จ่าฝูงเฉย! เก็บตก 4 ประเด็นหลังเกมหงส์แดงชนะพาเลส

ใช้เวลาเพียง 5 เกมหงส์แดงก็ทยานขึ้นเป็นจ่าฝูงฟรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ แม้จะยังไม่จบสัปดาห์ และแมนยูกับเชลซียังไม่ได้แข่งก็ตาม แต่หากทั้งสองทีมจะแซงหงส์แดงขึ้นเป็นจ่าฝูงอาจจะต้องยิงคู่แข่งให้มากกว่า 3 ประตูเป็นอย่างต่ำ ถึงจะแซงหงส์แดงได้ แต่ไม่ว่าจบสุดสัปดาห์นี้จะเป็นอย่างไรก็ตาม เด็กหงส์ทุกคนล้วนต้องรู้สึกดีกันทุกคน กับผลงานที่ดีวันดีคืนของทีม และนี่เป็นเก็บตก  4 ประเด็นหลังเกมเมื่อคืน

โกนาเตเปิดตัวสวยคลอป์โวเก่งได้อีก

ช่วง 2 เกมหลังสุดตั้งแต่เริ่มมีโปรแกรม UCL เราได้เห็นคลอป์ใช้การโรเตชั่นหมุนเวียนนักเตะมากขึ้น ทำให้นักเตะสำรองที่ไม่ค่อยได้ลงเล่นต่างได้รับโอกาสกันถ้วนหน้า รวมถึง โกนาเต นักเตะใหม่ค่าตัวแพงของหงส์แดงที่ได้รับโอกาสลงเล่นกับหงส์แดงเป็นเกมแรกคู่กับฟานไดจ์ค

ผลงานในสนามของ อิบู นั้นก็ไม่ธรรมดา สัมผัสบอล 66 ครั้ง มีโอกาสผ่านบอลให้เพื่อน 56 ครั้ง ผ่านบอลสำเร็จถึง 49 ครั้ง แต่ที่โดดเด่นสำหรับอิบูในเกมนี้คือการเข้าแท็กเกิลที่เขาทำได้ 100 % เข้าแท็กเกิล 3 ครั้ง ชนะดวลได้ทั้ง 3 ครั้ง และแทบจะไม่มีปัญหาเลยกับการต้องรับมือกับนักเตะที่แข็งแกร่งและมีความเร็วสูงอย่างเบนเทเก้หรือซาฮา ความสูงและความแข็งแกร่องของเขาก็มีส่วนอย่างมากในการกดดันแนวรับของคู่แข่ง จนหงส์แดงสามารถทำประตูได้จากการเตะมุมถึง 3 ประตู

หลังเกมคลอป์เองก็ออกมาชื่นชม โกนาเตว่า “วันนี้คุณคงได้เห็นแล้วว่า เขาเป็นนักเตะที่เก่งมาก ความสามารถของเขาถือว่ายอดเยี่ยม เขาเอาชนะในการปะทะได้อย่างง่ายดาย วันนี้เขามีเกมที่ดีมากๆ และเป็นเกมแรกที่บ้านสำหรับเขาด้วย ในอนาคตเขาจะทำได้ดีกว่านี้อีก วันนี้การได้ดวลกับ เบนเตเก้, เอดูอาร์ และ ซาฮา ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับเขา”

มาเน่ ซาลาห์ พากันท็อป

เกมเมื่อคืนถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่แสดงให้เห็นว่าปีนี้ทั้งมาเน่และซาลาห์จะช่วยกันผลิตสกอร์ให้หงส์แดงได้เป็นกอบเป็นกำแน่นอน แม้จะไม่มีฟีร์มิโน่เป็นสามประสานในช่วงหลัง แต่ทั้งสองก็ยังแข่งกันทำผลงานได้ดี และทำหมุดหมายที่สำคัญในชีวิตการค้าแข้งของตัวเองทั้งคู่

เกมที่แล้วกับเอซีมิลาน ซาลาห์เพิ่งจะทำ 100 ประตูให้กับหงส์แดงรวมทุกรายการ ส่วนเกมนี้มาเน่ก็ทำสถิติทำครบ 100 ประตูในพรีเมียร์ลีก ผ่านไป 6 เกมทั้งในลีกและใน UCL ปีนี้ ซาลาห์และมาเน่มีส่วนร่วมกับประตูของหงส์แดงถึง 10 ประตู จากทั้งหมด 15 ประตู ที่หงส์แดงทำได้ แบ่งเป็นซาลาห์ทำไป 5 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ ส่วนมาเน่ทำไป 3 ประตู

นอกจากทำครบ 100 ประตูแล้ว มาเน่ยังทำสถิติเป็นนักเตะที่ทำประตูทีมเดียวได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว เพราะเจ้าตัวทำประตูใส่พาเลส 10 ประตู เกมนี้จึงถือเป็นเกมประวัติศาสตร์ของมาเน่ ทางด้านคลอปป์ก็ออกมาชื่นชม มาเน่ว่า

“ผมมีความสุขมากที่เราได้ทำงานร่วมกับ มาเน เป็นเวลา 5 ปี ผู้คนลืมไปว่า 100 ประตูนี้เกิดจากที่เขาทำงานหนักอย่างไม่น่าเชื่อ ความกดดันสูง สร้างเป้าหมาย สร้างโอกาส ดังนั้นจึงเกิด 100 ประตู แต่ก็มีตัวเลขอื่นๆอีกมากมายที่สำคัญ ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของสโมสรแห่งนี้”

สำรองหงส์ทำผลงานได้เนียบ

ผลงานของหงส์แดงในสองเกมหลังที่มีการโรเตชั่น เราได้เห็นว่านักเตะสำรองของหงส์แดงนั้นเริ่มกลับมาคืนฟอร์มเก่งของตัวเอง และพร้อมช่วยทีมไล่ล่าความสำเร็จในปีนี้แล้ว เริ่มตั้งแต่ โอริกี ที่นัดก่อนในเกม UCL เขาก็ทำผลงานได้ดี เกมนี้ก็ได้ลงเล่นอีกในช่วงท้ายเกม

มิลเนอร์ที่ต้องมารับบทหนักแทนเทรนท์ที่ป่วยก่อนเกม ก็รับมือกับบรรดานักเตะความเร็วสูงของพาเลสได้ดี แถวยังมีแอบแซวน้องรักหลังเกมว่ากลัวต้องรับมือกับซาฮาถึงกับป่วยจนลงเล่นไม่ได้ เคอติส โจนส์ เองที่เริ่มได้กลับมาลงก็ดูมีชีวิตชีวามาก ท่าทางและความมุ่งมั่นเริ่มกลับมา มีจังหวะลากไปยิงไกลให้ตื่นเต้นด้วย

แต่ที่น่าจะสร้างความประทับใจให้แฟนบอลมากที่สุดคือ นาบี เกอิตา ที่ลงมาเล่นแทนติอาโกที่บาดเจ็บ แล้วทำประตูได้จากการยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษสุดสวย แล้วทำท่าทางดีใจแบบแนว ๆ แล้วเราก็ได้เห็นเพื่อนร่วมทีมมาร่วมแสดงความดีใจกับเขาแบบชื่นมื่น

ตอนนี้หากมองดูขุมกำลังสำรองของหงส์แดงแล้วคงไม่มีใครกล้าที่จะพูดว่าหงส์แดงมีขุมกำลังสำรองที่ไม่ดีพอ เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ขุมกำลังสำรองของหงส์แดงกำลังตื่นตัวกันสุดๆ ซิมิกาส ทำได้ดีทุกครั้งในระยะหลังที่มีโอกาสลงเล่น มาติป กับโกนาเต ตอนนี้คิดว่าใครลงก็ได้ ในแดนกลาง เกอิตา มิลเนอร์ โจนส์ มินามิโนะ แชมเบอร์เล พวกนี้กระหายจะลงพิสูจน์ตัวเองกันทั้งนั้น ยิ่งตอนนี้ในแดนหน้า โอริกี ทำผลงานดี เรายิ่งมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นอีก มองดูแล้วแม้หงส์แดงจะไม่มีกำลังแน่นปึกเหมือนทีมอื่น แต่คุณภาพและระบบการเล่นของทีมก็ทำให้นักเตะสำรองแต่ละคน แสดงศักยภาพของตัวเองออกมาเต็มที่

คลอปป์กำลังพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

ถูกตั้งคำถามดัง ๆ ถึงการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และเจ้าตัวก็ยึดอกยืนยันว่าขุมกำลังที่ตัวเองมีนั้นดีพอ และคลอปป์กำลังพิสูจน์ให้คนเห็นว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นไม่ได้พูดแค่ให้ดูดีเท่านั้น และคลอปป์เองมีแผนการใช้งานนักเตะที่เป็นระบบมาก

ในช่วง 3-4 เกมแรกในลีกเราแทบไม่เห็นวี่แววการใช้งานนักเตะอย่างโกนาเตหรือโอริกี้เลย รวมถึงคลอปป์เองก็ไม่ค่อยเปลี่ยนตัวสำรองมาเล่นสักเท่าไหร่ แต่แค่สองเกมที่ผ่านมา เราได้เห็นการหมุนเวียนนักเตะที่มีคุณภาพมาก ๆ ของคลอปป์ แม้หน้าตาตอนเป็น 11 ตัวจริงของทั้งสองเกมอาจทำให้แฟนบอลแอบมีคำถามบ้างว่าจะไหวไหม

การใช้โอริกี้ลงเล่นเกมใหญ่กับมิลาน รวมถึงการเปลี่ยนสำรองลงเล่นถึง 3 คนในแผงหลัง ในเกมล่าสุด แต่เมื่อลงเล่นจริง ๆ ผลงานในสนามกลับออกมาดีเกินคาด การใช้งานนักเตะของลิเวอร์พูลหลังจากนี้ น่าสนใจมาก และเราก็จะได้ลุ้นว่านักเตะคนไหนจะลงมาสร้างความประทับใจอะไรอีก