ ต้องปรับอีกเยอะ

หงส์แดงชนะเกมนี้ได้ด้วยเกมรุกที่ดุดันและหลากหลาย ตลอดทั้งเกมสร้างโอกาสยิงถึง 24 ครั้ง แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นเกมที่ลิเวอร์พูลพาตัวเองเข้าสู่จุดอับของเกมจนได้ ด้วยการเล่นดีกว่า คุมเกมมากกว่า แต่จบเกมครึ่งแรกด้วยการเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่งซะงั้น

อันที่จริงการขึ้นเกมของมิลานช่วงท้ายครึ่งแรก พวกเขาแทบจะไม่ได้ตั้งใจบุกขึ้นมาทำประตูแบบจริงจังเลย แต่เป็นแนวรับของหงส์แดงเองที่สมาธิหลุดและสร้างโอกาสให้คู่แข่ง โดยเฉพาะอาร์โนล์ดที่เติมเกมรุกเพลินไปหน่อย ลงมาไม่ทันและกลายเป็นพื้นที่ที่มิลานเจาะทำประตูได้ถึง 2 ประตู โดยที่เขาไม่มีส่วนลงมาช่วยเกมรับเลย

คลอปป์ออกมาบอกถึงข้อผิดพลาดของทีมว่า “มันเกือบเป็นไปตามเกมที่ผมหวังไว้ 100 เปอร์เซ็นต์ มันเป็นแมตช์ที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจมาก ซึ่งเราเสียทรงประมาณ 10-15 นาที เราไม่ได้กระชับพื้นที่ และเกิดอาการลนลาน แนวรับถอยมาลึกเกินไป มิดฟิลด์ไม่ได้ช่วยปิดช่องว่าง ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถแทงทะลุช่องได้ แล้วยิง 2 ประตู”

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมาจาการที่เกมนี้หงส์แดงโรเตชั่นนักเตะด้วยการพักฟานไดจ์คในแนวรับ และการส่งเกอิตาลงเล่นในแดนกลาง นั่นอาจจะทำให้ความสมูธของเกมอาจจะไม่สม่ำเสมอเหมือนชุดใหญ่ แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่ทีมจะปล่อยให้เกิดข้อผิดพลาดแบบนี้ได้

โรเตชั่น เรื่องจำเป็น

11 ตัวจริงเกมนี้เชื่อว่าน่าจะสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลหงส์แดงไม่น้อย เพราะเป็นเกมแรกของรอบแบ่งกลุ่มและเป็นเกมใหญ่ หลายคนคาดหวังการจัดหนัก จัดเต็ม แต่สิ่งที่เห็นคือคลอปป์ตัดสินใจโรเตชั่นนักเตะทันที ทั้งฟานไดจ์ค และมาเน่ ที่เป็นตัวหลักมาตลอด

ลิเวอร์พูลมีขุมกำลังสำรองที่หลายคนยังมองว่า ไม่เพียงพอ ในขณะที่มีเกมให้เล่นหลายรายการ จากนี้ไปจะมีรายการให้เล่นเพิ่มอีกในบอลถ้วยของลีก การโรเตชั่นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องทำ ไม่ใช่แค่เพื่อพักนักเตะตัวหลักอย่างฟานไดจ์คที่เอาเข้าจริงเขาอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการลงเล่นถี่ ๆ ต่อเนื่องกัน แต่เพื่อตอบสนองต่อความเชื่อมั่นของคลอปป์เองด้วยที่มองว่าขุมกำลังที่มีอยู่นั้นเพียงพอแล้ว

เกมกับมิลานคืนนี้ โอริกี้ ดูเหมือนจะตอบแทนความไว้ใจของคลอปป์ได้ดี จนคลอปป์ต้องออกมาชมว่า “ดิว็อค เป็นคนที่สุดยอดมาก ในอีก 10 ข้างหน้า หากเรามองย้อนกลับมา เขาจะเป็นตำนานของ ลิเวอร์พูล เดิมทีผมคิดว่าเขาจะย้ายทีมช่วงซัมเมอร์ แต่โลกของฟุตบอลมันเป็นสถานที่แปลกๆ และคนอาจลืมไปแล้วว่าเขาสุดยอดแค่ไหน

“มันยากเหลือเกินที่จะได้เข้าทีมชุดนี้ และผมตัดสินใจว่าจะเลือกใคร และทำอะไร ดิว็อค ไม่ได้ทำอะไรผิด เขาฝึกซ้อมได้ดี แต่บางครั้งคุณก็ยังไม่ได้ถูกเลือก แต่คืนนี้เขาเป็นนักเตะที่เหมาะสมสำหรับเกมนี้ เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ แค่เป็นตะคริว นั่นเป็นเรื่องปกติ ผมมีความสุขมากที่เป็นคนให้โอกาสเขา และเขาทำได้”

หากนักเตะชุดสำรองที่เรามีอยู่ ซึ่งล้วนแต่เป็นนักเตะมากฝีเท้า ทั้งเกอิตา โจนส์ มิลเนอร์ โกเมส ซิมิกาส หรือใครก็ตามที่จะได้โอกาสลงเล่นตอบสนองต่อแนวทางการเล่นของคลอปป์และตั้งใจลงมาทำผลงานเพื่อทีม เชื่อว่าจุดอ่อนที่มองว่าขุมกำลังสำรองของเราไม่ดีพอนั้น จะถูกแก้ไขด้วยการเล่นแบบทุ่มเทของนักเตะชุดนี้

มาติป เฮนโด้ ซาลาห์

ในเกมนี้หากจะชื่นชมผลงานของนักเตะคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ ผมขอเลือก 3 นักเตะดังกล่าว มาติปทำให้เราแปลกใจไม่น้อยนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลที่เขาเล่นได้ดีและสม่ำเสมอเกินคาด เรียกว่าผลงานในสนามไม่น้อยหน้าฟานไดจ์คเลย บางเกมฟอร์มการเล่นของเขาโดดเด่นกว่าฟานไดจ์คด้วยซ้ำ

ตลอดทั้งเกม มาติป สามารถจัดการเกมบุกของ มิลาน ได้อยู่หมัด จังหวะเคลียร์บอลแม่นยำ การสกัดลูกโด่งที่เด็ดขาด และยังคงมีการโชว์สเต็ปขึ้นไปทำเกมบุกด้วยการพาบอลขึ้นหน้ากดดันใส่มิลานอย่างต่อเนื่อง ผลงานเช่นนี้จึงไม่แปลกใจเลยที่เรายังไม่เห็นโกนาเต้แข่งราคา 36 ล้านปอนด์ต้องนั่งรออยู่ข้างสนาม

ส่วนเฮนเดอร์สันนั้น ไม่ว่าสถานการณ์ของทีมจะเป็นอย่างไร จะมีนักเตะแดนกลางเพิ่มเข้ามามากขนาดไหน แต่เมื่อลงสนามแล้ว ก็เห็นชัดว่าเฮนเดอร์สันไม่ได้เป็นรองใครเลย ในเรื่องการทุ่มเทเล่นเพื่อทีม พักหลังมาเราเห็นเฮนโด้มีจังหวะการเล่นที่โชว์ชั้นเชิงลูกหนังเยอะขึ้น การเติมเกมรุก การออกบอลสวย ๆ การกล้าที่จะจบสกอร์จากแถวสอง เขาทำได้ดีมาตลอด วันนี้ก็เช่นกันกับ 1 ประตูชัยสุดสวยของเขา

ซาลาห์คืออีกหนึ่งนักเตะที่ผลงานของเขาโดเด่นในทุกปี ไม่ว่าจะถูกวิจารณ์หนักขนาดไหน แต่เมื่อกางสถิติและผลงานออกมา เขาคือนักเตะที่หงส์แดงขาดไม่ได้เลยในเกมรุก สิ่งที่เขาพัฒนาขึ้นมากในปีนี้คือการประสานงานร่วมกับเพื่อนมากขึ้น ประตูแรกที่ได้เขาประสานงานกับเทรนท์ และประตูที่สองก็มาจากการประสานงานกับโอริกี้ นี่อาจจะเป็นซาลาห์ในเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์แบบที่สุด ตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับเราเลยก็ว่าได้